พระบิดาการปฏิรูปโครงสร้างทางการเกษตรเพื่อเกษตรกร
เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยปวงชนชาวไทยตลอดมาและเนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
80 พรรษา ที่พระองค์ทรงพระราชทานริเริ่มโครงการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร
พัฒนาแก้ปัญหาช่วยเหลือเกษตรกรในทุก ๆ ด้าน
โครงการจัดที่ดินและพัฒนาโครงสร้างทางการเกษตรที่พระองค์ท่านได้ทรงดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีที่ดินทำกินพ้นจากความยากจนรวมทั้งพัฒนาเกษตรกรให้พึ่งตนเองได้อย่างมั่นคง
จึงเป็นการพัฒนาโครงสร้างทางการเกษตรอย่างครบวงจร ยั่งยืน
สร้างความมั่นคงในชีวิตและครอบครัวของเกษตรกร
เมื่อนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษรและสหกรณ์
ปลัดกระทรวงเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ได้เข้าเฝ้าในวันที่
22 พฤศจิกายน 2518
พระองค์ได้ทรงพระราชทานข้อวิจารณ์และคำแนะนำแนวทางการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหลายประการที่เป็นประโยชน์กับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
โดยสรุปได้ดังนี้
- การแบ่งที่ดินให้แก่เกษตรกรในขั้นต้น
ควรให้เป็นไปตามเนื้อที่ที่เกษตรกรถือครองอยู่เดิมให้มากที่สุด
ทั้งนี้ภายในขอบเขตพระราชบัญญัติกรปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
กำหนดพื้นที่อาจจะลดลงไปบ้างตามภูมิศาสตร์ของท้องถิ่นนั้น ๆ
- การจัดตั้งชุมชนที่อยู่อาศัย
ควรให้เป็นไปตามความต้องการของเกษตรกรและให้สอดคล้องกับสภาพเดิมให้มากที่สุดและจัดชุมชนให้อยู่อาศัยเป็นกลุ่มก้อน
เพื่อความปลอดภัย และทำให้การลงทุนในการจัดสาธารณูปโภค เช่นน้ำสะอาด ไฟฟ้า ฯลฯ
ถูกลง
- จัดระบบการรวมกลุ่มในระดับหมู่บ้าน
รวมกันเป็นสหกรณ์ในเขตปฏิรูปที่ดินและให้เชื่อมโยงไปถึงสหกรณ์เมืองใหญ่ ๆ
เพื่อให้สหกรณ์สามารถดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ของสมาชิกได้อย่างกว้างขวางโดยแท้จริง
- พัฒนาด้านต่าง ๆ รวมทั้งการจัดระบบชลประทาน คมนาคม
และบริการสาธารณูปการต่าง ๆ
เมื่อดำเนินการจัดหาได้แล้วต่อไปให้สหกรณ์รับช่วงไปดำเนินการต่อและขัดการให้ด้านการบำรุงรักษาต่อไป
โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐค่อย ๆ
ถอนตัวออกเมื่อสหกรณ์มีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะรับช่วงต่อไปได้
-
ในระยะแรกจะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถและเสียสละอยู่ประจำเพื่อให้คำแนะนำส่งเสริมแก่สหกรณ์โดยใกล้ชิด
และจัดให้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากส่วนกลางไปตรวจการดูแลเยี่ยมเยียนและให้คำแนะนำเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่โดยสม่ำเสมอ
-
การจัดที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรจะต้องคำนึงถึงการขยายตัวของประชากรในท้องถิ่นนั้นในอนาคต
ดังนั้นป่าไม้ชุมชนที่จะจัดสร้างขึ้นอาจใช้เป็นที่สำรองสำหรับการทำมาหากินในอนาคตได้ด้วย
-
การปฏิรูปที่ดินในแต่ละท้องที่จะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วในระยะประมาณ
2 3 ปี เพื่อให้เกษตรเห็นผลโดยไม่ชักช้า
-
สำหรับเงินชดเชยค่าที่ดินที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานซึ่งรัฐบาลจะต้องทูลเกล้าถวายตามกฎหมายของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้นจะพระราชทานเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินงานของสหกรณ์ในเขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าว
โดยจะได้ทรงแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาสำหรับบริหารเงินทุนนี้คณะหนึ่ง
-
มีพระราชประสงค์ให้ผู้ที่เช่าที่ดินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อยู่เดิมได้ทำกินในที่ดินนั้นต่อไปชั่วลูกชั่วหลานตราบที่ยังยึดถืออาชีพเกษตรกรรมอยู่และจะไม่มีกรรมสิทธ์ในที่ดินนั้น
ข้อวิจารณ์และคำแนะนำกับรัฐบาลของพระองค์ท่านเป็นไปตามหลักการและการเนินการปฏิรูปที่ดินในความหมายของการปฏิรูปที่ดินอย่างกว้างคือการปฏิรูปโครงสร้างทางการเกษตรตามหลักสากลที่ได้รับการยอมรับ
ดังนั้นรัฐบาลควรระลึกถึงดำเนินการปฏิรูปที่ดินตามที่พระองค์ท่านได้ทรงพระราชทานข้อวิจารณ์และคำแนะนำแก่นายกรัฐมนตรี
และคณะที่เข้าเฝ้าในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2518 ตลอดจนข้อเสนอแนะต่าง
ๆที่ทรงพระราชทานให้เหล่านี้จะช่วยให้ทราบถึงแนวทางการปฏิรูปที่ดินในประเทศที่ควรจะเป็น
และเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
ทีเกิดขึ้นเพื่อจะทำให้การปฏิรูปที่ดินบรรลุวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างแท้จริงซึ่งสำนักการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ดำเนินตามแนวทางที่ได้ทรงพระราชทานตลอดมา
ก่อนที่ประเทศไทยจะประกาศใช้พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เมื่อปี พ.ศ. 2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงสนพระทัยในความเดือดร้อนของเกษตรกรพระองค์ท่านได้ทรงดำเนินโครงการปฏิรูปโครงสร้างทางการเกษตรโดยพระองค์เองโครงการที่พระองค์ทรงดำเนินการไปก่อนหน้าที่จะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เช่น
โครงการพัฒนาชนบทหุบกระพง เริ่มดำเนินการเมื่อ 2509 2514
เป็นระยะเวลา 5 ปี เมื่อปี 2507
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎร์เกษตรกรกลุ่มชาวสวนผักชะอำซึ่งมีฐานะยากจนไม่มีที่ดินทำกิน
ทรงมีพระราชดำริให้กันพื้นที่ออกจากป่าคุ้มครอง กรมป่าไม้เนื้อที่ประมาร 12,079
ไร่เศษแล้วนำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม
มีการสำรวจจัดทำแผนที่วิเคราะห์ดิน แบ่งแปลงให้เกษตรกรจัดระบบชลประทาน
จัดศูนย์สาธิตทดลองการเกษตรจัดให้มีสาธารณประโยชน์ เช่นโรงเรียน วัด สหกรณ์ ร้านค้า
สถานพยาบาล และศูนย์โภชนาการเด็กเล็ก
มีการวางผังหมู่บ้านเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยแปลอดภัย
จัดให้มีไทยอาสาป้องกันชาติ
ส่งเสริมสหกรณ์มีโครงการพระราชประสงค์สหกรณ์การเกษตรหุบกะพงจำกัด
ดำเนินธุรกิจสินเชื่อธุรกิจซื้อ ธุรกิจบริการ
ธุรกิจการแปรรูปและธุรกิจการส่งเสริมการเกษตร
จากโครงการหุบกระพงชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยงกราบบังคมทูลถวายฎีกาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อขอพระราชทานที่ดินทำกินเช่นเดียวกับโครงการหุบกะพงได้ทรงมีพระราชประสงค์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำที่ดินท้องที่
บ้านโป่งกระทิง จำนวน 7,500 ไร่
มาจัดสรรให้ราษฎร์โครงการจัดสรรที่ดินตามพระราชประสงค์
โป่งกระทิงซึ่งเป็นที่ดินที่มีราษฎร์บุกรุกอยู่ก่อนแล้วเมื่อประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
สำนักงานปฏิรูปที่ดินจึงได้จัดที่ดินแจกเอกสารสิทธิส.ป.ก. 4 01
ให้แก่ราษฎรในการดำเนินการนอกจากจัดที่ดินให้เกษตรกรแล้วยังมีการจัดการสาธิตทดลองการเกษตร
ส่งเสริมอาชีพ พัฒนาอาชีพโดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้จัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ วางแยนการตลาดพัฒนาที่
อนุรักษ์ดินและน้ำ ปรับปรุงดินสหกรณ์การเกษตรเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2518
จดทะเบียนเป็นสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดิน เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2534
โครงการพัฒนาชาวไร่ ชาวเขาใหญ่ทรงเริ่มดำเนินการเมื่อ พ.ศ. 2514
โครงการจัดพัฒนาที่ดินอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอชะอำ อำเภอท่ายาง
จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่รัฐบาลนำไปปฏิบัติในโครงการพัฒนาการเกษตร
เมื่อพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518
ประกาศใช้บังคับ ยังได้ทรงพระราชทานที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เนื้อที่
51,967 ไร่ 95 ตาราวา ให้แก่รัฐบาลนำไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินแก่ชาวไร่ ชาวนา
และได้ทรงมีพระราชดำริว่า
ค่าชดใช้ค่าที่ดินตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมนั้น
ควรให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อสนับสนุนกิจการสหกรณ์ซึ่งจะจัดตั้งขึ้นในเขตที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามแบบของสหกรณ์การเกษตรหุบกะพง
จำกัด อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
จึงเป็นการที่รัฐบาลได้ที่ดินมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมครั้งแรกและด้วยพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้
ทำให้มีผู้บริจาคที่ดินโดยเสร็จพระราชกุศลเพื่อการปฏิรูปที่ดินเป็นจำนวนมาก
จนถึงปัจจุบันมีผู้บริจาคที่ดินทั้งสิ้น เนื้อที่ 7,970 ไร่
และยังทรงพระราชทานข้อวิจารณ์และคำแนะนำให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปที่ดิน
โดยมีพระประสงค์ให้เร่งดำเนินการปฏิรูปที่ดินให้ชาวนาชาวไร่ให้มีที่ดินทำกินชั่วลูกชั่วหลานด้วยการจัดแบ่งให้ตามความเหมาะสม
และความจำเป็นของแต่ละครอบครัว แต่ไม่ให้เป็นกรรมสิทธิ์เป็นส่วนบุคคล
สำหรับลูกหลานชาวนาชาวไร่ที่แยกครอบครัวออกไปในอนาคตให้
ส.ป.ก.จัดที่ดินส่วนหนึ่งไว้สำหรับชาวนาชาวไร่ที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย
และให้จัดตั้งหมู่บ้านสหกรณ์ สมบูรณ์แบบในชุมชนที่มีเกษตรกรอยู่แล้วโดยมีทั้งวัด
โรงเรียน สถานพยาบาล และบริการสาธารณูปโภคอื่น ๆ ตามความจำเป็น
รวมทั้งพัฒนาระบบชลประทาน และคมนาคม
เพื่อให้เกษตรกรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
***จุฑามาศ
นิศารัตน์ รองศาสตราจารย์ คณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง *** วารสารรามคำแหง ปีที่
25 ฉบับที่ 2 /2551
|