บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

 สนามหลวง

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงตัดสินพระราชหฤทัยย้าย พระนครมาอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาแต่ฝั่งเดียวนั้น ทรงตั้งกำหนดเขตพระบรมมหาราชวัง ขึ้นที่บางกอก โดยโปรดย้ายพวกจีนซึ่งตั้งรกรากอยู่เดิมร่นไปทางใต้ที่สำเพ็ง และให้รื้อกำแพงเมืองกรุง ธนบุรีลงเหลือไว้แต่คลองคูเมืองเดิมล้อมรอบพระบรมมหาราชวังกับวังหน้า และก็ให้เว้นที่ดินระหว่าง วังหลวงกับวังหน้าไว้เป็นท้องสนามหลวง มีพื้นที่เพียงครึ่งเดียวของสนามหลวงในปัจจุบัน เพราะพื้นที่ อีกครึ่งหนึ่งด้านทิศเหนือเป็นวันหน้า

ท้องสนามหลวงได้ใช้ประโยชน์ในครั้งแรกคืองานพระเมรุพระบรมอัฐิพระชนกแห่ง รัชกาลที่ 1 ต่อจากนั้นได้ใช้เป็นสถานที่เพื่องานพระเมรุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ ชั้นผู้ใหญ่อยู่ตลอดมา จนประชาชนเรียกที่ดินตำบลนี้ว่า “ทุ่งพระเมรุ” ทำให้พระบาทสมเด็จพระจอม- เกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรำคาญพระทัยนัก จึงได้ออกประกาศว่าด้วยท้องสนามหลวงและสนามชัย เมื่อ พ.ศ. 2398 มีข้อความตอนหนึ่งว่า “ที่ท้องนาหน้าวัดมหาธาตุนั้น คนอ้างการซึ่งนานๆ มีครั้งหนึ่งเป็นการอัปมงคล มาเรียกเป็นชื่อตำบลว่า “ทุ่งพระเมรุ” นั้นหาชอบไม่ ตั้งแต่นี้สืบไป ที่ท้องนาหน้าวัดมหาธาตุนั้นให้ เรียกว่า “ท้องสนามหลวง”

เป็นอันได้ความว่า “ท้องสนามหลวง” นั้น ได้เรียกอย่างทางราชการเมื่อ พ.ศ. 2398 และแต่ก่อนนั้นเป็นท้องนา ซึ่งน่ามหัศจรรย์มากว่าทำไมเราถึงทำนากันข้างพระบรมมหาราชวัง ดังปรากฏข้อเท็จจริงในเนื้อเพลงลาวแพน เพราะกบฏเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ตอนหนึ่งว่า

“แสนอดแสนจน เหมือนคนตกนรก มืดมนฝนตก เที่ยวหยกๆ ถกเขมร ถือข้องส่องคบ ไปไล่จับกบทุ่งพระเมรุ เปื้อนเลนเปื้อนตม เหม็นขมเหม็นคาว จับอ่างท้องขึง จับอึ่งท้องเขียว จับเปี้ยว จับปู จับหนูท้องขาว จับเอามาให้สิ้น เอามาต้มกินกับข้าว เป็นกรรมของเรา เพราะเจ้าเวียงจันทน์ อ้าย เพื่อนเอ๋ย อ้ายเพื่อนเอย”


บันทึกรับสั่ง สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพประทาน หม่อมราชวงศ์ สุมนชาติ สวัสดิกุล เรื่องทำนาท้องสนามหลวง ได้ตอบปัญหาข้อนี้ว่า

“ท้องสนามหลวง มีเรื่องขบขันอยู่เรื่องหนึ่งคือทำนากันทุกปี การทำนากันกลางพระนคร คิดถอยขึ้นไปดูว่าทำไมจึงมาทำกันริมวังอย่างนั้น ไปพบแบบในเรื่องมหานิบาตเรื่องพระมโหสถว่ามีข้าศึก มาล้อมพระนครประสงค์จะให้อดข้าว พระมโหสถเป็นบันฑิต เอาข้าวลงปลูกในกระบอก ต้นข้าวสูง ๆ ส่งไปให้ข้าศึกว่าในเมืองปลูกข้าวได้อย่างนี้ไม่มีวันอด ข้าศึกเห็นไม่สมประสงค์จึงเลิกทัพกลับไป ที่ทำนาริมวังคือที่ท้องสนามหลวงนั้นคงได้เค้ามาจากเรื่องมโหสถ แต่ข้อสำคัญนั้นหวังจะอวดพวกญวนซึ่งคุกคามไทยอยู่ในสมัยนั้นให้เห็นว่าไทยอุดมสมบูรณ์ดี มีการทำนากระทั่งกลางพระนคร”

ต่อมาในแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่าวังหน้า ได้ชำรุดทรุดโทรมลงเป็นอันมาก จะลงทุนบูรณะก็ไม่เป็นประโยชน์อันใด ควรรักษาไว้เฉพาะแต่ที่สำคัญ จึงโปรดให้รื้อป้อมปราการสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นบริเวณวังชั้นนอกด้านตะวันออก เปิดเป็นท้องสนามเชื่อมกับของเดิมขึ้นมาทางเหนือ และครั้นเมื่อหลังจากเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก ร.ศ.116 พ.ศ. 2440 ได้ทรงก่อสร้างดัดแปลงพระนครให้เจริญยิ่งขึ้น จึงโปรดให้สร้างถนนราชดำเนินขึ้นใหม่ ต่อจากถนนสนามชัย เป็นเส้นตรงไปบรรจบคลองคูเมืองชั้นในที่สะพานผ่านพิภพลีลา แล้วหักออกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นถนนราชดำเนินกลาง ราชดำเนินนอกตามลำดับไปสู่พระราชวังดุสิต ถนนสนามชัยเดิมจึงถูกลบออก และขยายสนามหลวงมาทางทิศตะวันออกติดถนนราชดำเนินใน แล้วแต่งให้เป็นรูปไข่สวยงาม ปลูกต้น มะขามโดยรอบสองแถวเช่นที่เห็นทุกวันนี้ สนามหลวงจึงเป็นบริเวณที่กว้างขวางอยู่กึ่งกลางพระนครเหมาะสมสะดวกในการคมนาคม ได้ใช้เป็นที่สาธารณะประโยชน์อย่างเหลือหลายคุ้มค่าจริง ๆ มาตราบจนปัจจุบันนี้

จากประวัติและวิวัฒนาการของสนามหลวงดังกล่าว จึงเห็นได้ว่าสนามหลวงนั้นมีความเป็นมาคู่กับกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นสมบัติของชาติของประชาชนทั้งประเทศ และได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีหรือประเพณีตามเทศกาลอยู่ตลอดมา เช่น พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จัดงานวันขึ้นปีใหม่ งานเทศกาลสงกรานต์ งานวันเฉลิมพระชนมพรรษา และงานสำคัญๆ ในอดีตอีกมาก เช่น งานสมโภชรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระ-ราชดำเนินกลับจากทวีปยุโรป งานพิธีประกาศสงครามโลกครั้งที่หนึ่งในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ-เกล้าเจ้าอยู่หัว หรืองานฉลองยี่สิบห้าพุทธศตวรรษในรัชกาลปัจจุบัน ตลอดจนเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเล่นและชมกีฬาว่าวในฤดูร้อน จึงสมควรรักษาสนามหลวงไว้เป็นสมบัติของชาติสืบไป

***บทความจาก ศาสตราจารย์พิเศษทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook