บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ลัทธิเศรษฐกิจ

แนวคิดของ จอห์น เมนาร์ด เคนส์

       ตั้งแต่ปี 1920 เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วไปและการว่างงานเรื้อรัง ทำให้เคนส์ได้ศึกษาข้อบกพร่องของเศรษฐศาสตร์ดั้งเดิม ที่อธิบายถึงการเกิดดุลยภาพการจ้างงานเต็มที่ โดยผ่านกลไกการปรับตัวอัตโนมัติของเศรษฐกิจภายใต้การแข่งขันเสรี และได้พัฒนาแนวคิดโดยการรวมการวิเคราะห์เศรษฐกิจจริง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลิตและการจ้างงาน กับเศรษฐกิจเงินเข้าอยู่ในกรอบทฤษฎีเดียวกัน และใช้รายได้เป็นตัวปรับดุลยภาพที่สำคัญแทนราคา โดยเคนส์ได้เสนอแนวคิดนี้ในหนังสือ ทฤษฎีทั่วไปของการจ้างงาน ดอกเบี้ยและเงิน ในปี 1936

ระบบทฤษฎีของเคนส์ เป็นการรวมการวิเคราะห์เศรษฐกิจจริงกับเศรษฐกิจเงินเข้าในกรอบทฤษฎีเดียวกัน และเสนอหลักอุปสงค์มีผลในการกำหนดการผลิต รายได้ประชาชาติ และการจ้างงาน

การปฏิวัติเคนเซี่ยน เริ่มต้นจากผลงานทฤษฎีทั่วไปของเคนส์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อทฤษฎีเศรษฐศาสตร์และนโยบายเศรษฐกิจมากมาย ในทศวรรษ 1950 และ 1960 ทุกประเทศได้ดำเนินนโยบายการจ้างงานตามหลักอุปสงค์มีผลของเคนส์อย่างกว้างขวางเพื่อแก้ปัญหาการว่างงาน

กำเนิเศรษฐศาสตร์ของเคนส์

เคนส์มีสภาพแวดล้อมอยู่ในวงวิชาการ บิดาเป็นอาจารย์เศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ จบการศึกษาสาขาคณิตศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ต่อมาได้ศึกษาเศรษฐศาสตร์ เป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงอินเดีย อาจารย์บรรยายวิชาเศรษฐศาสตร์ บรรณาธิการวารสารอีคอนอมิกเจอร์นาล เป็นตัวแทนกระทรวงการคลังของอังกฤษเข้าร่วมประชุมเพื่อปฏิรูประบบเงินตราและการเงินระหว่างประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ผลงานที่สำคัญได้แก่ บันทึกปฏิรูปการเงิน นิพนธ์ว่าด้วยเงิน และที่สำคัญที่สุดได้แก่ ทฤษฎีทั่วไปของการจ้างงาน ดอกเบี้ยและเงิน ซึ่งถือกันว่าเป็นพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์มหภาค

เคนส์มีความเห็นว่า ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและการว่างงานในอังกฤษ หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นผลจากการที่อังกฤษหันกลับไปใช้ระบบมาตรฐานทองคำ ซึ่งยึดติดกับค่าทองคำเดิมเมื่อก่อนสงคราม เพราะเท่ากับเป็นการสละดุลยภาพภายในประเทศ ทำให้ผลเสียหายกับชนชั้นวิสาหกรและกรรมกร ซึ่งเป็นผู้ทำการผลิตในประเทศ เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและการว่างงาน ในขณะที่การรักษาดุลยภาพภายนอกจะเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มนักลงทุนในต่างประเทศและผู้ทำการค้าต่างประเทศเท่านั้น

เคนส์มีความเห็นว่า ทุนนิยมปัจเจกบุคคลโดยการปล่อยให้ทำนั้นไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ควารแยกเจ้าของกับการบริหารออกจากกันและในขณะเดียวกันรัฐบาลควรเข้ามาดูแลในเรื่องความยุติธรรมและเสถียรภาพของสังคม ด้วยการกำกับดูแลเศรษฐกิจเพื่อเสริมในส่วนที่ภาคเอกชนทำไม่ได้

ประวัติและผลงานของเคนส์
สาระสำคัญของหนังสือ ผลลัพท์ทางเศรษฐกิจของสนธิสัญญาสันติภาพ มีสาระเกี่ยวกับการเรียกค่าปฏิกรรม สงครามจากเยอรมนี ผู้แพ้สงครามจำนวนมากมหาศาลไม่เพียงแต่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเยอรมันีต้องล้มละลายเท่านั้น แต่ยังจะทำให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วทั้งยุโรปอีกด้วย

การว่างงานกับระบบมาตรฐานทองคำ
จอห์น เมนาร์ด เคนส์ ไม่เห็นด้วยกับการที่อังกฤษจะหันกลับไปใช้ระบบมาตรฐานทองคำอีกครั้งหนึ่ง เพราะจะทำให้ไม่สามารถสร้างเสถียรภาพให้กับระดับราคาภายในประเทศ และยังไม่เป็นเงื่อนไขเพียงพอที่จะสร้างเสถียรภาพให้กับอัตราแลกเปลี่ยนอีกด้วย

ทุนนิยมในทรรศนะของเคนส์
จอห์น เมนาร์ด เคนส์ มีความเห็นว่า รัฐบาลจะต้องจะต้องเข้ามาพยุงเศรษฐกิจในยามคับขันเฉพาะในขอบเขตที่เอกชนทำไม่ได้เท่านั้น เช่น

ระบบทฤษฎีของเคนส์

เคนส์ได้วิพากษ์วิจารย์ทฤษฎีการจ้างงานแบบดั้งเดิมว่าข้อสมมติการจ้างงานเต็มที่นั้นไม่สมเหตุผล และกลไกตลาดไม่สามารถทำหน้าที่ได้โดยสมบูรณ์ เพราะในความเป็นจริงอำนาจการตัดสินใจในการจ้างงานขึ้นกับวิสาหกรมากกว่า และกรรมกรคำนึงถึงอัตราค่าจ้างเงินมากกว่าค่าจ้างจริง ทำให้อาจเกิดดุลยภาพในระดับการจ้างงานไม่เต็มที่

เคนส์มีความเห็นว่า อุปสงค์มีผลเป็นตัวกำหนดระดับรายได้ประชาชาติและปริมาณการจ้างงานซึ่งสามารถอธิบายการเกิดดุลยภาพได้ทั้งในระดับการจ้างงานเต็มที่และไม่เต็มที่ โดยอาจทำให้เกิดการว่างงานแบบไม่สมัครใจขึ้นได้

ระดับของอุปสงค์มีผลจะถูกกำหนดโดยฟังก์ชั่นอุปสงค์มวลรวม ในระบบเศรษฐกิจปิดที่ไม่มีการค้าระหว่างประเทศจะประกอบด้วยรายจ่ายเพื่อการบริโภคและรายจ่ายเพื่อการลงทุนรายจ่ายเพื่อการบริโภคขึ้นอยู่กับรายได้โดยตรง และมีเสถียรภาพส่วนรายจ่ายเพื่อการลงทุนขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นตัวกำหนดที่สำคัญในอุปสงค์มีผลและเมื่อลงทุนเพิ่มขึ้นจะทำให้รายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้นหลายเท่า ตามค่าของตัวคูณ ซึ่งมีค่าเท่ากับส่วนกลับของแนวโน้มการออมหน่วยสุดท้าย

ทฤษฎีความพึงใจสภาพคล่องเป็นทฤษฎีที่ใช้อธิบายการกำหนดอ้ตราดอกเบี้ยของเคนส์ เคนส์มีความเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนต่อการยอมปล่อยสภาพคล่องออกไปชั่วคราว ถ้าอัตราดอกเบี้ยสูงคนจะถือเงินน้อย ถ้าอัตราดอกเบี้ยต่ำคนจะถือเงินมากขึ้น ดุลยภาพของอัตราดอกเบี้ยจะถูกกำหนด ณ ปริมาณอุปทานเท่ากับอุปสงค์ของเงินที่เกิดจากแรงจูงใจสภาพคล่องต่างๆ ของผู้คน และการออมไม่จำเป็นต้องเท่ากับการลงทุนเสมอไป เนื่องจากคนออมกับคนลงทุนเป็นคนละคนกัน

วิพากษ์ทฤษฎีการจ้างงานแบบดั้งเดิม
ทฤษฎีการจ้างงานของ เคนส์ อธิบายกลไก การเกิดการว่างงานโดยไม่สมัครใจ เคนส์มีความเห็นว่า การว่างงานโดยไม่สมัครใจอาจเกิดขึ้นได้เพราะ กลไก ตลาดไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดอุปสงค์ของแรงงานเท่านั้น ไม่ได้อยู่ในตลาดแรงงาน แต่อยู่ที่ตลาดผลผลิตหรือขนาดของอุปสงค์มีผลหรืออำนาจซื้อจริงที่มีต่อสินค้าในตลาดผลผลิต นอกจากนี้ค่าจ้างเงิน มีแนวโน้มอยู่ในระดับเดิมเนื่องจากสภาพแรงงานต่างก็ควบคุมแข่งขันซึ่งกันและกัน

หลังอุปสงค์มีผล
หลักอุปสงค์มีผลของ เคนส์ ใช้อธิบายกำหนดปริมาณการจ้างและการเกิดภาวะการว่างงานโดยไม่สมัครใจ ซึ่งสามารถอธิบายการจ้างงานในระดับที่ต่ำกว่าการจ้างงานเต็มที่ได้ด้วย

ทฤษฎีรายได้และตัวคูณ
เคนส์มีความเห็นว่า ปัจจัยที่กำหนดรายจ่ายในการลงทุน ได้แก่ ประสิทธิภาพหน่วยสุดท้ายของทุนและอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินทุน

ทฤษฎีความพึงใจในสภาพคล่อง
"กับดักสภาพคล่อง" ได้แก่ปรากฏการณ์ในช่วงของเศรษฐฏิจตกต่ำมากๆ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดต่ำมาก แต่การลงทุนไม่กระเตื้องขึ้น เพราะประสิทธิภาพหน่วยสุดท้ายของการลงทุนต่ำด้วย จึงไม่มีผลต่อการกระตุ้นการลงทุน หรือเกิดจากการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมาก นักเก็งกำไรกลัวว่าราคาที่เพิ่มขึ้นสูงไปมากพึงจะตกลงมา จึงพากันเทขายหุ้นเพื่อเก็บเงินสดไว้ ความต้องการสภาพคล่องจึงมีมากแบบไม่มีที่สิ้นสุด

การปฏิวัติเคนเซี่ยน

การปฏิรูปทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ของเคนส์ คือการปฏิเสธกฎของเซย์ ซึ่งทำให้เกิดดุลยภาพ ณ ระดับการจ้างงานเต็มที่เสมอ ทฤษฎีทั่วไปของเคนส์ถือได้ว่าเป็นทฤษฎีรายได้ประชาชาติ ซึ่งเป็นการวิเคราะห์แบบมหภาค และได้ข้อสรุปว่าภายใต้ระบบทุนนิยมปัจเจกบุคคลนี้ วิกฤตเศรษฐกิจและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจะเกิดจากความไม่เพียงพอของอุปสงค์มีผลหรือความไม่เพียงพอจากรายจ่ายเพื่อการลงทุนซึ่งเป็นปัญหาของชาติที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

นโยบายของเคนส์ ได้แก่การสนับสนุนการแก้ปัญหาการว่างงานด้วยรายจ่ายภาครัฐที่ทำให้เกิดผลผลิต และได้เปลี่ยนทรรศนะของทุนนิยมจากทรรศนะเดิมที่ว่าสังคมประกอบจากปัจเจกบุคคลหรือส่วนรวมเป็นผลมาจากการรวมของส่วนย่อย โดยมีความเห็นว่า การวิเคราะห์ปัญหาของสังคมโดยรวมควรใช้วิธีแบบมวลรวมจะเหมาะสมกว่า ซึ่งเป็นการมองในแง่มหภาค

ข้อจำกัดของการปฏิวัติแบบเคนเซี่ยนได้แก่ การสมมติให้สาขาการผลิตสินค้าบริโภคกับสินค้าทุนอยู่ในสัดส่วนที่สมดุล การตั้งอยู่บนข้อสมมติของการแข่งขันสมบูรณ์ และการขาดพื้นฐานจุลภาค และนโยบายการคลังแบบขาดดุล ในภาวะที่เศรษฐกิจรุ่งเรือง อาจทำให้เกิดภาวะราคาเฟ้อได้

การปฏิรูปทฤษฎีเศรษฐศาสตร์
ความแตกต่างของทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ของเคนส์มีความแตกต่างจากนักเศรษฐศาสตร์ดั้งเดิมคือ เคนส์ ปฏิเสธกฎของ เซย์

นโยบายเคนเซี่ยนและการเปลี่ยนแปลงทรรศนะทุนนิยม
เคนส์ มีความเห็นว่า ส่วนรวมไม่ได้เป็นผลจากการรวมของส่วนย่อย ตัวอย่างเช่น การออมของแต่ละบุคคลอาจทำให้บุคคลนั้นมีฐานะดีขึ้น แต่ถ้าทุกคนในระบบเศรษฐกิจพร้อมใจกันอดออม จะทำให้การบริโภคโดยรวมลดลง และเป็นผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ข้อจำกัดของการปฏิวัติเคนเซี่ยน
ข้อจำกัดของการปฏิวัติเคนเซียน ได้แก่ (1) การไม่มีหลักประกันว่าสัดส่วนของรายจ่ายเพื่อการบริโภคกับรายจ่ายเพื่อการลงทุน ซึ่งเป็นองค์ประกอบในอุปสงค์มีผลจะอยู่ในภาวะสมดุล (2) การลงทุนของวิสาหกิจผูกขาดและวิสาหกิจ โอลิโกโปลี มีส่วนทำให้อุปสงค์มีผลไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจทุนนิยมตกอยู่ในภาวะชะงักงันระยะยาว (3) การยอมรับข้อสมมุติของการแข่งขันสมบูรณ์ ทำให้ขัดกับข้อสรุปในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มหภาค (4) ปัญหาการคลังขาดดุลกลายเป็นปัญหาทางโครงสร้างที่เรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเรื่องการเมืองเข้ามาแทรก และยังดำเนินนโยบายขาดดุล ในภาวะเศรษฐกิจรุ่งเรืองอาจทำให้เกิดภาวะราคาเฟ้อได้

การศึกษาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ
การศึกษาประวัติลัทธิเศรษฐกิจ
ระบบเศรษฐกิจสมัยกลาง
ระบบเศรษฐกิจแบบแมนเนอร์
การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจสมัยกลาง
การก้าวไปสู่ระบบทุนนิยม
ชนชั้นกระฎุมพีกับสังคมศักดินา
การปฏิวัติอุตสาหกรรม
สภาพเศรษฐกิจและสังคมระหว่างสงครามโลก
สภาพเศรษฐกิจและสังคมในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1
สภาพเศรษฐกิจและสังคมในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาหลังทศวรรษ 1960
วิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกหลังทศวรรษ 1970
ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้ว
การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจสู่สมัยใหม่ในเอเชีย
แนวคิดก่อนคลาสสิก
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมในช่วงก่อนกำเนิดแนวคิดพาณิชยนิยม
แนวคิดพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์เสรีนิยม
แนวคิดธรรมชาตินิยม
แนวคิดคลาสสิกของอดัม สมิธ
แนวคิดคลาสสิกของโรเบิร์ท มัลธัส
แนวคิดของเดวิด ริคาร์โด
แนวคิดของจอห์น สจ๊วต มิลล์
แนวคิดสังคมนิยม
แนวคิดสังคมนิยมแบบมาร์ก
แนวคิดนีโอคลาสสิก
แนวคิดเศรษฐศาสตร์สำนักโลซาน
เศรษฐศาสตร์ของพาเรโต
แนวคิดของ จอห์น เมนาร์ด เคนส์
แนวคิดเศรษฐศาสตร์ในปัจจุบัน
ประวัติแนวคิดและนักคิดการเงินนิยม
แนวคิดเศรษฐศาสตร์ด้านอุปทาน
แนวคิดสำนักพึ่งพา

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook