บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา >>

ร่างกายของเรา

7

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง ประกอบด้วยอวัยวะสืบพันธุ์ 2 ส่วน

  

อวัยวะสืบพันธุ์ ภายนอก ประกอบด้วย

1. แคมนอก (Major cam) มี 2 ข้าง ทำหน้าที่ปกปิดไม่สิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ภายใน
2. แคมใน (Minor cam) มี 2 ข้าง เป็นเนื้อเยื่อบางติดกับแคมนอก
3. คลิตอรีส (Clitoris) ทำหน้าที่รับความรู้สึกทางเพศ
4. เยื่อพรหมจารี (Hymen)เป็นเยื่อบาง ๆ ปิดปากช่องคลอด
5. ท่อปัสสาวะ อยู่ตรงกลางระหว่าง Clitoris กับ ช่องคลอด

อวัยวะสืบพันธุ์ ภายใน ประกอบด้วย

  1. รังไข่ (Ovary) ทำหน้าที่ผลิตไข่ และฮอร์โมนเพศ อยู่ลึกเข้าไปในอุ้งเชิงกราน มีเนื้อเยื่อยึด มีขนาดเท่าหัวแม่มือ หนัก 2- 3 กรัม
  2. ท่อนำไข่ หรือปีกมดลูก (Oviduct) เป็นท่อเชื่อมระหว่างมดลูกกับรังไข่ ภายในมีขนเล็ก ๆ มากมาย เรียกว่า ซีเลีย (Celia) ท่อนำไข่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.2 cm ยาวประมาณ 6-7 cm เป็นบริเวณที่มีการปฏิสนธิ
  3. มดลูก (Uterus) มีลักษณะคล้ายผลชมพู่ กว้างประมาณ 4 ซ.ม.ยาว 6-8 ซ.ม.หนาประมาณ 2 ซ.ม.ส่วนล่างแคบเข้าหากันเรียกว่า “ ปากมดลูก” ต่อกับส่วนของช่องคลอดมดลูกประกอบด้วยเนื้อเยื่อ หลายชั้นคล้ายฟองน้ำทำหน้าที่ในการสร้างรก รองรับการฝังตัวของไข่ที่ผสมแล้ว (Zygote) เป็นที่แลกเปลี่ยนก๊าซและส่งอาหารให้กับตัวอ่อน (Embryo)
  4. ช่องคลอด (Vagina) เป็นทางผ่านของสเปิร์มเข้าสู่มดลูก ลึกประมาณ 1.5- 2.0 นิ้ว

การเปลี่ยนแปลงของไข่ในรังไข่

เมื่อร่างกายเข้าสู่วัยสาวไข่สุกครั้งละ 1-2 ฟอง สลับข้างกัน ช่วงเวลา 28-32 วัน โดยไข่จะตกออกจากรังไข่เข้าสู่ท่อนำไข่ ในขณะเดียวกันผนังมดลูกก็จะสร้างผนังให้หนาขึ้น ถ้า

1. ไม่มีการปฏิสนธิ ไข่ก็จะสลายตัวไป ภายใน 3-4 สัปดาห์ พร้อมกับผนังมดลูกกลายเป็น ระดู หรือ ประจำเดือน (Mentruation)

2. มีการปฏิสนธิ ภายในท่อนำไข่ แล้วมีซีเลียช่วยโบกพัดให้ไข่ที่ผสมแล้ว มาฝังตัวที่ผนังมดลูกที่ถูกสร้างขึ้น แล้วมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เรียกว่า เอมบริโอ (Embryo)

เพศหญิงจะมีประจำเดือน ตั้งแต่ 11- 45 ปี ช่วงประจำเดือน 3-6 วัน ประมาณ 60-90 cc

การปฏิสนธิและการตั้งครรภ์ (Fertilization and Pagnant) จะเกิดขึ้นในช่วงกลางของประจำเดือน ประมาณวันที่ 8-21 ของประจำเดือน โดยจะสมบูรณ์ที่สุดวันที่ 14 ดังภาพ

ถ้ามี สเปิร์มเข้าไปในช่วงตกไข่ ไข่ก็จะถูกผสม โดยส่วนหัวของสเปิร์มจะเจาะผนังไข่เข้าไป โดยไข่จะสร้างสารหุ้มเซลล์ไม่ให้สเปิร์มตัวอื่นเข้าไปได้ ใช้เวลาประมาณ 10-12 ชั่วโมง จากนั้น ประมาณ 30-37 ชั่วโมงแล้วจะเกิดการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว

ขณะตัวอ่อนอยู่ในครรภ์ จะได้รับอาหารมาทางสายสะดือ ผ่านมาจากรก โดยมีการแลกเปลี่ยน ก๊าซ และของเสียต่าง ๆ

การคลอด

   
ปกติทารกจะคลอดเมื่ออายุประมาณ 38 สัปดาห์ หรือ 9 เดือน โดยฮอร์โมนจะเร่งให้กระดุกเชิงกรานขยายตัวแล้วส่วนหัวของทารกจะออกมาก่อน หลังคลอดปอดก็จะทำงานทันที และจะต้องได้ดื่มนมน้ำเหลือง (Colostum) ภายใน 4 วัน และจะต้องได้รับจากแม่ต่อไปอย่างน้อย 6 เดือน

ข้อดีของนมแม่

1. มีสารอาหารครบถ้วน
2. มีกรดอะมิโนจำเป็นที่นมวัวไม่มี
3. มีกรดไขมัน
4. มีน้ำตาลสูงกว่านมวัว
5. ประหยัดค่าใช้จ่าย
6. มีภูมิคุ้มกัน
7. ลดน้ำคาวปลาของแม่และมดลูกเข้าอู่
8. แม่สุขภาพดี

 

ความผิดปกติของการตั้งครรภ์

ฝาแฝด (twin) มี 2 ชนิด

   

  1. แฝดเหมือน (Identical twin) เกิดจาก ไข่ 1 ฟอง ผสมกับ อสุจิ 1 ตัว แล้วมีการแบ่งตัวผิดปกติโดยแยกออกเป็น 2 ตัว ถ้าแยกออกจากกันชัดเจน เรียกว่า “แฝดแท้” ถ้าแบ่งแล้วไม่แยกขาดออกจากกัน เรียกว่า “แฝดสยาม” เช่น แฝด อิน-จัน

    ลักษณะพิเศษของแฝดเหมือน
    - เพศเดียวกัน
    - หน้าตาเหมือนกัน
    - นิสัยใจคอเหมือนกัน
     
  2. แฝดต่าง (Fraternal twin) เกิดจาก ไข่ตั้งแต่ 2 ฟองขึ้นไป ผสมกับ อสุจิ แล้วมีการแบ่งตัว

    ลักษณะพิเศษของแฝดต่าง
    - เพศเดียวกัน หรือต่างกัน
    - หน้าตาไม่เหมือนกัน
    - นิสัยใจคอไม่เหมือนกัน

ความพิการมาแต่กำเนิด

  1. ติดเชื้อขณะอยู่ในครรภ์ ได้แก่ เอดส์ ซิฟิลีส หัดเยอรมัน สามารถทำให้ทารกพิการได้ เช่น ตาบอด จมูกแหว่ง เพดานโหว่ แขนขาด้วน ฯลฯ
     
  2. ยาหรือสารพิษที่แม่ได้รับ เช่น แขนขาด้วน ปัญญาอ่อนฯลฯ
     
  3. ความผิดปกติของยีน เช่น สีผิว ความสูง ผม ดวงตา ฯลฯ ยีนที่ความคุมลักษณะจะอยู่บนโครโมโซม (Chromosome) ในมนุษย์มี โครโมโซม 23 คู่ 22 คู่แรกเป็นเซลล์ร่างกาย คู่สุดท้ายเป็นโครโมโซมที่คุมลักษณะทางเพศ เรียกว่า “โครโมโซมเพศ”

    เพศหญิง = 22 + XX
    เพศชาย = 22 + XY

โรคที่เกิดจากความผิดปกติจากยีน ที่ถ่ายทอดทางโครโมโซมเพศ

1. ผิวเผือก
2. ปัญญาอ่อน
3. ตาบอดสี
4. ลิวคีเมีย
5. ธาลัสซีเมีย
6. เบาหวาน
7. หัวล้าน

ลักษณะของยีนส์ที่ควบคุมลักษณะ

  1. ยีนเด่น (Dominant) จะแสดงออกตามลักษณะ จะเป็นเด่นแท้ หรือเด่นคุมลักษณะด้อยก็ได้เช่น มีขน ลักยิ้ม ผมหยิก
  2. ยีนด้อย (Recesive) จะไม่แสดงออกตามลักษณะ ถ้ามียีนเด่นคุมลักษณะด้อยอยู่ แต่จะแสดงออกเมื่อเป็นยีนด้อยด้วยกัน เช่น ไม่มีขน ไม่ลักยิ้ม ผมตรง

ลักษณะที่ถ่ายทอดทางโครโมโซมร่างกาย

ให้ ยีน A แทนลักษณะผมหยิก และ ยีน a แทนลักษณะผมตรง
AA = ผมหยิก (เด่นแท้)
Aa = ผมหยิก (เด่นคุมด้วย หรือ พาหะ)
aa = ผมตรง (ด้อย)

ตัวอย่าง
พ่อ A a x แม่ A a
ลูก AA Aa Aa aa

จะเห็นว่า ลูกมีผมหยิกต่อผมตรงเกิดขึ้น 3:1 หรือ = 75 : 25 %

ข้อสำคัญ ในกรณีที่เป็นโรคที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม จะถูกกำหนดอยู่ที่โครโมโซมเพศ คือจะอยู่ที่โครโมโซม X ของเพศหญิงเท่านั้น เท่านั้น

เช่น ให้ C แทนตาปกติ และ c แทนตาบอดสี
XCXC เพศหญิง ตาปรกติ XCXc เพศหญิง ตาปรกติ เป็นพาหะ
XcXc เพศหญิง ตาบอดสี XCY เพศชาย ตาปรกติ
XcY เพศชาย ตาบอดสี

ตัวอย่าง

แม่มียีนส์ เป็น XCXc ตาปกติ เป็นพาหะ พ่อมียีน เป็น XCY ตาปรกติ ลูกที่เกิด จะได้ว่า

พ่อ XCY x แม่ XCXc
ลูก XCXC XCXc XCY XcY

จะเห็นว่า เกิดมีตาบอดสีเกิดขึ้นกับลูกชาย 1 : 3 หรือ 25 % ส่วนลูกผู้หญิง ปรกติหมด แต่เป็นพาหะ 1 : 3 หรือ 25 % ลูกชาย และ ลูกผู้หญิง ปรกติอย่างละ 25 %

-------------   อ่านต่อ >>>  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook