บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

นิราศเมืองสุพรรณของสุนทรภู่

นิราศเมืองสุพรรณของสุนทรภู่และเสมียนมี
บันทึกการเดินทางและการอ่านเพื่อเข้าถึงเรื่องเล่าท้องถิ่น

วารุณี โอสถารมย์

เมืองสุพรรณ

ความเปลี่ยว อันตราย และความลำบากถูกทำให้เห็นลดน้อยลงตามระยะทางใกล้ตัวเมืองสุพรรณ บันทึกถึงชุมชนขนาดใหญ่อย่างบ้านกล้วย ที่มีทั้งอาคารบ้านเรือนและวัดตั้งเรียงรายลดหลั่นกันอยู่ริมแม่น้ำ ทำให้รู้สึกถึงการเข้าใกล้ตัวเมือง ซึ่งมีสภาพไม่ต่างจากหมู่บ้านขนาดใหญ่

สุนทรภู่เดินทางถึงเมืองนี้ช่วงตอนเย็น เรือแล่นผ่านหน้าเมืองซึ่งอยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำ สภาพบ้านเรือนของผู้รั้ง กรมการ ศาล ตลาด และวัดต่างๆ ในสายตาของเขา เห็นว่าสุพรรณที่แท้แล้วเป็นเมืองรกร้าง วัดหลายแห่งที่เขาอ้างอิงว่าชาวบ้านพาไปชี้ให้ดูนั้น ถูกบันทึกโดยเชื่อมโยงเข้าไว้กับเรื่องเล่าเสภาขุนช้างขุนแผน ที่น่าสนใจคือ สุนทรภู่ใช้จินตนาการสร้างความทรงจำย้อนอดีตตามท้องเรื่องขุนช้างขุนแผนด้วยการกำหนดเวลาให้ตรงกับสมัยอยุธยา แล้วนำมาจินตนาการเปรียบเทียบกับวัดหลายแห่งขณะที่เขามองเห็น อย่างวัดแคที่เขาสร้างภาพว่าในอดีตยุคขุนช้างขุนแผน วัดนี้คงเป็นชุมชนที่ผู้คนอยู่กันมากมาย มีชีวิตสนุกสนานตามจินตนาการที่เขาคิดว่าเป็นจริงของวรรณกรรมเรื่องนั้น แต่ขณะเวลาที่สุนทรภู่ประจักษ์พบว่าความเป็นจริงแล้วที่แห่งนี้กลับกลายเป็นที่ “รกเรื้อเสือคะนอง” และแม้แต่วัดฝาโถซึ่งนางพิมสร้างไว้ก็ถูกทิ้งร้างเช่นกัน (สุนทรภู่ 2509 : 47-48) ภาพเมืองสุพรรณรกร้างตามสายตาที่

สุนทรภู่มองเห็นจึงให้ความรู้สึกดังที่เขาบรรยายว่า
สงสารบ้านวัดร้าง แรมโรย
เสียงแต่นกหกโหย ค่ำเช้า
อกพี่ทีเดียวโดย ด้วยแก่ แม่เอย
เข้าเรื่องเมืองร้างเศร้า โศกซ้ำรัญจวน

(สุนทรภู่ 2509 : 48)

เสมียนมีเองก็ให้ภาพลักษณ์เมืองสุพรรณ ด้วยการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกต่อเมืองนี้ ว่าเป็นเมืองรกร้างเหมือนตั้งอยู่ ในป่า

“ดูร่วงโรยแรมร้างน่าสังเวช
ดังประเทศแถวป่าพณาสัณฑ์”
และสภาพเมืองยังรกเรื้อด้วยต้นไม้หนาทึบว่า
“พฤกษาชาติ แทรกแซมขึ้นแกมกัน
อเนกนันต์เล็กใหญ่ไม้นานา”

(หมื่นพรหมสมพัตสร (มี) 2544 : 51)

นอกจากภาพลักษณ์ดังกล่าวแล้ว สภาพบ้านเรือนและชีวิตผู้คนยังถูกบันทึกไว้ด้วยเจตนคติแบบเสียดสี ภาพที่ถูกหยิบยกขึ้นมาบันทึกไว้ คือ สภาพจวนเจ้าเมืองซึ่งเป็นผู้ปกครองสูงสุดในท้องถิ่น สุนทรภู่เล่าว่า ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ กั้นรั้วรอบยาวตามฝั่งแม่น้ำ บรรยายให้เห็นภาพฝูงวัว ควาย เดินเต็มบ้าน โดยมีผู้หญิงหลายคนนุ่ง “ผ้าลาย” ซึ่งเขาเดาว่าน่าจะเป็นเมียเจ้าเมือง เพราะผ้าลายเป็นสินค้าต่างประเทศที่นำมาจากเมืองหลวง การนุ่งผ้าลายและฐานะภริยาเจ้าเมือง ที่ควรจะต้องเป็นผู้หญิงชนชั้นสูงในเมืองกลับ

ถูกวาดภาพให้ดู “มอมแมม” และมีรูปร่าง “จ้ำม่ำล่ำสนสอ้าน” สุนทรภู่จินตนาการว่ารูปร่างแข็งแรงเช่นนี้คง “อาบน้ำปล้ำปลา” ภาพสตรีชั้นสูงของชาวเมืองนี้ ถูกสร้างให้เป็นภาพตรงข้ามกับสตรีในอุดมคตินางฝ่ายในราชสำนักที่กรุงโดยสิ้นเชิง (สุนทรภู่ 2509 : 47)

เสมียนมีเองก็นำบุคลิกภาพชาวบ้านเมืองนี้มาล้อเลียน ให้เห็นเป็นเรื่องขำขันขณะปฏิบัติหน้าที่เก็บภาษีในเมืองนี้ กลุ่มคนที่เขาเก็บมาเขียนให้เห็นเป็นเรื่องสนุกสำหรับผู้อ่านชาวกรุง ก็คือ ภาพกลุ่มชาวบ้านที่ไม่มีเงินชำระอากร เสมียนมีให้ภาพอาการ “ละเหี่ยละห้อย” และขอผัดผ่อน ซึ่งอ้างว่าเขาได้ยอมผ่อนผันให้ แต่กลับพบความจริงว่าบางรายขี้เหนียวและดื้อ ไม่ยอมเสียอากร แต่ภาพที่ถูกนำมาล้อเลียนเป็นเรื่องสนุกน่าหัวเราะสำหรับเขากลับเป็นกลุ่มผู้หญิง ที่เสมียนมีบันทึกไว้ว่าให้การปิดบังสถานภาพตัวเอง เพื่อจะไม่ต้องเสียภาษี ด้วยการอ้างตนเป็นหม้าย (ซึ่งอาจเป็นเหตุผลการยกเว้นอากรก็เป็นได้) หากแต่พอตกกลางคืนกลับไปขอเป็นภรรยาชายที่มีตราภูมิคุ้มห้าม

 

เพื่อจะได้รับยกเว้นภาษี แล้วก็มีชายชาวบ้านบางคนที่มีตราภูมิ อาสาเป็นสามีแต่ถูกผู้หญิงปฏิเสธ ซึ่งเสมียนมีมองว่าเป็นเรื่อง “หน้าไม่อาย” เขาประสบแม้แต่ผู้หญิงบางคนอยากเลิกกินอยู่กับสามีที่มีตราภูมิ จึงออกอุบายกลับมาฟ้องเขาให้จับกุมสามีเพื่อตัวเองจะได้มีสามีใหม่ แต่เสมียนมีระบุไว้ชัดเจนว่าการบันทึกเรื่องเล่าเหล่านี้ เพราะมีความเห็นว่า เป็นเรื่อง “ขันเต็มที่” (หมื่นพรหมสมพัตสร (มี) 2544 : 57) นี่คงเป็นการนำสังคมชาวบ้านมาเสนอให้เป็นเรื่องสนุก ทั้งที่ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าหากเรื่องเล่าของเสมียนมีเป็นจริงก็น่าจะสะท้อนว่าชาวบ้านที่ยากจนกำลังพยายามใช้ทุกวิธีต่อสู้ดิ้นรนเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี อันเป็นภาระที่พวกเขามิอาจแบกรับได้ การนำเสนอภาพเหล่านี้ให้เป็นเรื่องสนุก ยังสามารถนำไปจินตนาการเปรียบเทียบกับภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เป็นพื้นที่รอบนอกศูนย์กลาง ชีวิตชาวบ้านในเรื่องเล่านิราศสุพรรณ เทียบได้กับ “ภาพกาก” ที่ถูกเขียนนอกกรอบเรื่องหลักในจารีตการวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังไทยให้เป็นมนุษย์แบบชาวบ้าน แสดงออกด้วยท่าทาง การแต่งกาย รวมทั้งอารมณ์อย่างตรงไปตรงมา มีชีวิตสนุกสนาน เป็นภาพที่แสดงออกถึงสภาวะทางโลกย์เต็มที่

แม้ว่าเจตนคติของกวีที่พยายามให้ภาพเมืองนี้เป็นเมือง “ร่วงโรยแรมร้างน่าสังเวช” แต่กวีก็ไม่สามารถสร้างภาพนั้นได้ทั้งหมด ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้โดยกวีไม่ได้ใส่ใจต่อการเล่าเรื่องกลับระบุว่า เมืองสุพรรณมีทั้งโรงเหล้าและโรงบ่อน (สุนทรภู่ 2509 : 47 และหมื่นพรหมสมพัตสร (มี) 2544 : 58) ซึ่งได้ให้ความหมายถึงภาวะเริ่มต้นของลักษณะเศรษฐกิจแบบเงินตรา ที่ขยายตัวออกมาถึงเมืองนี้ ทั้งที่สภาวะการผลิตของเมืองยังเป็นแบบยังชีพ

นิราศสุพรรณ บันทึกความยากลำบากของการเดินทาง
โครงเรื่องนิราศสุพรรณ
กรุง
เส้นทางสู่เมืองสุพรรณ
เมืองสุพรรณ
ป่า
เรื่องเล่าท้องถิ่น
การผลิตและภาวะความเป็นอยู่
ด่านและศาลอารักษ์
ตำนานท้องถิ่นสุพรรณ
วัฒนธรรมชาวกรุงพบวัฒนธรรมชาวบ้าน
กลุ่มชาติพันธุ์
ไหว้พระและศรัทธาพุทธ
ไม้ ปลา นก แร่ : ธรรมชาติวิทยาในนิราศสุพรรณ
คำอธิบายเพิ่มเติม
บรรณานุกรม

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook