บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา  >>

ซากดึกดำบรรพ์

หลักการเบื้องต้นของการเรียงลำดับชั้นหิน
การเกิดซากดึกดำบรรพ์
ตารางธรณีกาล (Geologic time scale)
ยุคแคมเบรียน
ยุคออร์โดวิเชียน
ยุคไซลูเรียน
ยุคดีโวเนียน
ยุคคาร์บอนิเฟอรัส
ยุคเพอร์เมียน
ยุคไทรแอสสิก
ยุคจูแรสซิก
ยุคครีเทเซียส
ยุคเทอเธียรี
ยุคนีโอจีน
ยุคควอเทอร์นารี

ยุคควอเทอร์นารี

การเกิดซากดึกดำบรรพ์

พืชและสัตว์เมื่อตายไปแล้วจะผุพังเน่าเปื่อยเร็วมาก แต่เปลือกแข็งของพืชและสัตว์เหล่านี้ เช่น ฟัน เปลือกนอก และเนื้อไม้ จะคงสภาพอยู่ได้และกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ไปในที่สุด แต่ภายใต้สภาวะพิเศษบางอย่าง สิ่งมีชีวิตบางชนิดที่ไม่มีเปลือกแข็ง อาทิ แมงกะพรุน อาจเหลือซากและคงสภาพอยู่ได้

อย่างไรก็ดี สิ่งมีชีวิตแม้ว่าจะมีเปลือกแข็งก็อาจจะไม่มีซากเหลือทิ้งไว้ให้เห็นเลยได้ ซาก สิ่งมีชีวิตจะถูกทำลายไปได้หลายวิธี ภายหลังจากที่สัตว์ตายลง ส่วนที่เป็นเนื้อจะถูกสัตว์อื่น ๆ มากมายหลายชนิดกัดกิน เช่น แร้ง หมาป่า แมลง และแบคทีเรีย นอกจากนี้ แสงแดด ลม และฝนก็มีส่วนช่วยกระตุ้นกระบวนการผุพังเน่าเปื่อย เนื้อของสัตว์ก็จะสลายตัวไปในไม่ช้าก็เหลือแต่เพียงกระดูก ฟัน และเปลือกแข็งไว้ แต่ส่วนประกอบที่มีลักษณะแข็งดังกล่าวนี้อาจจะถูกทำลายลงได้เช่นกัน กระดูกอาจจะผุสลายตัวไปหากไม่ถูกฝังจมดิน เปลือกแข็งและกระดูกอาจถูกบดให้แตกหักจนละเอียดโดยน้ำหนักของตะกอนที่สะสมตัวทับอยู่เบื้องบน ส่วนอื่น ๆ อาจแตกหักและถูกกัดเซาะไปขณะถูกน้ำพัดพาครูดถูไปกับท้องน้ำ หรือถูกคลื่นซัดให้โยนตัวไปมา แม้ว่ามีองค์ประกอบหลายประการที่มีผลต่อกระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์ แต่องค์ประกอบ ที่สำคัญมีอยู่เพียง 2 อย่าง คือ องค์ประกอบแรก ถ้าสิ่งมีชีวิตนั้นมีส่วนประกอบที่เป็นของแข็งก็มีโอกาสที่กลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ได้มากขึ้น องค์ประกอบที่สอง ซากพืชและซากสัตว์จะต้องถูกฝังตัวอย่างรวดเร็วภายหลังจากที่ตายลงไปโดยวัสดุที่สามารถเก็บรักษาซากสัตว์หรือพืชเหล่านี้ สภาพแวดล้อมที่สิ่งมีชีวิตนั้นอาศัยอยู่จะเป็นตัวชี้บ่งว่าวัสดุชนิดใดจะมีส่วนในการทับถมซากสิ่งมีชีวิต และกระบวนการเกิดเป็นซากดึกดำบรรพ์ชนิดใดจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น ตัวอย่างเช่น ซากของสัตว์ทะเลจะถูกเก็บรักษาไว้ เพราะมีการตกจมลงไปสู่ท้องทะเลโดยรวดเร็วหลังจากที่สัตว์นั้นตายลง และถูกโคลนอ่อนรวมทั้งทรายทับถมอยู่เบื้องบน โดยทั่วๆ ไป ยิ่งตะกอนที่มีขนาดอนุภาคยิ่งเล็กทับถมตัวเหนือซากสิ่งมีชีวิตโอกาสที่ซากสิ่งมีชีวิตจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นซากดึกดำบรรพ์ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้น

สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในระหว่างกระบวนการเกิดซาก ดึกดำบรรพ์ แต่ถ้าสภาพแวดล้อมมีความเหมาะสมพอดีแล้วลักษณะอันละเอียดอ่อนของพืชและสัตว์ก็จะได้รับการถนอมรักษาโดยคงสภาพเดิมไว้ได้ ช้างแมมมอธเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับกรณีที่สัตว์ทั้งตัวได้รับการรักษาสภาพไว้คงเดิมโดยการแช่เย็นจนแข็ง แมลงและแมงป่องได้รับการรักษาสภาพไว้ในยางไม้ที่กลายเป็นหินซึ่งมีชื่อเรียกว่า อำพัน สารอินทรีย์ที่ประกอบขึ้นเป็นเปลือกแข็งมักจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายหลังจากที่ถูก ทับถมตัวด้วยตะกอน น้ำที่แร่บางชนิดละลายปนอยู่และซึมผ่านตะกอนไปจะค่อยๆละลายเอาสารที่เป็นแร่ เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต (แคลไซค์) จากเปลือกแข็ง แคลเซียมคาร์บอเนตต่อมาอาจถูกแทนที่ด้วยซิลิกา หรือแร่ชนิดอื่น ๆ ในน้ำ ด้วยกรรมวิธีดังกล่าวมาแล้ว ซากสิ่งมีชีวิตก็จะกลายสภาพเป็นหินไปในที่สุด ภายใต้สภาวะแวดล้อมแบบอื่น ๆ สารละลายที่เข้ามาแทนที่อาจจะมีสารประกอบบางอย่างละลายปนอยู่ในปริมาณที่มาก เช่น สารประกอบของเหล็ก แมกนีเซียมและแคลเซียม ซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการแทนที่นั้น ลักษณะรายละเอียดของเปลือกแข็งจะถูกถนอมรักษาไว้เป็นอย่างดี และมีลักษณะสวยงามมาก ซากดึกดำบรรพ์หลายชนิดเกิดขึ้นมาจากการสลายตัวเน่าเปื่อยอย่างเชื่องช้าของสารอินทรีย์

ภายหลังจากที่ถูกฝังจมลงด้วยตะกอน ในขณะที่เกิดกระบวนการสลายตัวเน่าเปื่อยอยู่นั้น สารอินทรีย์จะทิ้งร่องรอยของคาร์บอนไว้เป็นฟิล์มบาง ๆ ซึ่งแสดงลักษณะรายละเอียดภายนอกของสิ่งมีชีวิตนั้น ซากชีวิตดึกดำบรรพ์ชนิดนี้เกิดจากกระบวนการเพิ่มคาร์บอน (carbonization)

ซากชีวิตดึกดำบรรพ์จำนวนมากเกิดขึ้นมาในลักษณะของ รอยพิมพ์ (mold) และ รูปพิมพ์ (cast) เพื่อที่จะเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรนั้น ลองนึกถึงสภาพของเปลือกหอยที่ฝังตัวอยู่กับตะกอนในมหาสมุทร ภายหลังจากที่ตะกอนแข็งตัวกลายเป็นหินแล้ว น้ำบาดาลจะค่อยละลายเปลือกหอยออกไปเหลือที่ว่างซึ่งเคยเป็นเปลือกหอยทิ้งไว้ในหิน ที่ว่างดังกล่าวนี้เรียกว่า แบบพิมพ์ ซึ่งถูกถนอมรักษาไว้และแสดงให้เห็นถึงร่องรอยของเปลือกหอย เมื่อเวลาล่วงเลยไปแบบพิมพ์อาจจะมีแร่ชนิดอื่นเข้าไปบรรจุอยู่ทั้งนี้แร่เหล่านี้เกิดจากน้ำบาดาลพามาสะสมตัว แร่เหล่านี้อาจจะเกิดเป็นตัวหล่อของเปลือกหอยดั้งเดิม

การศึกษาซากดึกดำบรรพ์เพื่อใช้ในการหาความสัมพันธ์ของชั้นหิน
ซากดึกดำบรรพ์สามารถนำไปใช้หาความสัมพันธ์หรือเปรียบเทียบชั้นหินต่าง ๆ ได้ ซากดึกดำบรรพ์บางชนิดอาจเป็นพืชหรือสัตว์ ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ของธรณีกาล และในขณะที่ซากดึกดำบรรพ์เหล่านี้มีชีวิตอยู่นั้นอาจจะมีการเจริญแพร่พันธุ์ไปได้กว้างขวางมาก ซากดึกดำบรรพ์บางพวกมีลักษณะเฉพาะเด่นชัดและสามารถนำไปใช้กำหนดอายุของยุคใดยุคหนึ่งในธรณีกาลได้ดี ซึ่งซากดึกดำบรรพ์เหล่านี้เราเรียกว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์บ่งชี้หรือซากดึกดำบรรพ์ดัชนี (guide or index fossils) ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากในการบอกถึงอายุของชั้นหินที่มีซากดึกดำบรรพ์พวกนี้อยู่ เราทราบว่าไดโนเสาร์เป็นสัตว์ที่เกิดขึ้นมาในมหายุคมีโซโซอิก หลังจากมหายุคนี้แล้ว ไดโนเสาร์ก็สูญพันธุ์ไป ดังนั้น ถ้าเราไปสำรวจพบซากไดโนเสาร์ในชั้นหินใด ๆ ก็เป็นการแน่นอนว่าชั้นหินนี้เกิดในมหายุคมีโซโซอิกด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามนักธรณีวิทยาหรือนักบรรพชีวินวิทยา มักจะใช้กลุ่มของซากดึกดำบรรพ์มากกว่าจะใช้ซากดึกดำบรรพ์ชนิดใดชนิดหนึ่งในการนำมากำหนดอายุของชั้นหินหรือในการตรวจสอบชั้นหินว่าเป็นชั้นเดียวกันหรือไม่

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook