หน้าบ้านจอมยุทธ >> ห้องสมุด >> วิทยาศาสตร์-ดาราศาสตร์ >>ภาวะโลกร้อนกับชีวิตพอเพียง
 

  
สาเหตุการเกิดมลภาวะโลกร้อน
เศรษฐกิจและการเงินโลกกับภาวะโลกร้อน
โลกร้อน สาเหตุ 10 ปรากฏการณ์ประหลาด
ภาวะโลกร้อน ผลกระทบต่อระดับน้ำทะเลขึ้นสูง
ภาวะโลกร้อนกับชีวิตพอเพียง
ภาวะโลกร้อนกับการประมง
ฟันฉลาม ไขปริศนาภาวะโลกร้อน
ถุงพลาสติกกับภาวะโลกร้อน
หลอดตะเกียบ ประหยัดไฟลดภัยโลกร้อน
กินอาหารลดโลกร้อน
80 วิธีลดภาวะโลกร้อน
10 ข้อ ใกล้ตัวลดโลกร้อน
ฉลากคาร์บอน
ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่มีต่อเกษตรไทย
ประเทศไทยกับภาวะโลกร้อน
เตรียมรับมือกับภาวะโลกร้อน
 

ภาวะโลกร้อนกับชีวิตพอเพียง

เพ็ญภา ขำแก้ว วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี

Melting Ice. A Hot Topic คือคำขวัญวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี พ.ศ.2550 เนื่องจากโลกกำลังเกิดภัยวิบัติจากธรรมชาติอย่างรุนแรงซึ่งเป็นผลการกระทบจากภาวะโลกร้อน ดังนั้นในปีนี้ องค์การสหประชาชาติจึงได้ให้ความสำคัญต่อปัญหาโลกร้อน เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้ตระหนักร่วมกันในการแก้ปัญหาโลกร้อน

ปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse effect) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีมาคู่กับโลกของเรา เนื่องด้วยในชั้นบรรยากาศโลกมีก๊าซเรือนกระจกที่มีสมบัติดูดกลืนความร้อน ได้แก่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน ก๊าซโอโซนและไอน้ำ เป็นต้น ดังนั้นเมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ส่องมายังโลก พลังงานแสงจะถูกเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานความร้อน ซึ่งพลังงานความร้อนจะมีการสะท้อนกลับสู่อวกาศ หากโลกไม่มีชั้นบรรยากาศที่มีก๊าซเรือนกระจกช่วยดูดกลืนความร้อนไว้ โลกของเราก็จะเย็นยะเยือกในเวลากลางคืน ส่วนเวลากลางวันจะมีอุณหภูมิสูงมาก จะเห็นได้ว่าปรากฏการณ์เรือนกระจกช่วยให้โลกมีอุณหภูมิพอเหมาะไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อนดังเช่นปัจจุบัน

ปัญหาโลกร้อนได้เริ่มขึ้นเมื่อชั้นบรรยากาศของโลกถูกทำลายเพราะบทบาทของบรรยากาศโลกคือการเอื้อให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตและเอื้อให้สิ่งชีวิตดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขในสภาพธรรมชาติ ที่สมดุล แต่เนื่องจากชั้นบรรยากาศบางเบามาก จึงง่ายที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบดังนั้น เมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของประชากรโลก ทำให้มีการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกและนำไม้มาเป็นเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม ต่อมาเมื่อมีการนำเอาปิโตรเลียมมาเป็นเชื้อเพลิงพร้อมกับความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยิ่งทำให้โรงงานอุตสาหกรรมปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมหาศาล นอกจากนี้ เทคโนโลยีด้านยานยนต์เพื่อการคมนาคมและขนส่งก็ปลดปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากเช่นกัน รวมทั้งการดำเนินชีวิตของมนุษย์เรามีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หลายกิจกรรมเช่น การทำอาหารและการเผาสิ่งต่าง ๆ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าการดำเนินชีวิตของมนุษย์เราในปัจจุบัน ได้ทำลายองค์ประกอบของบรรยากาศโลก ทำให้ปริมาณของก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และ ก๊าซมีเทน นอกจากนี้ยังมีสารซีเอฟซี (CFC : Chloro fluoro carbon) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์และสามารถดูดกลืนความร้อนได้ปริมาณมากได้ถูกนำมาใช้เป็นสารทำความเย็นในเครื่องทำความเย็นต่าง ๆ และใช้ในกระบวนการผลิตโฟม เป็นต้น

สรุปเหตุแห่งปัญหาโลกร้อนที่สำคัญมีดังนี้

1. ป่าไม้ถูกทำลาย
2. การเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศโลก

ป่าไม้มีบทบาทหน้าที่สำคัญหลายอย่าง เมื่อป่าไม้ถูกทำลายจึงมีผลกระทบต่อสมดุล ธรรมชาติสร้างความเสียหายทั้งด้านภูมิประเทศและภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านภูมิอากาศทำให้อุณหภูมิของบรรยากาศสูงขึ้น เพราะป่าไม้ช่วยนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้เป็นวัตถุดิบในการปรับปรุงอาหารของพืชได้น้ำตาลกลูโคสแล้วเปลี่ยนเป็นแป้งและเซลลูโลส (เนื้อไม้) ป่าไม้จึงเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในชั้นบรรยากาศลดลงอยู่ในสภาพสมดุลเพื่อรักษาอุณหภูมิของโลกให้พอเหมาะต่อการดำรงชีวิต ดังนั้น การตัดไม้ทำลายป่าจึงทำให้ธรรมชาติขาดสมดุลและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สะสมเพิ่มขึ้น แล้วดูดกลืนความร้อนไว้ในบรรยากาศจึงทำให้บรรยากาศของโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น

สำหรับสาเหตุการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศโลกซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาโลกร้อนโดยตรงนั้นเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลายแหล่งแต่ที่สำคัญคือ ภาค- อุตสาหกรรม ภาคคมนาคมและขนส่งและภาคการผลิตพลังงาน ซึ่งแหล่งเหล่านี้ล้วนดำเนินการเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ทั้งสิ้น

ดังนั้น เมื่อมีความรู้ ความเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาโลกร้อนแล้ว เราควรตระหนักร่วมกันในการแก้ปัญหา ซึ่งคำขวัญวันสิ่งแวดล้อมโลกของประเทศไทยได้กำหนดเพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องชัดเจน เพื่อให้คนไทยนำไปร่วมแก้ปัญหาโลกร้อน คือ “หยุดโลกร้อนด้วยชีวิตพอเพียง” ซึ่งจะเห็นได้ว่าการดำเนินชีวิตพอเพียงตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทยนั้น สามารถน้อมนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน ประเทศและโลก

ในการแก้ปัญหาโลกร้อน “หยุดโลกร้อนด้วยชีวิตพอเพียง” นั้นทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยการช่วยกันปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและดูแลต้นไม้รวมทั้งช่วยกันดูแลรักษาป่าไม้ไม่ให้ถูกทำลายไปมากกว่านี้ และร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการลดใช้พลังงานโดยตรงและโดยอ้อม ดังนี้

ลดใช้พลังงานภายในบ้านซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวและเป็นชีวิตประจำวัน โดยการพาครอบครัวเข้าเป็นสมาชิกโครงการพลังงานหารสองอย่างจริงจังและได้ผลยั่งยืน ซึ่งจะทำให้การใช้พลังงานภายในบ้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพไม่เกิดการสูญเปล่าของพลังงาน ได้แก่ การปิดโทรทัศน์ วิทยุ คอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เมื่อเลิกใช้งาน ด้วยการท่องคาถาว่า “ ไม่ใช้...ปิด ” ซึ่งการประหยัดพลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยของเราโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมหาศาลต่อปี ดังนั้นการลดใช้พลังงานไฟฟ้าจึงช่วยให้ลดกำลังการผลิตและชะลอการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดใช้เครื่องปรับอากาศซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดและเมื่อเกิดภาวะโลกร้อนก็เป็นความจำเป็นมากที่ต้องใช้ ดังนั้นจึงควรต้องมีความรู้ในการใช้เครื่องปรับอากาศอย่างมีประสิทธิภาพและต้องตระหนักร่วมกันว่าควรเปิดที่อุณหภูมิ 25 ํC หรือมากกว่า 25 ํC เพียงแค่ดับความร้อนและรู้สึกสบายโดยไม่ต้องทนทุกข์จากความร้อน

เมื่อออกจากบ้านการใช้รถยนต์ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่าง ๆ ที่มีการรณรงค์ตลอดมาแต่ไม่ค่อยได้ผลมากนัก เช่นการใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กม. / ชั่วโมง ซึ่งคนไทยยังมีนิสัยขับรถเร็ว ซึ่งนอกจากสิ้นเปลืองน้ำมันแล้วยังมีโอกาสการเกิดอุบัติเหตุสูงด้วย เมื่อเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันแพงร่วมกับภาวะโลกร้อน น่าจะกระตุ้นให้ทุกคนเต็มใจที่จะประหยัดน้ำมัน ดังนั้นพลังของทุกคนช่วยหยุดโลกร้อนได้ด้วยชีวิตพอเพียง ซึ่งไม่มีผลทำให้วิถีชีวิตของทุกคนเดือดร้อน

นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกที่สามารถช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้ เช่น การเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและการคัดแยกขยะ เป็นต้น จะเห็นได้ว่า เราทุกคนสามารถร่วมมือกัน “ หยุดโลกร้อนด้วยชีวิตพอเพียง ” ได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ทำให้มีความหวังว่า โลกของเราจะผ่านพ้นวิกฤตจากมหันตภัยโลกร้อนได้ โดยทุกคนลงมือทำทันทีอย่างมุ่งมั่นและถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อโลกที่เราอาศัยอยู่และเพื่อลูกหลานที่รักของเรา “ ทุกคนมีความรู้ ทุกคนได้รับผลกระทบ รู้แล้วทำไมไม่นำมาปฏิบัติ ”