บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

มโนห์รา


อาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเนื่องจากอำนาจของครูหมอมโนห์รา
พิธีกรรมกับกระบวนการรักษาเยียวยา
บทวิเคราะห์
ทิศทางการดำรงอยู่ของมโนห์รา
สาเหตุที่ทำให้มโนห์ราในปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลง
 
สาเหตุที่ทำให้ “มโนห์รา” ในปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงไป

การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงเฉพาะโครงสร้างของสังคมเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้วิถีชีวิตของคนที่มีต่อศิลปะวัฒนธรรมเกิดการเปลี่ยนแปลงไปและมีแนวโน้มถูกทำลายลงได้เช่นกัน ด้วยสาเหตุต่อไปนี้

การเสื่อมความนิยมลงของ “มโนห์รา” ในรูปแบบของมหรสพ

เนื่องเพราะโลกของการสื่อสารแคบลง ทำให้วัฒนธรรมตะวันตกโดยเฉพาะสื่อเพื่อความบันเทิงประเภทต่างๆ เช่น ภาพยนตร์ ดนตรี วิทยุ โทรทัศน์ วิดีทัศน์ ฯลฯ ได้แผ่ขยายเข้ามาในประเทศอย่างรวดเร็ว เกิดการยอมรับและกลายเป็นค่านิยมของความทันสมัยไม่เว้นแม้แต่สังคมชนบท รูปแบบของการพัฒนาชนบทตามแนวสังคมเมืองได้นำค่านิยมของการเสพความบันเทิงเข้าไปสู่กลุ่มหนุ่มสาว “ลัทธิเอาอย่าง” หรือ “วัฒนธรรมกระแสหลัก” ทำให้กลุ่มหนุ่มสาวปฏิเสธภูมิปัญญาเดิมในท้องถิ่นและปฏิเสธที่จะสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมของตน เพราะมองว่าเป็นสิ่งเหลวไหลและล้าสมัย “มโนห์รา” ก็เช่นเดียวกันที่กลุ่มหนุ่มสาวหรือที่เรียกขานกันว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ปฏิเสธที่จะฝึกซ้อมร้องรำหรือแม้กระทั่งปฏิเสธที่จะศึกษาเรียนรู้ ด้วยเหตุนี้

ทำให้การร้องรำหรือการแสดงมโนห์ราเสื่อมความนิยมลงอย่างรวดเร็ว เหตุเพราะศิลปะแขนงอื่นที่มาจากวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาดึงดูดความสนใจให้เบี่ยงเบนไป เมื่อศิลปะการแสดงของมโนห์ราหมดความนิยมและขาดการสืบทอด ผลกระทบที่ตามมาก็คือการล่มสลายลงของการเป็นสถาบันการแพทย์พื้นบ้าน เนื่องจากพิธีกรรมต่างๆ แทบทุกขั้นตอนของการรักษาเยียวยาจำเป็นต้องอาศัย “มโนห์รา” ในการประกอบพิธีกรรม ถ้าหากไม่มี “มโนห์รา” ความเป็นสถาบันการแพทย์พื้นบ้านก็ไม่อาจจะดำรงอยู่ได้อย่างแน่นอนที่สุด

บทบาทของผู้ให้การรักษาและผู้รับการรักษาขาดความสัมพันธ์กัน

เนื่องจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยแบบใหม่ที่เน้นการบริโภค คนส่วนใหญ่จึงหันมาประกอบอาชีพค้าขายหรือประกอบอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมเพื่อการยังชีพมากขึ้น การสร้างผลประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญกว่าความผูกพันระหว่างกันของคนในสังคมของคน เฉกเช่นการรักษาโดยใช้พิธีกรรมของ “มโนห์รา” ที่ความสัมพันธ์ของมโนห์รากับผู้ป่วยมีเงื่อนไขทางธุรกิจ มีการกำหนดราคาค่าประกอบพิธีกรรมในจำนวนเงินที่สูงมาก โดยอ้างเหตุผลของการเสียเวลาในการประกอบอาชีพ ซึ่งถ้าหากผู้ป่วยไม่มีเงินเพียงพอ ก็ไม่สามารถใช้บริการได้ทั้งๆ ที่ยังมีความเชื่อถือศรัทธาในพิธีกรรมดังกล่าวอยู่ ถ้าเป็นในอดีตการประกอบพิธีกรรมมีเพียงแค่ค่ายกครูซึ่งเป็นจำนวนเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งด้วยเหตุของโครงสร้างทางสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้เครือข่ายสังคมของผู้ป่วยขาดการเชื่อมต่อ ลักษณะของครอบครัวเป็นแบบครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น การตัดสินใจในการรักษาจึงขาดแรงสนับสนุนของเครือข่ายสังคมโดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยกัน นอกจากนี้ลักษณะการให้บริการของผู้ประกอบพิธีกรรม คือ “มโนห์รา” ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานธุรกิจทำให้ขาดความกรุณาและความละเอียดอ่อน ความผูกพันระหว่างระหว่างกันของผู้ให้และผู้รับบริการจึงเป็นไปอย่างไม่แน่นแฟ้น ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การใช้พิธีกรรมของ “มโนห์รา” เปลี่ยนแปลงไป



ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ

นโยบายในการพัฒนาประเทศของไทยเป็นแบบรวมศูนย์อำนาจ มีการบริหารโดยที่อำนาจการตัดสินใจขึ้นอยู่กับผู้บริหารของส่วนกลาง ไม่มีการกระจายอำนาจให้ส่วนภูมิภาคได้บริหารตามสังคมหรือวัฒนธรรมเฉพาะท้องถิ่นอย่างแท้จริง ทำให้การพัฒนาประเทศเป็นลักษณะของการบริหารแบบปูพรมที่ผิดรูปแบบมาตลอด โดยเฉพาะนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่อาศัยรูปแบบของการสาธารณสุขมูลฐานมาใช้ในการพัฒนางานสาธารณสุขและใช้ “การพึ่งตนเอง” เป็นนโยบายหลักที่กระทรวงพยายามผลักดันโดยเสนอ รูปแบบวิธีการต่างๆ มากมายเพื่อให้เกิดความเป็นจริงว่าชาวบ้านสามารถพึ่งตนเองได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อได้พิจารณาถึงรูปแบบและวิธีการต่างๆ นั้นกลับพบว่า เป็นนโยบายที่ยังขาดความเข้าใจขาดความลึกซึ้งในวัฒนธรรมตลอดจนภูมิปัญญาของชาวบ้านและสั่นคลอนต่อระบบการแพทย์พื้นบ้านในแต่ละท้องถิ่นเป็นอย่างมาก ดังนั้น หากรัฐให้การสนับสนุนและได้มีการศึกษาวัฒนธรรมรวมถึงภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้านอย่างจริงจัง การสาธารณสุขมูลฐานอาจจะบรรลุเป้าหมายจริงตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ก็เป็นได้

การแพทย์พื้นบ้านที่มีการใช้ “มโนห์รา” ซึ่งเป็นศิลปะการละเล่นพื้นบ้านเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องในการกำหนดสาเหตุและการเยียวยารักษาอาการเจ็บป่วย โดยใช้รูปแบบที่เป็นพิธีกรรมเชิงไสยศาสตร์ มีบทบาทเป็นผู้ให้จิตบำบัดแก่สังคมโดยนัย รูปแบบเหล่านี้อาจจะมีการมองว่าเป็นเรื่องงมงายไร้สาระหรือไม่มีเหตุผล แต่หากมองระบบการแพทย์เป็นวัฒนธรรมประเภทหนึ่งแล้ว การแพทย์พื้นบ้านก็น่าจะเป็นรากฐานและเป็นจุดกำเนิดที่ยิ่งใหญ่ของกระบวนการให้ความหมายของการเจ็บป่วย การประเมินอาการและการแสวงหาการเยียวยารักษา โดยผ่านจากการถ่ายทอดความคิดความเชื่อจากบรรพบุรุษจนกลายเป็นศิลปะการแพทย์พื้นบ้านที่ละเอียดอ่อน เกิดการยอมรับจนมีลักษณะเฉพาะของชาวไทยทางภาคใต้มาตั้งแต่โบราณสืบทอดต่อกันมาจนกระทั่งปัจจุบัน แนวคิดเรื่องสุขภาพและความเจ็บป่วยรวมทั้งวิธีการบำบัดรักษาตามแนวตะวันตกหรือการบำบัดรักษาแบบพื้นบ้าน ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกันหรือขัดแย้งกัน เพราะอาจนำมาเป็นรูปแบบของการบำบัดรักษาที่หนุนเสริมซึ่งกันและกันได้

การรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนมิใช่เป็นสิ่งผิด เพราะสามารถใช้เป็นแนวคิดที่ทำให้เกิดความหลากหลายต่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ ทำให้มีความกว้างไกลทางปัญญา มีแนวความคิดที่เป็นลักษณะสากลมากขึ้น หากมีการเลือกใช้ให้เหมาะสมก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถเชิดชูค่าวัฒนธรรมที่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ท้องถิ่นได้ แต่หากปล่อยให้วัฒนธรรมอื่นเข้ามาครอบงำมากๆ จนเป็นการทำลายวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ถือเป็นรากฐานแห่งภูมิปัญญาของตนและยิ่งเป็นการน่าเสียดายหาก “ศิลปะแห่งภูมิปัญญา” ต้องสูญสลายไปเพราะชนรุ่นหลังไม่เห็นคุณค่า

ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นย่อมมีหนทางแก้ไข หากทุกคนให้ความร่วมมือและเห็นพ้องต้องกันอย่างจริงใจที่จะฟื้นฟู “มโนห์รา” ให้มีบทบาทในสถานะของสถาบันการแพทย์พื้นบ้านที่จะดำรงอยู่ได้ต่อไป ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นได้ ถ้านักทำงานทุกๆ ฝ่ายร่วมมือกันทั้งทางด้านวิชาการและทางการปฏิบัติ ได้ศึกษาข้อเท็จจริงถึงบทบาทของ “มโนห์รา” ในท้องถิ่นทางภาคใต้ เพื่อประโยชน์ในการจรรโลงความสัมพันธ์ของระบบการแพทย์พื้นบ้านกับชาวบ้านเพื่อการรักษาเยียวยาทางจิตใจและเพื่อการดำรงอยู่ของศิลปะที่งดงามที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของภาคนับแต่อดีต แม้ว่าในบางครั้ง “มโนห์รา” อาจถูกกระทบด้วยระบบการแพทย์แผนปัจจุบันที่เหนือกว่าทั้งในด้านวิธีการรักษา ยา หรือเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัย แต่บางโอกาสระบบการแพทย์แบบดั้งเดิมก็สามารถแบ่งเบาภาระในการรักษาโรคที่การแพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถรักษาหรือไม่สามารถอธิบายได้ให้หายได้ด้วย ”ความเชื่อและความศรัทธา”

เอกสารประกอบการเขียนบทความ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook