บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สตรีมุสลิมในประวัติศาสตร์

ราตูมาศ พระชนนีผู้ทรงอิทธิพลเหนือสองนครา
ราตู ไซรีฟา ฟาติมะห์ หญิงสามัญผู้ครองบังลังก์นครบันเต็น
ราตู อาเก็ง เตอเกิลราชา นักรบและนายทุน
ราตู ซาฟี สตรีเคร่งศาสนา ผู้บริหารหลังม่านและผ้าคลุม
ราตูฮิเจา ราชินีนักพัฒนา แม่ค้า เจ้าหนี้
ราชินี ขุนนาง ขันที และบุรุษข้างกาย
โต อาโย นางทาส นางโสเภณี ผู้ควบคุมการค้า
  
ราตู ซาฟี สตรีเคร่งศาสนา ผู้บริหารหลังม่านและผ้าคลุม

นามของ ราตูซาฟี อัล-ดิน ทัช อัล-อาลัม (Sri Ratu Safi al-Din Taj al-Alam) ได้รับการบันทึกไว้ทั้งในตำนานนครอาเจะห์ ดารุสสลาม (Aceh Darussalam) และในบันทึกการเดินทางของพ่อค้าชาวยุโรปที่เข้ามาทำการค้ากับนครอาเจะห์. ราตูซาฟี เป็นเจ้านครองค์ที่ 14 เป็นสตรีคนแรกที่ปกครองนครอาเจะห์ ดารุสสลาม และทรงเป็นผู้นำหญิงชาวมุสลิมคนแรกในอุษาคเนย์ที่ใช้ทินนามว่า “สุลต่านนะห์” (sultanah)

พระนางเป็นพระธิดาของสุลต่านอิสกันดาร์ มูดา (Iskandar Muda) เจ้านครองค์ที่ 12 แห่งอาเจะห์ ราตูซาฟีอภิเษกสมรสกับเจ้าชายอิสกันดาร์ ธานี (Iskandar Thani) โอรสของสุลต่านแห่งนครปาหัง เจ้าชายอิสกันดาร์ ธานี ราชบุตรเขยได้รับการสถาปนาเป็นเจ้านครองค์ที่ 13 แห่งอาเจะห์ ต่อจากสุลต่านอิสกันดาร์ มูดา และเมื่ออิสกันดาร์ ธานี สิ้นพระชนม์ ในปี พ.ศ.2184 ราตู ซาฟี ขึ้นครองนครต่อจากพระสวามี

บันทึกของพ่อค้าชาวยุโรปที่ทำงานกับบริษัท VOC กล่าวถึงพระปรีชาสามารถของ ราตู ซาฟี ว่าเป็นผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการเจรจาการค้ามาก พระนางจะระแวดระวังอยู่ตลอดเวลากับปัจจัยและเงื่อนไขใดๆ ที่จะกระทบกับผลประโยชน์ของอาเจะห์ ราตูซาฟีมีวิธีเจรจาต่อรองการค้าอย่างชาญฉลาด กลยุทธ์ที่พระนางใช้อยู่เสมอคือการกระตุ้นให้คู่ค้า คือ บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ (East India Company) และบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา (VOC)แข่งขันกัน เพื่อประโยชน์ทางการค้าสูงสุดของนครอาเจะห์

ครั้งหนึ่ง ราตูซาฟีประทานสัมปทานการค้าพริกไทยในสุมาตราตะวันตกให้กับฝ่ายอังกฤษ เพื่อเป็นการลงโทษบรรดาพ่อค้าเอกชนฝ่ายดัชต์ ที่ปิดล้อมเมืองท่าที่มีการขนถ่ายพริกไทยในบริเวณนั้น และอีกครั้งหนึ่งที่พระนางประทานสัมปทานการค้าให้กับฝ่ายอังกฤษ เพื่อเจรจาให้ปล่อยตัวชาวอาเจะห์ที่ถูกจับเป็นเชลยอยู่ที่เมืองกัว (Goa) ในอินเดีย. หนึ่งในกรณียกิจของ ราตู ซาฟี คือจัดการชุมนุมพบปะกับพ่อค้าต่างชาติทุกวันเสาร์ แต่จะไม่มีพ่อค้าคนใดได้เห็นพระพักตร์พระนาง พวกเขาบันทึกไว้ว่า ราตูซาฟีเป็นสตรีที่เคร่งครัดในกฎเกณฑ์ทางศาสนามาก พระนางจะสนทนา เจรจาการค้ากับพ่อค้าต่างชาติจากบังลังก์หลังม่านเท่านั้น

 

ขณะเดียวกัน พระนางก็สนใจกับความเป็นไปของสตรีในโลกตะวันตก โดยที่ภรรยาของพ่อค้าเหล่านั้น ได้รับเชิญให้เข้าไปในเขตพระราชฐานชั้นในของราชสำนัก เพื่อให้ช่วยอรรถาธิบายเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายของสตรียุโรปในราชพิธีต่างๆ. พ่อค้าของ VOC เล่าว่า ราตู ซาฟี มีกลุ่มขันทีปัญญาเฉียบแหลมเป็นที่ปรึกษา แต่พระนางไม่เคยตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของบรรดาขุนนางในราชสำนัก และพระนางยังคงสืบทอดพระราชพิธีอลังการ์ต่างๆ จากสมัยของพระบิดาและพระสวามีไว้ รวมทั้งดูแลอุปถัมภ์สตรีนับพันคนในฮาเร็มในราชสำนักไว้ต่อมา

ราตู ซาฟี ปกครองอาเจะห์อยู่ 34 ปี จาก พ.ศ.2184 – 2218 (ค.ศ.1641-1675) ทรงเป็นผู้นำหญิงมุสลิมในยุคสมัยเดียวกับราตูกูนิงแห่งนครรัฐปัตตานี. หลังรัชสมัยของราตูซาฟี มีสตรีขึ้นสืบทอดพระราชบังลังก์นครอาเจะห์อีก 3 คนติดต่อกัน รวมแล้วนครอาเจะห์ ดารุลสลาม อยู่ภายใต้การปกครองของสตรี 4 คน นานกว่าครึ่งศตวรรษ นับจากพุทธศักราช 2184 – 2242 (ค.ศ.1641-1699) แต่ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้านครหญิงอีกสามคนนั้น แทบไม่ปรากฎให้เห็น นอกจากบันทึกของ โทมัส บาวรี่ (Thomas Bowrey) พ่อค้าชาวอังกฤษที่มาเยือนอาเจะห์ในช่วงศตวรรษที่ 17 ที่กล่าวถึงบรรดาผู้ปกครองหญิงของนครอาเจะห์ว่าเป็นสตรี “ที่ไม่ได้แต่งงาน” และเป็นพวกหลีกเลี่ยงที่จะมีเพศสัมพันธ์

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook