บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

พระบิดาการปฏิรูปโครงสร้างทางการเกษตรเพื่อเกษตรกร

         เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยปวงชนชาวไทยตลอดมาและเนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ที่พระองค์ทรงพระราชทานริเริ่มโครงการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร พัฒนาแก้ปัญหาช่วยเหลือเกษตรกรในทุก ๆ ด้าน โครงการจัดที่ดินและพัฒนาโครงสร้างทางการเกษตรที่พระองค์ท่านได้ทรงดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีที่ดินทำกินพ้นจากความยากจนรวมทั้งพัฒนาเกษตรกรให้พึ่งตนเองได้อย่างมั่นคง จึงเป็นการพัฒนาโครงสร้างทางการเกษตรอย่างครบวงจร ยั่งยืน สร้างความมั่นคงในชีวิตและครอบครัวของเกษตรกร

เมื่อนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ได้เข้าเฝ้าในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2518 พระองค์ได้ทรงพระราชทานข้อวิจารณ์และคำแนะนำแนวทางการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหลายประการที่เป็นประโยชน์กับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยสรุปได้ดังนี้

  1. การแบ่งที่ดินให้แก่เกษตรกรในขั้นต้น ควรให้เป็นไปตามเนื้อที่ที่เกษตรกรถือครองอยู่เดิมให้มากที่สุด ทั้งนี้ภายในขอบเขตพระราชบัญญัติกรปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กำหนดพื้นที่อาจจะลดลงไปบ้างตามภูมิศาสตร์ของท้องถิ่นนั้น ๆ
  2. การจัดตั้งชุมชนที่อยู่อาศัย ควรให้เป็นไปตามความต้องการของเกษตรกรและให้สอดคล้องกับสภาพเดิมให้มากที่สุดและจัดชุมชนให้อยู่อาศัยเป็นกลุ่มก้อน เพื่อความปลอดภัย และทำให้การลงทุนในการจัดสาธารณูปโภค เช่นน้ำสะอาด ไฟฟ้า ฯลฯ ถูกลง
  3. จัดระบบการรวมกลุ่มในระดับหมู่บ้าน รวมกันเป็นสหกรณ์ในเขตปฏิรูปที่ดินและให้เชื่อมโยงไปถึงสหกรณ์เมืองใหญ่ ๆ เพื่อให้สหกรณ์สามารถดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ของสมาชิกได้อย่างกว้างขวางโดยแท้จริง
  4. พัฒนาด้านต่าง ๆ รวมทั้งการจัดระบบชลประทาน คมนาคม และบริการสาธารณูปการต่าง ๆ เมื่อดำเนินการจัดหาได้แล้วต่อไปให้สหกรณ์รับช่วงไปดำเนินการต่อและขัดการให้ด้านการบำรุงรักษาต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐค่อย ๆ ถอนตัวออกเมื่อสหกรณ์มีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะรับช่วงต่อไปได้
  5. ในระยะแรกจะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถและเสียสละอยู่ประจำเพื่อให้คำแนะนำส่งเสริมแก่สหกรณ์โดยใกล้ชิด และจัดให้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากส่วนกลางไปตรวจการดูแลเยี่ยมเยียนและให้คำแนะนำเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่โดยสม่ำเสมอ
  6. การจัดที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรจะต้องคำนึงถึงการขยายตัวของประชากรในท้องถิ่นนั้นในอนาคต ดังนั้นป่าไม้ชุมชนที่จะจัดสร้างขึ้นอาจใช้เป็นที่สำรองสำหรับการทำมาหากินในอนาคตได้ด้วย
  7. การปฏิรูปที่ดินในแต่ละท้องที่จะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วในระยะประมาณ 2 – 3 ปี เพื่อให้เกษตรเห็นผลโดยไม่ชักช้า
  8. สำหรับเงินชดเชยค่าที่ดินที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานซึ่งรัฐบาลจะต้องทูลเกล้าถวายตามกฎหมายของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้นจะพระราชทานเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินงานของสหกรณ์ในเขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าว โดยจะได้ทรงแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาสำหรับบริหารเงินทุนนี้คณะหนึ่ง
  9. มีพระราชประสงค์ให้ผู้ที่เช่าที่ดินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อยู่เดิมได้ทำกินในที่ดินนั้นต่อไปชั่วลูกชั่วหลานตราบที่ยังยึดถืออาชีพเกษตรกรรมอยู่และจะไม่มีกรรมสิทธ์ในที่ดินนั้น

 

ข้อวิจารณ์และคำแนะนำกับรัฐบาลของพระองค์ท่านเป็นไปตามหลักการและการเนินการปฏิรูปที่ดินในความหมายของการปฏิรูปที่ดินอย่างกว้างคือการปฏิรูปโครงสร้างทางการเกษตรตามหลักสากลที่ได้รับการยอมรับ ดังนั้นรัฐบาลควรระลึกถึงดำเนินการปฏิรูปที่ดินตามที่พระองค์ท่านได้ทรงพระราชทานข้อวิจารณ์และคำแนะนำแก่นายกรัฐมนตรี และคณะที่เข้าเฝ้าในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2518 ตลอดจนข้อเสนอแนะต่าง ๆที่ทรงพระราชทานให้เหล่านี้จะช่วยให้ทราบถึงแนวทางการปฏิรูปที่ดินในประเทศที่ควรจะเป็น และเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทีเกิดขึ้นเพื่อจะทำให้การปฏิรูปที่ดินบรรลุวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างแท้จริงซึ่งสำนักการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ดำเนินตามแนวทางที่ได้ทรงพระราชทานตลอดมา

ก่อนที่ประเทศไทยจะประกาศใช้พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อปี พ.ศ. 2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงสนพระทัยในความเดือดร้อนของเกษตรกรพระองค์ท่านได้ทรงดำเนินโครงการปฏิรูปโครงสร้างทางการเกษตรโดยพระองค์เองโครงการที่พระองค์ทรงดำเนินการไปก่อนหน้าที่จะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เช่น

โครงการพัฒนาชนบทหุบกระพง เริ่มดำเนินการเมื่อ 2509 – 2514 เป็นระยะเวลา 5 ปี เมื่อปี 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎร์เกษตรกรกลุ่มชาวสวนผักชะอำซึ่งมีฐานะยากจนไม่มีที่ดินทำกิน ทรงมีพระราชดำริให้กันพื้นที่ออกจากป่าคุ้มครอง กรมป่าไม้เนื้อที่ประมาร 12,079 ไร่เศษแล้วนำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการสำรวจจัดทำแผนที่วิเคราะห์ดิน แบ่งแปลงให้เกษตรกรจัดระบบชลประทาน จัดศูนย์สาธิตทดลองการเกษตรจัดให้มีสาธารณประโยชน์ เช่นโรงเรียน วัด สหกรณ์ ร้านค้า สถานพยาบาล และศูนย์โภชนาการเด็กเล็ก มีการวางผังหมู่บ้านเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยแปลอดภัย จัดให้มีไทยอาสาป้องกันชาติ ส่งเสริมสหกรณ์มีโครงการพระราชประสงค์สหกรณ์การเกษตรหุบกะพงจำกัด ดำเนินธุรกิจสินเชื่อธุรกิจซื้อ ธุรกิจบริการ ธุรกิจการแปรรูปและธุรกิจการส่งเสริมการเกษตร

จากโครงการหุบกระพงชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยงกราบบังคมทูลถวายฎีกาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อขอพระราชทานที่ดินทำกินเช่นเดียวกับโครงการหุบกะพงได้ทรงมีพระราชประสงค์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำที่ดินท้องที่ บ้านโป่งกระทิง จำนวน 7,500 ไร่ มาจัดสรรให้ราษฎร์โครงการจัดสรรที่ดินตามพระราชประสงค์ “โป่งกระทิง”ซึ่งเป็นที่ดินที่มีราษฎร์บุกรุกอยู่ก่อนแล้วเมื่อประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานปฏิรูปที่ดินจึงได้จัดที่ดินแจกเอกสารสิทธิส.ป.ก. 4 – 01 ให้แก่ราษฎรในการดำเนินการนอกจากจัดที่ดินให้เกษตรกรแล้วยังมีการจัดการสาธิตทดลองการเกษตร ส่งเสริมอาชีพ พัฒนาอาชีพโดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้จัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ วางแยนการตลาดพัฒนาที่ อนุรักษ์ดินและน้ำ ปรับปรุงดินสหกรณ์การเกษตรเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2518 จดทะเบียนเป็นสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดิน เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2534

โครงการพัฒนาชาวไร่ ชาวเขาใหญ่ทรงเริ่มดำเนินการเมื่อ พ.ศ. 2514 โครงการจัดพัฒนาที่ดินอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอชะอำ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่รัฐบาลนำไปปฏิบัติในโครงการพัฒนาการเกษตร

        เมื่อพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 ประกาศใช้บังคับ ยังได้ทรงพระราชทานที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เนื้อที่ 51,967 ไร่ 95 ตาราวา ให้แก่รัฐบาลนำไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินแก่ชาวไร่ ชาวนา และได้ทรงมีพระราชดำริว่า ค่าชดใช้ค่าที่ดินตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมนั้น ควรให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อสนับสนุนกิจการสหกรณ์ซึ่งจะจัดตั้งขึ้นในเขตที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามแบบของสหกรณ์การเกษตรหุบกะพง จำกัด อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จึงเป็นการที่รัฐบาลได้ที่ดินมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมครั้งแรกและด้วยพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ ทำให้มีผู้บริจาคที่ดินโดยเสร็จพระราชกุศลเพื่อการปฏิรูปที่ดินเป็นจำนวนมาก จนถึงปัจจุบันมีผู้บริจาคที่ดินทั้งสิ้น เนื้อที่ 7,970 ไร่ และยังทรงพระราชทานข้อวิจารณ์และคำแนะนำให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปที่ดิน โดยมีพระประสงค์ให้เร่งดำเนินการปฏิรูปที่ดินให้ชาวนาชาวไร่ให้มีที่ดินทำกินชั่วลูกชั่วหลานด้วยการจัดแบ่งให้ตามความเหมาะสม และความจำเป็นของแต่ละครอบครัว แต่ไม่ให้เป็นกรรมสิทธิ์เป็นส่วนบุคคล สำหรับลูกหลานชาวนาชาวไร่ที่แยกครอบครัวออกไปในอนาคตให้ ส.ป.ก.จัดที่ดินส่วนหนึ่งไว้สำหรับชาวนาชาวไร่ที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย และให้จัดตั้งหมู่บ้านสหกรณ์ สมบูรณ์แบบในชุมชนที่มีเกษตรกรอยู่แล้วโดยมีทั้งวัด โรงเรียน สถานพยาบาล และบริการสาธารณูปโภคอื่น ๆ ตามความจำเป็น รวมทั้งพัฒนาระบบชลประทาน และคมนาคม เพื่อให้เกษตรกรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

***จุฑามาศ นิศารัตน์ รองศาสตราจารย์ คณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง
*** วารสารรามคำแหง ปีที่ 25 ฉบับที่ 2 /2551

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook