บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ วิศวกรรม เกษตรศาสตร์ >>

การคัดเลือกพันธุ์โค

พันธุ์โคเนื้อ – โคนมเขตร้อน

พันธุ์โคเนื้อ (Beef cattle breeds) จำแนกได้ดังนี้

พันธุ์อเมริกันบราห์มัน (American brahman)

  1. ถิ่นกำเนิด ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ปรับปรุงพันธุ์โดยนำโคอินเดียผสมข้ามพันธุ์ 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์กีร์ (Gir) พันธุ์ เนลลอร์ (Nellor) และพันธุ์กูเซราท (Guzerat) หรือแครงเกรจ (Krangkrej)
     
  2. สีและลักษณะประจำพันธุ์ เป็นโคขนาดปานกลาง ลำตัวสีขาวหรือสีเทาและอาจมีสีแดงหรือดำ จมูกกีบและพู่หางมีสีดำ มีเขาขึ้นชันและงุ้มมีตะโหนกทั้งเพศผู้และเพศเมีย เหนียงคอและหนังพื้นท้องหย่อนยาน มีขาค่อนข้างยาว กล้ามเนื้อขามาก โคนขาใหญ่ ลำตัวลึกยาว ได้สัดส่วนหน้าผากยาว คอสั้น อกกว้างลึก หลังค่อนข้างตรง สีที่นิยมเลี้ยงมากคือสีขาวและสีเทา
     
  3. น้ำหนักเพศผู้โตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 800 - 1,200 กิโลกรัม เพศเมียโตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 500 - 700 กิโลกรัม
     
  4. ข้อดี มีความทนทานต่ออากาศร้อนและโรคแมลงเมืองร้อนได้ดีเลี้ยงง่าย การเลี้ยงดูน้อย เลี้ยงลูกเก่ง เหมาะสำหรับใช้ผสมเพื่อผลิตเป็นโคเนื้อและโคนมคุณภาพดี
     
  5. ข้อเสีย อัตราการผสมติดมีความสมบูรณ์พันธุ์ค่อนข้างต่ำ การให้ลูกค่อนข้างห่าง เจริญเติบโตค่อนข้างช้า ซากมีคุณภาพด้อยกว่ามาตรฐาน และมีนิสัยเลือกกินเฉพาะหญ้าที่มีคุณภาพดี เมื่อหญ้าขาดแคลนจะซูบผอมได้ง่าย


    ภาพที่ โคพันธุ์อเมริกันบราห์มันขาว (White american brahman)
    ที่มา : ปฐพีชล วายุอัคคี (2548)


    ภาพที่ โคพันธุ์อเมริกันบราห์มันแดง (Red american brahman)
    ที่มา : ยอดชาย ทองไทยนันท์ (2547)

พันธุ์กำแพงแสน (Kampangsan)

  1. ถิ่นกำเนิด ประเทศไทย ได้ปรับปรุงพันธุ์โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพง จังหวัดนครปฐม โดยให้มีสายเลือดโคพื้นเมือง 25% โคพันธุ์อเมริกันบรามันห์ 25% และโคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ 50%
     
  2. สีและลักษณะประจำพันธุ์ เป็นโคขนาดปานกลาง ลำตัวสีขาว สีครีมไป จนถึงสีเหลืองอ่อน เหนียงคอและหนังหุ้มลึงค์หย่อนยานเล็กน้อย
     
  3. น้ำหนัก เพศผู้โตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 800 - 900 กิโลกรัม เพศเมียโตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 500 - 600 กิโลกรัม
     
  4. ประเมินพันธุ์ ลูกโคมีลำตัวสีขาว สีครีมจนถึงสีเหลืองอ่อน มีเหนียงคอ และหนังหุ้มลึงค์หย่อนยานเล็กน้อยและมีลักษณะโครงร่างเข้ามาตรฐาน สามารถนำไปจดทะเบียนเป็นโคพันธุ์กำแพงแสนได้ จากสมาคมโคเนื้อกำแพงแสนเป็นโคในระดับ D1 (Development ที่1) และต้องผสมแบบยกระดับสายเลือดต่อไปอีก 4 ชั่ว จึงจะเป็นโคพันธุ์แท้
     
  5. ข้อดี มีความทนต่ออากาศร้อนและโรคแมลงเมืองร้อนได้ดี


    ภาพที่ 3 โคพันธุ์พันธุ์กำแพงแสน (Kampangsan)
    ที่มา : www.taicow.com/grandchamp2550.htm

 

พันธุ์ตาก (Tak )

  1. ถิ่นกำเนิด ประเทศไทย ได้ปรับปรุงพันธุ์ โดยศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ตาก จังหวัดตาก โดยให้โคลูกผสมชั่วที่ 1 (เรียกว่า โคพันธุ์ตาก 1) ให้มีสายเลือดของโคพันธุ์ ชาร์โรเล่ส์ 50% โคพันธุ์อเมริกันบรามันห์ 50% และโคลูกผสมชั่วที่ 2 (เรียกว่า โคพันธุ์ตาก 2) ให้มีสายเลือดโคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ 25% และโคพันธุ์อเมริกันบรามันห์ 75% จากนั้นผสมแม่โคเพศเมียชั่วที่ 2 ด้วยน้ำเชื้อโคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ คุณภาพสูงจะได้โคพันธุ์ตากที่มีระดับสายเลือด โคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ 62.5% และโคพันธุ์อเมริกันบรามันห์ 37.5% แล้วนำโคชั่วที่ 3 ผสมกันเอง
     
  2. สีและลักษณะประจำพันธุ์ เป็นโคขนาดปานกลาง ลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนคล้ายสีทอง มีลักษณะลำตัวคล้ายโคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์
     
  3. น้ำหนัก เพศผู้โตเต็มที่น้ำหนักประมาณ 900 - 1,000 กิโลกรัม เพศเมีย โตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 600 - 700 กิโลกรัม
     
  4. ข้อดี เป็นโคเนื้อที่โตเร็ว เลี้ยงง่ายทนทานต่อสภาพอากาศร้อนและโรคแมลงเมืองร้อนได้ดีพอสมควร ให้เนื้อคุณภาพดีสนองความต้องการของตลาดเนื้อโคชั้นสูง เนื้อนุ่ม เนื้อสันมีไขมันแทรก (Marbling) ซากมีขนาดใหญ่ เลี้ยงง่าย หากินเก่งไม่เลือกกินหญ้าเหมาะที่จะนำมาผสมกับแม่โคพื้นเมือง
     
  5. ข้อเสีย การเลี้ยงต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่พอสมควร ไม่เหมาะที่นำไป เลี้ยง ปล่อยในสภาพปล่อยป่าหรือปล่อยทุ่ง


    ภาพที่ โคพันธุ์ตาก (Tak)
    ที่มา : ยอดชาย ทองไทยนันท์ (2547)

พันธุ์กบินทร์บุรี (Kabinburi )

  1. ถิ่นกำเนิด ประเทศไทยได้ปรับปรุงพันธุ์โดยศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ ปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี โคลูกผสมชั่วที่ 1 มีสายเลือดโคพันธุ์อเมริกันบรามันห์ 50% และ โคพันธุ์ซิมเมนทัล 50% แล้วผสมโคชั่วที่ 1 เข้าด้วยกัน
     
  2. สีและลักษณะประจำพันธุ์ เป็นโคขนาดปานกลาง ลำตัวสีแดงเข้มคล้าย กับโคพันธุ์ซิมเมนทัล
     
  3. น้ำหนัก เพศผู้โตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 900 - 1,000 กิโลกรัม เพศเมีย โตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 600 - 700 กิโลกรัม
     
  4. ข้อดี ทนต่ออากาศและโรคแมลงเมืองร้อนได้ดีพอสมควรเจริญเติบโตเร็ว ซากมีขนาดใหญ่ สนองความต้องของตลาดเนื้อคุณภาพดีได้โคเพศเมียรีดนมได้มากพอสมควร
     
  5. ข้อเสีย การเลี้ยงต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่พอสมควร ไม่เหมาะที่นำไปเลี้ยงปล่อยในสภาพปล่อยป่าหรือปล่อยทุ่ง เนื้อมีสีแดงเข้ม


    ภาพที่ โคพันธุ์กบินทร์บุรี (Kabinburi)
    ที่มา : ยอดชาย ทองไทยนันท์ (2547)

พันธุ์ฮินดูบราซิล (Indu brazil) หรือ (Hindu brazil)

พันธุ์ทาจิมะ (Tajima)

ประเทศญี่ปุ่น โดยสมาคมผู้เลี้ยงโควางิว ผู้แทนสมาคม ได้น้อมเกล้าถวาย โคสายพันธุ์ทาจิมะให้กับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้พระราชทานให้กรมปศุสัตว์ ในการรีดน้ำเชื้อเพื่อผลิตเป็นน้ำเชื้อแช่แข็ง ที่ศูนย์วิจัยการผสมเทียม จ. ปทุมธานี โดยนำไปผสมเทียมกับโคพันธุ์เรดซินดิ จำนวน 33 ตัว ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ลำพญากลาง ในระหว่างปี พ.ศ. 2533 – 2534 และโคลูกผสมที่เกิดขึ้นนำไปผสมกับโคพันธุ์ต่าง ๆ เช่น โคเนื้อพันธุ์อเมริกันบราห์มัน โคนมพันธุ์โฮลสไตล์ฟรีเชียน และได้มอบหมายให้สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์สกลนครเลี้ยงดู รวมทั้งโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาขอรับการสนับสนุน เพื่อส่งเสริม อาชีพให้กับเกษตรกรในเขต อ. เมือง จ. กระบี่และจังหวัดสกลนครและที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ท่าพระ จ. ขอนแก่น

การจำแนกเผ่าพันธุ์ของโค
ตระกูลของโค
พันธุ์โคเนื้อ -โคนมเขตร้อน
พันธุ์โคพื้นเมือง (Native breed cattle)

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook