บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา  >>

ซากดึกดำบรรพ์

หลักการเบื้องต้นของการเรียงลำดับชั้นหิน
การเกิดซากดึกดำบรรพ์
ตารางธรณีกาล (Geologic time scale)
ยุคแคมเบรียน
ยุคออร์โดวิเชียน
ยุคไซลูเรียน
ยุคดีโวเนียน
ยุคคาร์บอนิเฟอรัส
ยุคเพอร์เมียน
ยุคไทรแอสสิก
ยุคจูแรสซิก
ยุคครีเทเซียส
ยุคเทอเธียรี
ยุคนีโอจีน
ยุคควอเทอร์นารี

ยุคควอเทอร์นารี

หลักการเบื้องต้นของการเรียงลำดับชั้นหิน

การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับลำดับชั้นหิน อาศัยหลักพื้นฐานใหญ่ ๆ 3 ประการดังนี้

  1. หลักการวางตัวซ้อนทับ (Law of Superposition)
    นายเจมส์ ฮัตตัน (James Hutton) เป็นบุคคลแรกที่เสนอความคิดเกี่ยวกับหลักการวางตัวซ้อนทับ โดยเขาได้ศึกษากระบวนการตกทับถมของตะกอนตามชายหาดและพบว่าชั้นตะกอนที่ตกทับถมในตอนแรกจะถูกปิดทับโดยชั้นตะกอนที่ตกทับถมในเวลาถัดมา และความคิดนี้ใช้ได้กับชั้นหินที่วางตัวซ้อนๆ กัน หินแต่ละชั้นเกิดจากการสะสมตัวในช่วงเวลาหนึ่ง อาจเป็นช่วงเวลาที่ยาวหรือสั้น ช่วงเวลาต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ในรูปของชั้นหินที่เรียงซ้อนกันเป็นลำดับจากล่างไปบน ลำดับชั้นหินอาจต่อเนื่องหรือการสะสมตัวของตะกอนอาจมีการหยุดชะงัก หลักการวางตัวซ้อนทับ สรุปได้ว่า ในลำดับชั้นหินที่ไม่ถูกรบกวนจากกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดภายหลังนั้นชั้นหินที่วางตัวอยู่บนจะมีอายุอ่อนกว่า และชั้นหินที่วางตัวอยู่ล่างจะมีอายุแก่กว่า
     
  2. หลักความเป็นเอกภาพ (law of Uniformitarianism)
    นอกจากหลักการเกี่ยวกับการวางตัวซ้อนทับแล้วนายเจมส์ ฮัตตัน ยังได้กล่าวถึงหลักการพื้นฐานอันสำคัญอีกข้อหนึ่ง โดยเขาได้สังเกตการกัดกร่อนของธารน้ำในหุบเขา และตามชายฝั่งและสรุปว่าหินชั้นชนิดต่าง ๆ เกิดจากการสะสมตัวของวัสดุที่ได้มาจากการสึกกร่อนและการผุพังทะลายของหินเก่าดั้งเดิม จากการสังเกตนี้ เขาสรุปเป็นหลักพื้นฐานข้อหนึ่งของวิชาธรณีวิทยาว่า การเกิดหินชนิดต่าง ๆ นั้นเราสามารถอธิบายโดยอาศัยหลักของกระบวนการต่าง ๆ ที่กำลังเกิดอยู่ในปัจจุบันได้ หลักการนี้อาจจะพูดได้ว่า ปัจจุบันสามารถจะใช้เป็นกุญแจอธิบายถึงอดีตกาลได้ และความคิดอันนี้ได้กลายมาเป็นหลักพื้นฐานที่รู้จักกันในนามของหลักความเป็นเอกภาพ
     
  3. หลักการใช้ซากดึกดำบรรพ์ในการหาความสัมพันธ์ (fossil correlation)
    หลักการพื้นฐานข้อที่สามเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ที่พบในชั้นหินต่าง ๆ โดยได้มีการค้นพบว่า ซากดึกดำบรรพ์ที่เกิดในชั้นหินต่าง ๆ นั้น มีรูปร่างและเผ่าพันธุ์แตกต่างกันไป ทั้งๆ ที่ชั้นหินอาจจะวางซ้อนอยู่ใกล้ๆ กัน ดังนั้น จึงมีการใช้ซากดึกดำบรรพ์ที่แตกต่างกันนี้มาตรวจสอบและแยกแยะชั้นหินที่มีซากเหล่านี้ ความคิดนี้จึงทำให้เกิดหลักการพื้นฐานที่เรียกว่า การหาความสัมพันธ์ของชั้นหินโดยอาศัยซากดึกดำบรรพ์ หลักการนี้ค้นพบโดย นายวิลเลียม สมิธ (William Smith) นักสำรวจและวิศวกรชาวอังกฤษ เขาแสดงให้เห็นว่า การที่จะหาความสัมพันธ์ทางเวลาของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ได้ก็โดยอาศัยการพบซากดึกดำบรรพ์ที่คล้ายคลึงกันในสถานที่ต่าง ๆ กัน ปัจจุบันได้มีการนำวิธีการนี้มาใช้ประโยชน์ในการค้นหาแหล่งถ่านหินและเชื้อเพลิงธรรมชาติตลอดจนแร่ที่มีค่าทางเศรษฐกิจอื่น ๆ

ผลงานของ นายฮัตตัน นายสมิธ และนักธรณีวิทยาชาวยุโรปอื่น ๆ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 22 และ 23 ได้ทำให้มีการค้นพบเกี่ยวกับอายุเปรียบเทียบ (relative ages) ของชั้นหินที่เกิดขึ้นบนพื้นโลก ซึ่งงานต่าง ๆ เหล่านี้ได้เริ่มทำโดยการศึกษาถึงอายุสัมพันธ์ของหินในที่ต่าง ๆ กันหลายแห่ง แล้วนำมาเทียบเคียงปะติดปะต่อกันให้สมบูรณ์ขึ้น และพัฒนาเป็นมาตรธรณีกาลที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

ซากดึกดำบรรพ์

โลกของเราในปัจจุบันมีสิ่งมีชีวิตนับจำนวนเป็นพัน ๆ ล้านตัวอาศัยอยู่ บ้างก็มีชีวิตอยู่บนดิน บ้างก็มีชีวิตอยู่ในน้ำ แม้อากาศที่เราสูดหายใจเข้าไปก็มีสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมากหลายชนิดอาศัยอยู่ ขนาดของสิ่งมีชีวิตก็แตกต่างกันไปเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่พืชที่มีขนาดเล็กจนต้องมองดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ไปจนกระทั่งปลาวาฬขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร สิ่งมีชีวิต เมื่อตายลงซากของสิ่งมีชีวิตนั้นจะถูกทับถมด้วยตะกอนและฝังตัวอยู่ในชั้นตะกอน ซึ่งภายหลังเปลี่ยนสภาพกลายเป็นหินตะกอนหรือหินชั้นไปในที่สุด คำว่า “ซากดึกดำบรรพ์” ในภาษาอังกฤษมีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน คำว่า fossilis (ฟอสซิลิส) ซึ่งแปลว่า “ขุดขึ้นมา” แต่ซากดึกดำบรรพ์ส่วนใหญ่ มิได้มาจากการขุดขึ้นมาจากพื้นดินเสมอไป ส่วนใหญ่มักจะโผล่ให้เห็นหลังจากที่หินตะกอนเกิดการผุสลายหรือถูกกัดเซาะออกไปบางส่วน ซากดึกดำบรรพ์มีทั้งพืชและสัตว์มากมายหลายชนิด ซากสัตว์ดึกดำบรรพ์มีขนาดแตกต่างกันมากนับตั้งแต่กระดูกไดโนเสาร์ ซึ่งมีความยาวมากกว่า 2 เมตร และหนักหลายร้อยกิโลกรัม ไปจนกระทั่งถึงซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ขนาดเล็กมากเท่าหัวเข็มหมุด ซากสัตว์ที่มีขนาดเล็กเหล่านี้เรารวมเรียกว่า ซากจุลชีวินดึกดำบรรพ์ ทั้งนี้ เพราะการศึกษาซากดึกดำบรรพ์เหล่านี้จะต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook