บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

ภูมิศาสตร์ประเทศไทย

ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคใต้

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นที่ราบใหญ่ตอนใจกลางของแหลมทอง หรืออินโดแปซิฟิค อยู่ระหว่างเส้นแวง 101 องศา กับ 105 องศาตะวันออก และเส้นรุ้ง 14 องศา กับ 18 องศา 30 ลิปดาเหนือ มีทิวเขาเป็นกรอบล้อมรอบพื้นที่อยู่เกือบทุกด้าน จึงมีสภาพเป็นที่ราบสูง พื้นที่แยกออกจากภาคกลาง และภาคตะวันออกโดยมีทิวเขา และป่าใหญ่กั้นไว้ มีลำน้ำโขงกั้นอยู่ทางเหนือและทางตะวันออก และเป็นเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับลาว

ในทางประวัติศาสตร์ ในสมัยโบราณภาคนี้เคยเป็นอาณาจักรขอมก่อนที่จะตกมาเป็นของไทย ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีชนชาวเขมร และส่วยปะปนอยู่กับชนชาติไทยทางตอนใต้ของภาค ส่วนทางตอนเหนือและตะวันออก มีชนชาวเวียตนามเข้ามาปะปนอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสงครามมหาเอเซียบูรพา ได้มีชาวเวียตนามอพยพเข้ามาอยู่อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีชนชาติอยู่ทั่วไปทั้งที่เป็นจีนแท้ และลูกผสม

โดยเหตุที่มีพื้นที่เป็นที่ราบสูง มีอากาศร้อนจัด และหนาวจัด พื้นดินไม่เก็บน้ำจึงมีสภาพแห้งแล้ง พื้นที่อันกว้างขวางจึงเป็นป่าดงและทุ่งหญ้า อย่างไรก็ตามในระยะต่อมาเมื่อได้มีโครงการชลประทานเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาคนี้กลับกลายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำแหล่งที่สองรองจากภาคกลาง

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในวงกระหนาบของประเทศลาวและเขมร การติดต่อกับประเทศลาวทำได้สะดวกตลอดแนวชายแดน เพราะมีเพียงลำน้ำโขงกั้นอยู่ และประชาชนเป็นชนเผ่าเดียวกันกับไทย ส่วนทางเขมรนั้น ทิวเขาพนมดงรักกั้นอยู่อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ การติดต่อถูกจำกัดอยู่ตามช่องทางต่าง ๆ ผ่านเขาที่สูงชัน และเป็นแนวยาวตลอด

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ประมาณ 155,400 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณหนึ่งในสามของพื้นที่ประเทศไทย และมีประชากรอยู่ประมาณหนึ่งในสามของประชากรทั้งประเทศ

สภาพทางธรณีวิทยา

ที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลักษณะคล้ายปากปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ โดยมีทิวเขาเลยอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทิวเขาเพชรบูรณ์ ทิวเขาดงพระยาเย็น และทิวเขาสันกำแพงอยู่ทางด้านทิศตะวันตก ทิวเขาพนมดงรักอยู่ทางด้านทิศใต้ มีภูเก้าและภูพานอยู่ทางด้านทิศเหนือ และเชื่อมต่อกับทิวเขาเลยมามาพบทิวเขาพนมดงรัก พื้นที่โดยทั่วไปสูงเหนือระดับน้ำทะเล ประมาณ 140 - 200 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ลาดเอียงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 50 เมตร ลักษณะพื้นที่เป็นลูกคลื่นน้อย ๆ เนื้อดินเป็นดินปนทราย และเกือบไม่มีดินตะกอนอยู่เลย

ภูเขา

มีทิวเขาไม่มากนัก และมีขนาดไม่ใหญ่นัก ส่วนใหญ่จะอยู่ตามริมขอบของภาค มีอยู่ตอนกลางของพื้นที่อยู่บ้างเพียงเล็กน้อย พอจะแบ่งทิวเขาในภาคนี้ออกได้เป็น 4 ทิวเขาด้วยกันคือ ทิวเขาเลย ทิวเขาภูเก้า ทิวเขาภูพาน และทิวเขาพนมดงรัก

ทิวเขาเลย

เป็นทิวเขาหินแกรนิต อยู่ในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของภาค ในเขตจังหวัดเลยกับจังหวัดอุดร ทิวเขานี้เป็นแขนงของทิวเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งแยกออกไปบนพื้นที่ราบสูงทางด้านตะวันออก มีทิศทางจากด้านเหนือ บริเวณฝั่งลำน้ำโขงทางทิศตะวันออกของ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ลงมาทางใต้ต่อกับทิวเขาเพชรบูรณ์ทางด้านตะวันออกในตอนภูผาลาย และภูกระทิง

ทิวเขาเลยมีความสูงเฉลี่ย ประมาณ 500 เมตร ยอดสูงสุด ประมาณ 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลกับที่ราบเลยออกจากจังหวัดอุดร และขอนแก่น มีลำน้ำที่เกิดจากทิวเขาเลยอยู่สองด้านคือ ด้านที่ไหลลงสู่ลำน้ำโขง ได้แก่ ลำน้ำเลยและลำน้ำสงคราม ส่วนด้านที่ไหลลงสู่ลำน้ำมูลมีห้วยพะเนียง

ทิวเขาภูเก้า

หรือทิวเขาเก้ายอด เป็นทิวเขาหินแกรนิตขนาดเล็ก อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของอำเภอเมืองอุดร ในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำพู มีทิศทางจากเหนือในเขต อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ทอดตัวลงมาทางทิศใต้ถึงอำเภอภูเวียง และอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

ทิวเขาภูเก้าเชื่อมต่อกับทิวเขาเลยทางด้านตะวันตก ทางด้านตะวันออกได้ทอดตัวไปใกล้บริเวณหนองละหาน มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 500 เมตร และมียอดสูงสุดไม่เกิน 600 เมตร จากระดับน้ำทะเล ลำน้ำที่เกิดจากทิวเขาภูเก้า แบ่งออกได้เป็นสองด้านคือ ด้านที่ไหลลงสู่ลำน้ำโขงได้แก่ห้วยหลวง ด้านที่ไหลลงสู่ลำน้ำมูลได้แก่แควของลำน้ำพอง และแควของลำน้ำมาว ซึ่งไหลลงสู่ลำน้ำชี

ทิวเขาภูพาน

เป็นทิวเขาหินปูน เป็นทิวเขาที่มีขนาดใหญ่ทิวหนึ่งของภาคนี้ ทิวเขานี้ได้แบ่งพื้นที่ราบออกเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ คือ ที่ราบนครราชสีมา - อุบล อยู่ทางด้านใต้ กับที่ราบอุดร - นครพนมอยู่ทางด้านเหนือ

ทิวเขาภูพานเริ่มต้นจากบริเวณทิศตะวันออกของหนองละหาน ในเขตอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ทอดตัวไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไปจดลำน้ำโขงทางด้านเหนือของปากน้ำมูล ในเขตอำเภอโขงเจียม มีความยาว ประมาณ 250 กิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุด ประมาณ 90 กิโลเมตร ในแนวระหว่างภูหินปูน ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของอำเภอเลิงนกทา จังหวัดอุบล ฯ กับภูผานา ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของอำเภอนาแก จังหวัดสกลนคร

ทิวเขาภูพานมีลักษณะเป็นมุมใหญ่อยู่ทางด้านใต้ของจังหวัดสกลนคร ส่วนที่ทอดตัวออกไปทางทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้นั้น แยกอยู่เป็น 4 แนวคือ

ทิวเขาพนมดงรัก

เป็นทิวเขาหินปูนอยู่ทางตอนใต้สุดของภาค เริ่มต้นจากบริเวณช่องตะโก ซึ่งเป็นรอยต่อกับทิวเขาสันกำแพงไปทางทิศตะวันออกจนถึงภูแดนเมือง แล้วทอดตัววกขึ้นเหนือไปสุดที่ลำน้ำโขง ในเขตอำเภอพิบูลมังษาหาร รวมความยาว ประมาณ 500 กิโลเมตร เป็นทิวเขาแคบ ๆ มีความกว้างระหว่าง 4 - 25 กิโลเมตร ทางด้านเหนือมีลักษณะเป็นลาดยาวไปทางพื้นที่ราบสูง ซึ่งสูงประมาณ 200 เมตร ส่วนด้านใต้เป็นผาชันลงไปสู่ที่ราบต่ำที่เรียกว่าเขมรต่ำ ยอดเขาสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 500 เมตร ยอดสูงสุดคือพนมดงรัก สูง 721 เมตร อยู่ทางใต้อำเภอเดชอุดม เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำโดมใหญ่ ยอดสูง ๆ จะอยู่ในเขต จังหวัดศรีษะเกษ ซึ่งจะมีความสูงเฉลี่ย ประมาณ 600 เมตร ได้แก่

นอกจากทิวเขาทั้งสี่ดังกล่าวมาแล้ว ยังมีเนินเขาโดด ๆ ไม่สูงนักอยู่ในแถบตะวันออกเฉียงเหนือ ของภาคในบริเวณพื้นที่ระหว่างลำน้ำสงครามกับลำน้ำโขงได้แก่

ระบบการระบายน้ำ

การที่เป็นที่ราบสูงที่มีกรอบโดยรอบเป็นภูเขา ทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาไหลลงสู่แอ่งตอนกลาง ดังนั้นจึงเกิดน้ำท่วมได้ในฤดูฝน เช่นเดียวกับภาคเหนือและภาคกลาง ลำน้ำในภาคนี้ที่เป็นลำน้ำสายใหญ่ คือลำน้ำโขง ซึ่งไหลอยู่ตามขอบของภาคโดยตลอด ส่วนลำน้ำอื่น ๆ เป็นเพียงลำน้ำที่ส่งน้ำให้ลำน้ำโขง

ลำน้ำโขง เป็นลำน้ำสายยาวที่สุดสายหนึ่งของทวีปเอเซีย มีความยาว ประมาณ 4,400 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงธิเบต ไหลขนานอยู่ในตอนกลาง ระหว่างลำน้ำแยงซีเกียงทางด้านเหนือ และลำน้ำสาละวินทางด้านใต้ ลำน้ำโขงไหลมาทางตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านพื้นที่ภูเขาชัยซอน จนมาถึงที่ราบสูงยูนนานจึงไหลวกลงมาทางใต้ เข้าสู่ประเทศลาว ที่บริเวณเมืองสิงห์ เมื่อไหลมาถึงเมืองห้วยทราย ช่วงนี้ท้องน้ำเต็มไปด้วยหินผาและเกาะแก่งใช้เดินเรือไม่ได้

ลำน้ำโขงไหลผ่านประเทศไทย และใช้เป็นพรมแดนไทยกับลาว โดยเริ่มตั้งแต่ปากน้ำเหือง จนถึงปากน้ำมูล อาจจะแบ่งออกเป็นตอน ๆ ตามสภาพทางกายภาพที่แตกต่างกันได้ดังนี้

แควต่าง ๆ ที่ไหลลงสู่ลำน้ำโขงในช่วงที่ไหลผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนี้

ทางฝั่งตะวันตก ซึ่งอยู่ในฝั่งไทย ได้แก่ ลำน้ำกก ลำน้ำรวก ลำน้ำแม่จัน ลำน้ำอิง ลำน้ำเหือง ลำน้ำเลย ลำน้ำโขง ลำน้ำสงคราม ลำน้ำก่ำ ห้วยบางทราย ห้วยมุก ห้วยบังอี่ และลำน้ำมูล

ลำน้ำที่ไหลอยู่รอบนอกของที่ราบสูง หรือในลุ่มน้ำโขง เป็นลำน้ำซึ่งเกิดทางแถบเหนือของทิวเขาเลย ทิวเขาเก้าลูก และทิวเขาภูพาน และพวกที่เกิดทางทิศตะวันออกของทิวเขาภูพาน ได้แก่ลำน้ำเหือง ลำน้ำเลย ลำน้ำโมง ลำน้ำสวย ลำห้วยหลวง ลำน้ำสงคราม ลำน้ำยวม ลำน้ำก่ำ ห้วยบางทราย ห้วยมุก ห้วยบังอี่

หนองน้ำและที่ลุ่ม

เนื่องจากเป็นที่ราบสูงและเป็นพื้นดินทราย สะดวกต่อการระบายน้ำ ในภาคนี้จึงมีหนองน้ำอยู่ไม่มากนัก หนองน้ำขนาดใหญ่ และมีความสำคัญมีอยู่เพียงสามแห่ง ได้แก่ หนองหาร หนองพันสัก และหนองละหาน

นอกจากหนองน้ำขนาดใหญ่ทั้งสามแห่งนี้แล้ว ยังมีหนองน้ำขนาดเล็กอยู่อีกหลายแห่ง อยู่ในเขตจังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

พื้นที่ราบ

พื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบกว้างใหญ่และติดต่อถึงกันได้โดยตลอด มีทิวเขากั้นที่ราบออกเป็นตอนๆ อยู่บ้าง จึงทำให้สามารถแบ่งที่ราบออกเป็นแต่ละตอนดังนี้

 

สภาพลมฟ้าอากาศ

มีสภาพอากาศจัดอยู่ในจำพวกฝนแถบร้อนและแห้งแล้ง ในฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ธ.ค.- ม.ค.) อุณหภูมิจะเริ่มลดใน พ.ย. และต่ำสุดใน ธ.ค - ม.ค. ในช่วง มี.ค. - พ.ค. เป็นฤดูเปลี่ยนมรสุมเหนือ อุณหภูมิจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วใน มี.ค. และร้อนจัดใน เม.ย. ในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (มิ.ย.- ก.ค.) อุณหภูมิโดยทั่วไปจะลดลง และใน ต.ค.เป็นฤดูเปลี่ยนมรสุมใต้ อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงจนอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางแถบเหนือของภาค

ปริมาณฝน มียอดเฉลี่ย ประมาณ ปีละ 1474 มิลลิเมตร เดือนที่มีฝนตกสูงกว่า 200 มิลลิเมตรขึ้นไป จะอยู่ในเดือนพฤษภาคม และระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน เดือนที่แล้งที่สุดอยู่ในเดือนธันวาคม ในช่วงฤดูฝนจะมีประมาณฝน ประมาณ ร้อยละ 70 ในฤดูแล้งจะมีปริมาณฝนประมาณ ร้อยละ30

การแผ่กระจายของฝนมีปริมาณมากน้อยต่างกันตามลักษณะภูมิประเทศ ในแถบตะวันตก ได้แก่พื้นที่ในเขตจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา จะมีปริมาณฝนเฉลี่ยปีละ 1123 มิลลิเมตร ในแถบลุ่มน้ำมูล ได้แก่พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี กับแถบจังหวัดอุดรธานี และหนองคายจะมีปริมาณฝนเฉลี่ย ปีละ 1,400 - 1,500 มิลลิเมตร ในแถบย่านกลางของภาค ในเขตจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด มีปริมาณฝนเฉลี่ย ปีละ 1,300 มิลลิเมตร และในแถบเหนือของทิวภูเขา จะมีปริมาณฝนมากที่สุดถึง 2,000 มิลลิเมตร

สรุปช่วงเวลามีฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นดังนี้

นอกจากนั้นในห้วงเดือน กรกฎาคม - กันยายน จะมีพายุหมุนผ่านเข้ามาเป็นครั้งคราว อาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้

หมอก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักมีหมอกเกิดขึ้นเสมอ ทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน หมอกจะเกิดขึ้นในตอนเช้า อาจจะเริ่มตั้งแต่ 04.00 น. ไปจนถึง 10.00 น. บางครั้งอาจถึง 11.00 น.

ป่าและพืชพันธุ์

ป่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งออกได้เป็นสามประเภท คือ ป่าดิบ ป่าไม้ผลัดใบ และป่าหญ้า

ป่าดิบ ได้แก่ ป่าไม้สน มีอยู่ในจังหวัดเลย (แถบภูกระดึง) และพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ในเขตระหว่าง อำเภอเขมราช กับอำเภอโขงเจียม ป่าสน จะอยู่ปะปนกับไม้ผลัดใบต่าง ๆ ป่าดงดิบ จะมีอยู่ในบริเวณพื้นที่แถบภูเขาคือ บริเวณทิวเขาเลย ทิวเขาเพชรบูรณ์ ทิวเขาสันกำแพง ทิวเขาดงพระยาเย็นทางทิศตะวันตก และทิวเขาดงรักทางทิศใต้ กับพื้นที่บริเวณทิวเขาภูพาน ตั้งแต่จังหวัดสกลนคร ถึงเขมราช ที่มีชื่อว่า ดงหมากอี่ พื้นที่ทางใต้ของจังหวัดอุดร และแถบริมลำน้ำโขง บริเวณพื้นที่ระหว่าง อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย กับลำน้ำสงคราม

ป่าไม้ผลัดใบ ได้แก่ ป่าแดง ซึ่งเป็นป่าหลักของภาคนี้ อยู่ในบริเวณระหว่างลุ่มน้ำกับภูเขาโดยทั่วไป พันธุ์ไม้สำคัญได้แก่ ไม้พลวง เหียง เต็ง รัง มะค่า ยาง เป็นต้น

ป่าหญ้า มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าปนกับป่าโปร่งขนาดเล็ก ป่าหญ้าจะมีอยู่ในพื้นที่ระหว่างลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำสงครามในแถบอำเภอเพ็ญ จังหวัดสกลนคร และตอนใต้ของจังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ

เขตแดน ช่องทาง และท่าข้าม

พรมแดน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีรูปร่างเป็นส่วนโค้งเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีพรมแดนติดต่อกับต่างประเทศถึงสามด้าน พรมแดนของภาคจะมีเป็นสองลักษณะ คือมีพรมแดนเป็นทิวเขา และมีพรมแดนเป็นลำน้ำ พรมแดนทั้งสองชนิดดังกล่าว จะบังคับให้มีการคมนาคมติดต่อกันได้สะดวกเฉพาะจุดคือตามช่องเขาเท่านั้น สำหรับลำน้ำ แม้จะทำได้โดยทั่วไปแต่จะทำได้สะดวกเฉพาะบริเวณที่เป็นท่าข้ามเท่านั้น

พรมแดนที่เป็นลำน้ำ ได้แก่ลำน้ำเหือง และลำน้ำโขง เริ่มตั้งแต่ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยไปจนถึง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี มีรายละเอียดดังนี้

สันเขาบรรทัด

ช่องทาง

ช่องทางซึ่งใช้เป็นทางผ่านเข้าออกบนที่ราบสูงอิสาน แบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือ ช่องทางที่ใช้ติดต่อกับต่างประเทศและช่องทางที่ใช้ติดต่อภายในประเทศ

ช่องทางที่ใช้ติดต่อกับเขมร

ช่องทางที่ใช้ติดต่อกับลาว

ช่องทางภายในประเทศ

ท่าข้าม

เป็นท่าข้าม ระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กับประเทศลาวในลำน้ำโขง โดยทั่วไปตลอดฝั่งลำน้ำโขง ใช้เรือข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้ทุกแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีถนนเลียบริมฝั่งลำน้ำโขง สำหรับท่าข้ามที่มีความสมบูรณ์ให้ได้ตลอดปี มีดังนี้

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook