บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์ >>

จิตวิทยา

ความเป็นมาของจิตวิทยา
กลุ่มต่าง ๆ ของจิตวิทยา (School of Psychology)
การเรียนรู้

กลุ่มต่าง ๆ ของจิตวิทยา (School of Psychology)

กลุ่มต่าง ๆ มีความเชื่อหลักแตกต่างกันอยู่ 7 สำนัก ดังต่อไปนี้

  1. กลุ่มโครงสร้างแห่งจิต (Structuralism) ทิทเช เนอร์ (Titchener) อธิบายโครงสร้างของจิตแยกออกเป็น 3 ส่วน คือ การสัมผัส การรับรู้ และ ความรู้สึก มีวิธีการหลักในการศึกษาจิตใจ คือ การพินิจภายในจิตใจ
     
  2. กลุ่มหน้าที่ของจิต (Functionalism) เจมส์ (William James) เห็นว่า นักจิตวิทยาควรสนใจศึกษาหน้าที่ของจิตใจ ไม่ใช่โครงสร้าง (สนใจว่าอะไรที่จิตทำมากกว่าจิตคืออะไร) มองว่าจิตสำนึกของมนุษย์ทำให้กระบวนการคิดการตัดสินใจช่วยให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้ ดิวอี้ (John Dewey) เห็นว่าจุดเน้นการศึกษาไม่ควรอยู่ที่เนื้อหาแต่อยู่ที่ความต้องการของนักเรียน มีการพัฒนาวิธีวิจัยมากขึ้น เช่น วิธีแบบสอบถาม การทดสอบ และวิธีพรรณนาเกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงปรนัย
     
  3. กลุ่มจิตวิทยาเกสทอลท์ จิตวิทยา เกสทอลท์ เป็นปฏิกิริยาต่อต้านการเน้นวิธีแยกย่อยมากเกินไป ต่อต้านความเชื่ออย่างมืดบอด ต่อต้านการวิเคราะห์และการแยกย่อย พวกเขาเชื่อว่าความเข้าใจพฤติกรรมจะต้องใช้แนวองค์รวม
     
  4. กลุ่มจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis) ฟรอยด์ (Sigmund Freud) แพทย์ชาวออสเตรีย สนใจค้นหาสาเหตุทางจิตที่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติในตัวมนุษย์ ฟรอยด์ศึกษาข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมากประกอบกับการวิเคราะห์ตนเองทำให้เชื่อว่า ความผิดปกติของจิตมีรากฐานมาจากความขัดแย้งทางเพศและเป็นไปอย่างไร้สำนึก ความคิดจิตวิเคราะห์มีอิทธิพลมากต่อจิตวิทยาถือเป็นคลื่นลูกที่หนึ่งในองค์การจิตวิทยา โดยแนวคิดที่น่าสนใจ มีดังนี้

ระดับชั้นแห่งจิต

โครงสร้างของบุคลิกภาพ

ขั้นตอนของพัฒนาการ

ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ให้ความสำคัญต่อพัฒนาการมนุษย์ในช่วง 5 ขวบปีแรก ของชีวิตถือว่าเป็นจุดวิกฤตของพัฒนาการ เป็นช่วงที่บุคลิกภาพของบุคคลได้ก่อตัวขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปตามลำดับ

กลุ่มพฤติกรรมนิยม

แนวคิดนี้ให้ความสำคัญต่อประสบการณ์ภายนอก พฤติกรรมภายนอก การกระทำและการตอบสนอง วัตสัน (John B. Watson) ได้เสนอว่านักจิตวิทยาในฐานะนักวิทยาศาสตร์ ควรศึกษาธรรมชาติของมนุษย์ส่วนที่สังเกตได้ ไม่ควรศึกษามโนทัศน์ประเภทจิตใจ จิตรู้สึก ฯลฯ คือศึกษาพฤติกรรมที่เขาทำไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดหรือรู้สึกเขาได้พยายามอธิบายพฤติกรรมในรูปแบบของสิ่งเร้าและการตอบสนอง แนวคิดนี้ต่างจากจิตวิเคราะห์มาก และจัดว่าเป็นคลื่นลูกที่สองของจิตวิทยา

จุดเริ่มมาจากนักสรีระวิทยา ชาวรัสเซีย ชื่อ อิวาน พาฟลอฟ (Ivan Pavlov) ทำการทดลองให้สุนัขหลั่งน้ำลายเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง โดยอินทรีย์ (สุนัข) เกิดการเชื่อมโยงสิ่งเร้า 2 สิ่ง คือ เสียงกระดิ่งกับผงเนื้อ จนเกิดการตอบสนองโดยน้ำลายไหล เมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง


ส่วนประกอบของกระบวนการวางเงื่อนไข

สกินเนอร์ (B.F. Skinner) ได้กำหนดการวางเงื่อนไขการกระทำ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้กันมากในปัจจุบัน โดยวิธีการวางเงื่อนไขจะใช้การเสริมแรง โดยทดลองกับสัตว์ในห้องปฏิบัติการและค้นคว้าจนพบว่าใช้ได้ดีกับมนุษย์

หลักการวางเงื่อนไขผลกรรม (Operant Conditioning) มีแนวคิดว่า การกระทำใด ๆ (Operant) ย่อมก่อให้เกิดผลกรรม (Consequence หรือ Effect)

การเรียนรู้เงื่อนไขผลกรรมนี้ต้องการให้เกิดพฤติกรรมโดยใช้ผลกรรมเป็นตัวควบคุม ผลกรรมที่เกิดขึ้น

การเสริมแรง หมายถึง การทำให้มีพฤติกรรมเพิ่มขึ้นอันเนื่องจากผลกรรม ได้แก่

การลงโทษ หมายถึง การให้ผลกรรมที่ไม่ต้องการ หรือ ถอดถอนสิ่งที่ต้องการแล้วทำให้พฤติกรรมลดลง ได้แก่

กลุ่มปัญญานิยม

ช่วงปี 1960 เป็นต้นมา นักจิตวิทยาปัญญานิยมเริ่มต่อต้านแนวความคิดพฤติกรรมนิยม แบบเก่าที่ปฏิบัติกับบุคคลราวกับเป็นกล่องดำ ซึ่งสามารถเข้าใจได้อย่างง่าย ๆ โดยการวัดสิ่งเร้าที่เข้าไปข้างใน (กล่องดำ) และการตอบสนองที่ออกมาข้างนอก แต่นักจิตวิทยาปัญญานิยมยืนยันว่านักจิตวิทยาต้องพยายามเข้าใจว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นภายในกล่องดำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานของจิต เช่น ความคิด การรับรู้ ความจำ การใส่ใจ การแก้ปัญหา และภาษา โดยมุ่งแสวงหาความรู้ที่ชัดเจนถึงวิธีการที่กระบวนการเหล่านี้ทำงาน และนำมาประยุกต์ใช้ รวมทั้งการพินิจ-ภายในอย่างไม่เป็นทางการ ก็ควรนำมาใช้เพื่อค้นหา ส่วนวิธีแบบปรนัย (objective methods) นำมาใช้เพื่อทดสอบยืนยัน จิตวิทยาแนวปัญญาจึงเป็นการรวมลักษณะต่าง ๆ ของ กลุ่มโครงสร้าง-จิต กลุ่มหน้าที่ของจิต จิตวิทยาเกสทอลท์ และกลุ่มพฤติกรรมนิยมเข้าไว้ด้วยกัน

 

กลุ่มมนุษยนิยม

พัฒนาขึ้นมาประมาณ คศ. 1960 โดยเป็นแนวคิดของนักจิตวิทยากลุ่มหนึ่งมีอับราฮัม มาสโลว์ (Abraham Maslow) เป็นผู้นำกลุ่ม ได้พัฒนาทฤษฎีที่ต่างออกไปจากกลุ่มจิตวิเคราะห์และกลุ่มพฤติกรรมนิยม จัดเป็นคลื่นลูกที่สามของจิตวิทยาลักษณะเด่นคือ มิได้เป็นทฤษฎีที่จัดระบบไว้เดี่ยว ๆ แต่เป็นการสะสมแนวคิดจากปรัชญา และแนวคิดจิตวิทยาร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน นักจิตวิทยามนุษยนิยม เช่น มาสโลว์ และ โรเจอส์ (Carl Rogers) เชื่อว่ามนุษย์ตามธรรมชาติมีความโน้มเอียงที่จะมีการพัฒนาไปสู่ระดับที่สูงขึ้น เขาจะพัฒนาไปถึงจุดสูงสุดตามศักยภาพของเขา มนุษย์มีความสามารถที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตเขา นักจิตวิทยากลุ่มนี้ให้ความสำคัญต่อประสบการณ์ของมนุษย์ให้ความสำคัญต่อวิธีการที่บุคคลรับรู้ตนเองอย่างเป็นอัตนัยไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ ค่านิยม ทางเลือก หรืออื่น ๆ การทำความเข้าใจบุคคลในวิธีการที่เขารับรู้ตนเองและรับรู้โลกที่แวดล้อมเขาโดยมองจากแง่มุมของตัวเขาเอง

แนวคิดเกี่ยวกับตนเองของบุคคลเป็นตัวแปรแทรก จากโลกพฤติกรรมนิยม สิ่งเร้า การตอบสนอง มาเป็นสิ่งเร้า บุคคล การตอบสนอง ทำให้อธิบายได้ว่า สิ่งเร้าเดียวกัน ถูกวางเงื่อนไขเดียวกัน เหตุใดบุคคลจึงมีพฤติกรรมตอบสนองต่างกันออกไป เพราะเขารับรู้สิ่งเร้าและเงื่อนไขต่างกันนั่นเอง

กลุ่มเหนือตน

จิตวิทยาแนวนี้อาจเริ่มจากเจมส์ (William James) นักจิตวิทยาอเมริกันคนแรกที่สนใจประสบการณ์ลึกซึ้งหรือประสบการณ์อัศจรรย์ทางจิตที่เกิดขึ้นกับคน แต่สนใจในแง่จิตวิทยามากกว่าแง่ศาสนา เจมส์เสนอว่าประสบการณ์อัศจรรย์นี้เป็นรากฐานของศาสนาต่าง ๆ เป็นตัวแทนของแรงกระตุ้นตามธรรมชาติในเชิงบวก

นักจิตวิทยาบางคนก็สนใจประสบการณ์เหนือตน เช่น จุง (Carl Jung) ได้เขียนถึงประสบการณ์เหนือตนไร้สำนึกของมนุษย์ และแสดงออกโดยอ้อมด้วยการ ฝัน พิธีกรรมหรือสัญลักษณ์ แสดงออกโดยตรงจากประสบการณ์อัศจรรย์ทางจิต คำว่าเหนือตน มาสโลว์คิดขึ้นเพื่อใช้เรียกแนวคิดใหม่ของจิตวิทยา และมาสโลว์เห็นว่าจิตวิทยาเหนือตนเป็นคลื่นลูกที่ 4 ของจิตวิทยาต่อจากแนวคิดมนุษยนิยม

แนวคิดหลัก คือ การให้ความสนใจสิ่งที่อยู่เหนือความต้องการ และความสนใจของมนุษย์ออกไปมาสโลว์ พบว่า บางคนที่พัฒนาความต้องการไปจนถึงขั้นสูงสุด คือ สัจจการแห่งตนมีประสบการณ์อัศจรรย์ทางจิตเกิดขึ้นบ่อย ๆ แต่บางคนกลับไม่เคยพบ จึงทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างสัจจการแห่งตน กับเหนือตนหรือล่วงพ้นต้น จิตวิทยาเหนือตนไม่ใช่ระบบความคิดแบบแบ่งแยก แต่สนใจที่จะเปิดเผยธรรมธรรมชาติของมนุษย์ในระดับที่ลึกซึ้ง แต่ก็ไม่ปฏิเสธความเป็นปัจเจกบุคคล สนใจต่อพัฒนาการทางจิตเท่า ๆ กับพัฒนาการทางจิตวิญญาณ สนใจประสบการณ์ธรรมดา เท่า ๆ กับประสบการณ์อัศจรรย์ สนใจแกนในการปฏิบัติของจิตวิทยาเหนือตน รวมไปถึง การทำสมาธิ การฝึกสติ การพิจารณาใคร่ครวญ และสนใจค้นหาปรากฏการณ์ต่าง ๆ และเปรียบเทียบกับแนวคิดของจิตวิทยากลุ่มต่าง ๆ อาจถือได้ว่าจิตวิทยากลุ่มนี้เป็นการรวมกันระหว่างแนวคิดของจิตวิทยาตะวันตก กับแนวคิดภูมิปัญญาตะวันออกบางแนวคิด

สาระสำคัญของวิชาจิตวิทยา คือ การศึกษาถึงเรื่องของพฤติกรรมมนุษย์ และมีสาขาต่างๆ ของจิตวิทยามากมาย ได้แก่

จิตวิทยา
จิตวิทยาพื้นฐาน
จิตวิทยากับผู้นำ
จิตวิทยาการเรียนรู้

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook