บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

ร้อยกรองไทย

วิทยา ผิวงาม

ฉันทลักษณ์
โคลง
ฉันท์
กาพย์
กลอนสุภาพ
ร่าย
ประวัติการประพันธ์
การพัฒนาร้อยกรองไทยในปัจจุบัน
การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง
บทอาขยาน

การพัฒนาร้อยกรองไทยในปัจจุบัน

1. ยุคแห่งการเริ่มต้น(พ.ศ.2470 – 2490)

ในช่วงนี้กวีได้รับอิทธิพลทางด้านแนวคิด และรูปแบบของร้อยกรองตะวันตก ลงานร้อยกรองสั้นๆเริ่มปรากฏมากขึ้น กวีที่สมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เริ่มสร้าง ผลงานแนวใหม่คือ

ครูเทพ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ในด้านรูปแบบมีทั้งฉัน โคลง กาพย์ กลอนที่น่าสนใจ ครูเทพ ได้ริเริ่มเอารูปแบบเพลงพื้นบ้านมาเขียร้อยกรองอย่างงดงาม ในด้านเนื้อหาเป็นการวิพากษ์วิจารณ์สังคม เศรษฐกิจการเมือง ฯลฯ

วิสัยเด็กเปรียบได้กับไม้อ่อน ที่ดัดร้อนรนไฟนั้นไม้คร่ำ
ดัดเย็นได้ไฉนจักไม่ทำ ดัดด้วยน้ำรักกระด้างอ่อนดังใจ
เก็บไม้เรียวห่อไว้ตู้เหล็ก สำหรับเด็กเกกมะเหรกและเหลือขอ
ทารกอ่อนเยาว์วัยใช้ลูกยอ แล้วหุ้มห่อด้วยรักจักมีชัย

ในยุคสมัยเดียวกันนี้ นอกจากมี ครูเทพ แล้วยังมีกวีที่น่าสนใจอีก เช่น .ม.ส. และ นายชิต บุรทัต ซึ่งกวีทั้งสองท่านนี้ยังเคร่งครัดฉันทลักษณ์ ามแบบโบราณอยู่

2. ยุคศิลปะเพื่อศิลปะเข้าสู่ศิลปะเพื่อชีวิต(พ.ศ.2490 – 2500)

หลังยุคสงครามมหาบูรพาบรรยากาศร้อยกรองไทยมีชีวิตชีวาขึ้นแนวคิดศิลปะเพื่อศิลปะ เป็นแนวคิดเชิงเสรีนิยมจัดเป็นงานร้อยกรองเพื่อชีวิต โดยเฉพาะชีวิต ของประชาชนผู้ทุกข์ยากขมขื่น กวีกลุ่มนี้ได้แก่ นายผี(อัศนี พลจันทร์) เป็นผู้ปูเส้นทางและบุกเบิกทางด้วยผลงานที่มีคุณภาพ และมีอิทธิพลต่อกวียุคหลัง นอกจาก นายผี งมีเปลื้อง วรรณศรี ทวีปวร , จิตร ภูมิศักดิ์ ฯลฯ เช่น

เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณ
เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน
ข้าวนี้นะมีรส ให้ชนชิมทุกชั้นชน
เบื้องหลังสิทุกข์ทน และขมขื่นจนเขียวคาว
จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว
จากรวงเป็นพราว ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ

3. ยุคแห่งความเพ้อฝัน(พ.ศ. 2501 – 2506)

หลังจากการปฏิวัติของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อปี พ.ศ. 2501

นักเขียนส่วนใหญ่ถูกจับกุม มีผลทำให้วรรณศิลป์เปลี่ยนแปลงไปสู่แนวเฟ้อฝันและสะท้อน สังคมด้วยวิธีนุ่มนวล ไม่ก้าวร้าว งานร้อยกรองส่วนใหญ่มุ่งแสดงอารมณ์ ส่วนตัวเป็นกลอนรักตักพ้อต่อว่าระหว่างหนุ่มสาวเป็นส่วนใหญ่ นักกลอนส่วนใหญ่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เช่น

ประยอม ซองทอง , เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์,นภาลัย สุวรรณธาดา ฯลฯ เช่น

อย่านะอย่าหวั่นไหวใจห้ามขาด ใจตวาดแล้วใจไยผวา
ตาร้องไห้ใจก็ตามไปห้ามตา สมน้ำหน้าหัวใจร้องไห้เอง

4. ยุคแห่งการแสวงหา(พ.ศ. 2506 – 2510)

เมื่อพ้นสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ไปแล้ว การแสวงหารูปแบบ และความคิดใหม่ๆ กิดขึ้นลักษณะร้อยกรองในช่วงนี้ แบ่งออกเป็นหลายแนวดังนี้

กลุ่มปลดแอกฉันทลักษณ์

นักกลอนกลุ่มนี้จักได้ว่าเป็นผู้แหวกแนวฉันทลักษณ์ อังคาร กัลยาณพงศ์ จัดเป็นกวีที่ไม่ใส่ใจในรูปแบบ การเรียงร้อยถ้อยคำนั้นเป็นเลิศด้านความคิดล้ำลึก คำที่สรรใช้ คม ขลัง ให้ความรู้สึกที่ศักดิ์สิทธิ์ สง่างามมีลีลาแปลกไปจากอื่นๆ เช่น

วักทะเลเทใส่จาน รับประทานกับข้าวขาว
เอื้อมเก็บบางดวงดาว ไว้คลุกเคล้าซาวเกลือกิน
ดูปูหอยเริงระบำ เต้นรำทำเพลงวังเวงสิ้น
กิ้งก่ากิ้งกือบิน ไปกินตะวันและจันทร์

5. ยุคศิลปะเพื่อมวลชน(14 ตุลาคม 2516 – 6 ตุลาคม 2519)

จากเหตุการณ์นองเลือด เมื่อ 14 ตุลาคม 2516 ทำให้บรรยากาศทางการเมืองเปลี่ยนไป นับจากเหตุการณ์มหาวิปโยคมักนักเขียนหลายคนได้บันทึกถึงเรื่องราวและสดุดีวีรชนที่เสียชีวิตอย่างมากมาย ด้วยอารมณ์ที่สะเทือนใจ เช่น

ใบไม้มีรอยพรุนกระสุนศึก
ในน้ำลึกมีร่องโลหิตฉาน
เสียงลึกลับขับร้องฟ้องร้องพยาน
และเนิ่นนานนับแต่นั้นฉันสุดทน



6. ยุคพฤษภาทมิฬ(หลัง 4 – 20 พฤษภาคม 2535 - ปัจจุบัน)

บรรยากาศร้อยกรองไทย ในช่วงพฤษภาเลือดเกิดเหตุวิกฤตทางการเมือง เมื่อผู้นำรัฐบาล พลเอกสุจิดา คราประยูร โดยขับไล่ ทหารลุยฆ่าประชาชน พลังผู้ต่อต้านและเรียกร้องประชาธิปไตย บทร้อยกรองในช่วงนี้สะท้อนความเจ็บ ปวดร้าวลึกผนึกด้วยหยาดเลือด และหยาดน้ำตาแผ่นดิน ดั่งตัวอย่าง เช่น

ออกจากบ้านตั้งนานไม่ถึงบ้าน มาล้มร่างกลางลานข้างถนน
แค่ยืนดูเขาก็สาดกราดปืนกล ต้องจำนนไปอย่างนี้อีกไม่นาน
เหลือวิญญาณออกจากบ้านไม่ถึงเหย้า เหลือแต่คำบอกเล่าถึงลูกหลาน
ว่าหลังเพ็ญวิสาข์ฆ่ากันบาน เจ้าของบ้านออกจากบ้านแล้วถูกยิง

คำสัมผัสคล้องจอง

หมายถึง พยางค์ที่คล้องจองด้วยเสียงของสระหรือเสียงของพยัญชนะ
หากคล้องจองด้วยเสียงสระเรียกว่า สัมผัสสระ
หากคล้องจองด้วยเสียงพยัญชนะเรียกว่า สัมผัสอักษร



คำสัมผัสคล้องจอง

หมายถึง พยางค์ที่คล้องจองด้วยเสียงของสระหรือเสียงของพยัญชนะ
หากคล้องจองด้วยเสียงสระเรียกว่า สัมผัสสระ
หากคล้องจองด้วยเสียงพยัญชนะเรียกว่า สัมผัสอักษร


 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook