|
|
ธรรมชาติของแสง
แสง เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สามารถเคลื่อนที่ได้โดยไม่มีการเคลื่อนที่
แนวเส้นตรงในตัวกลางชนิดหนึ่ง ๆ เคลื่อนที่ผ่านตัวกลางแต่ละชนิดด้วยความเร็ว
แสงมาจากการแผ่รังสีแสงออกมา พบเห็นแสงได้ไม่ยาก เพียงแต่ว่า อาจยังบอกอะไรไม่ได้มากนัก การแผ่รังสี เป็นคำทั่วไป ที่บอกถึงพลังงานที่แผ่ออกมาโดยรอบวัตถุ ไม่ว่าวัตถุนั้นจะอยู่ในสภาพที่เป็นของแข็ง ของเหลว หรือแม้แต่แก๊ส
แสงถ่ายทอดพลังงานจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง พลังงานคือสิ่งที่สร้างแสงขึ้นมา วัสดุใดๆ เมื่อได้รับแสงแล้ว วัตถุนั้นก็จะมีพลังงานที่สูงขึ้นโดยการดูดซับพลังงานแสงบางส่วนไว้ ซึ่งเรามักรู้สึกได้ ในรูปของความร้อน แต่ก็มีสิ่งประดิษฐ์บางอย่าง สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง เช่น โซลาร์เซลล์ (solar cell)
แสงและเงาของธรรมชาติ
แสงก็คือ การเคลื่อนที่แบบคลื่นรูปแบบหนึ่ง แสงเดินทางจากจุดที่มีการแผ่รังสีแสงออก แล้วเคลื่อนที่ออกไปโดยรอบ จะว่าไปแล้ว ก็คล้ายๆ กับการที่คลื่นผิวน้ำ เป็นริ้วกระเพื่อมออกมาโดยรอบ จุดกำเนิดคลื่นผิวน้ำ(ที่เกิดจากการรบกวนบนผิวน้ำ) สำหรับกรณีของแสงนั้น การกระเพื่อมนี้จะเป็นการกระเพื่อมของประจุไฟฟ้า หรือแม่เหล็ก ผลของการเคลื่อนตัวของประจุไฟฟ้า หรือแม่เหล็ก ทำให้เกิดการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาโดยรอบ โดยอัตราเร็วของการแผ่รังสี เท่ากับ 300,000 km/s อัตราเร็วนี้ทำให้แสงเคลื่อนที่รอบโลกได้ถึง 7 รอบ ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที
แสง คือ สิ่งที่ตรวจจับได้ด้วยสายตา เพราะ วัตถุที่แผ่รังสีนั้นจะแผ่รังสีออกมาหลายชนิด แต่หนึ่งในนั้นมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ดวงตามนุษย์ สามารถรับทราบได้ว่ามีการแผ่รังสี
ธรรมชาติของแสงและการมองเห็น
สิ่งแวดล้อมกับมนุษย์เรามีความสัมพันธ์กันตลอดมา มนุษย์สามารถรับรู้และสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบๆ ตัว โดยอาศัยประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ การเห็น การได้ยิน การรับรู้กลิ่น การับรู้รส และการสัมผัส โดยมนุษย์สามารถมองเห็นสิ่งรอบๆ ตัวโดยอาศัยการมองเห็นโดยใช้อวัยวะที่เรียกว่า ตา ซึ่งองค์ประกอบของตาจะได้กล่าวภายหลัง การที่คนเราจะสามารถมองเห็นได้ต้องอาศัยแสงเข้ามาช่วยในการมองเห็นหากไม่มีแสงคนเราก็ไม่สามารถจะมองเห็นได้ เช่น ในตอนกลางคืน แสงจึงเป็นสิ่งสำคัญในการมองเห็น แสงจัดเป็นพลังงานรูปหนึ่ง เช่นเดียวกับพลังงานพลังงานความร้อน พลังงานไฟฟ้า พลังงานกล ฯลฯ แต่แสงเป้นพลังงานที่สามารถคลื่นที่ได้ การเคลื่อนที่ของแสงจะอยู่ในรูปของคลื่น พลังงานเหล่านี้จะมีความถี่และความยาวคลื่นเฉพาะตัวต่างๆ กันออกไป
ธรรมชาติของแสงและการกำเนิดแสง
สีของแสงในธรรมชาติที่ตาเรามองเห็นนั้นจะประกอบด้วยแสงสีต่างๆ เรียงกัน 7 สี คือ
ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ถ้าพลังงานของแถบสีเหล่านี้มีความสมดุลย์กันก็จะให้แสงสีขาวออกมาเพียงสีเดียว สำหรับวัตถุที่มองเห็นเป็นสีต่างๆ นั้นเป็นผลมาจากการที่วัตถุนั้นดูดกลืนสีอื่นไปหมดแล้วสะท้อนสีที่ตัวมันมีอยู่ออกมาเข้าสู่ดวงตา เช่น วัตถุสีแดงเมื่อถูกแสงส่องกระทบมันจะดูดกลืนแสงสีอื่นๆ หมด แล้วสะท้อนแสงสีแดงออกมาจากตัวมันเข้าสู่ตาเราทำให้เรามองเห็นเป็นสีแดง
สีของวัตถุต่างๆ ที่เห็นกันอยู่ตามธรรมชาตินั้นเกิดจาการผสมสีหลักทั้ง 7 สีเข้าด้วยกัน
โดยการผสมของสีนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ
- การผสมสีปฐมภูมิแบบเพิ่มขึ้น (Additive Primaries) แสดงให้เห็นดังรูปที่ 1.2 สีสีปฐมภูมิ ได้แก่สีเขียว (Green) , สีแดง (Red) และสีน้ำเงิน (Blue) สีทุติยภูมิได้แก่ สีเหลือง(Yellow) เกิดจากการผสมกันของสีเขียวกับสีแดง สีคราม (Cyan) เกิดจากการผสมกันของสีเขียวกับสีแดง สีม่วงแดง (Magenta) เกิดจากการผสมกันของสีแดงกับสีน้ำเงิน และสีขาว(White) เกิดจากการรวมกันของสีปฐมภูมิทั้งสามสี
- การผสมสีปฐมภูมิแบบลดลง (Subtrative Primaries) สีปฐมภูมิได้แก่ สีเหลือง (Yellow) สีคราม (Cyan) และสีม่วงแดง (Magenta) สีทุติยภูมิได้แก่สีแดง (Red) เกิดจากการผสมกันของสีเหลืองกับสีม่วงแดง สีเขียว (Green) เกิดจากการผสมกัน
ของสีเหลืองกับสีคราม สีน้ำเงิน (Blue) เกิดจากการผสมกันของสีสีครามกับสีม่วงแดง และสีดำ
|