บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การทุ่มตลาดทางสังคม
(Social dumping)

ศิรยา เลาหเพียงศักดิ์

การทุ่มตลาดทางสังคม (Social dumping) เป็นศัพท์ที่มีความหมายลื่นไหล เดิมหมายถึง การขายสินค้าราคาถูก อันเป็นผลจากการใช้แรงงานนักโทษและแรงงานเด็ก ต่อมาขยายความรวมไปถึงการว่าจ้างแรงงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานแรงงานสากล อันเป็นเหตุให้ประเทศผู้ส่งออกสามารถส่งสินค้าออกได้ในราคาต่ำว่าราคาตลาด

“แรงงานราคาถูก” มิได้หมายความเฉพาะค่าจ้างแรงงานที่ได้รับในรูปตัวเงินซึ่งต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำในแต่ละประเทศเท่านั้น แต่รวมถึงผลประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ ที่แรงงานควรได้ อาทิ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร วันลาพักร้อน วันลาคลอด เป็นต้น

องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (International Labor Organization: ILO) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2462 (ค.ศ.1919) เป็นองค์กรระหว่างประเทศองค์กรแรกที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานแรงงานอย่างจริงจัง ILO ออกหลักการ 3 ประการเพื่อสร้างมาตรฐานแรงงานสากลให้ภาคีสมาชิกของ ILO ปฏิบัติตาม คือ

เมื่อมีการพยายามก่อตั้งองค์การการค้าระหว่างประเทศ (ITO) ขึ้นในปี พ.ศ.2490 (ค.ศ.1947) ได้มีการบรรจุเรื่องมาตรฐานแรงงานเข้าใน Havana Charter โดยแสวงหามาตรการในการแก้ไขปัญหาการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม และมีการกล่าวถึงการทุ่มตลาดทางสังคมในการประชุมครั้งนั้นด้วย ทว่าการก่อตั้ง ITO นั้นไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากสหรัฐฯ มิได้ให้สัตยาบันกฎบัตรฮาวานา



เมื่อมีการร่างความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้าขึ้นในปี พ.ศ.2490 (ค.ศ.1947) หรือที่เรียกว่า “GATT 1947” นั้น ไม่ได้บรรจุประเด็นเรื่องมาตรฐานแรงงานไว้เลย ยกเว้นในข้อ XX(e) ของ GATT 1947 ซึ่งอนุญาตให้ภาคีสมาชิกของแกตต์เลือกปฏิบัติต่อภาคีสมาชิกอื่นที่ใช้แรงงานนักโทษในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกได้ (กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์: 786) และข้อ XXIII ของการทุ่มตลาดซึ่งถือว่าการใช้มาตรฐานแรงงานที่ต่ำเกินไปในการผลิตสินค้าถือเป็นการทุ่มตลาดประเภทหนึ่งที่เรียกว่า “การทุ่มตลาดทางสังคม” (Social Dumping) (Global Trade Negotiation: 1)

อย่างไรก็ตาม การที่ภาคีสมาชิกทั้งหมดของ WTO มิได้เป็นภาคีสมาชิกของ ILO ด้วย ทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำต่อการปฏิบัติตัวของผู้ประกอบการต่อแรงงาน จึงทำให้เกิดความแตกต่างในด้านต้นทุนการผลิต กล่าวคือ หากมีการปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด ภาคีสมาชิกของทั้ง WTO และ ITO จะมีต้นทุนทางด้านแรงงานโดยเฉลี่ยสูงกว่าต้นทุนทางด้านแรงงานของภาคีสมาชิกของ WTO เพียงอย่างเดียว เนื่องจากกฎข้อบังคับเรื่องมาตรฐานแรงงานของ ITO นั้นเข้มงวดกว่าข้อบังคับของ WTO ในเรื่องมาตรฐานแรงงาน

ในช่วงหลังจากการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบอุรุกวัย (Post-Uruguay Round) ประเทศที่พัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐฯ และประเทศในทวีปยุโรปพยายามผลักดันให้มีการเพิ่มมาตรฐานแรงงานและสภาพแวดล้อมไว้ในกฎกติกาของ WTO โดยอ้างว่า การกระทำดังกล่าวจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชากรโลกดีขึ้น ทว่าประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่กลับเห็นว่า ความพยายามดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาที่มีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบทางเศรษฐกิจจากการใช้แรงงานราคาถูก

อย่างไรก็ตาม ความพยายามของประเทศที่พัฒนาแล้วในการบรรจุมาตรฐานแรงงานไว้ในกฎกติกาของ WTO ยังไม่ประสบความสำเร็จ เห็นได้จากการที่ไม่มีการบรรจุวาระเรื่องมาตรฐานแรงงานเข้าในการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮาที่เริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2544 (ค.ศ.2001)

ในขณะนี้ การค้าระหว่างประเทศภายใต้องค์การการค้าโลกไม่มีมาตรการใดในการขจัดการทุ่มตลาดทางสังคม นอกเสียจากจะเป็นการทุ่มตลาดทางสังคมที่ใช้แรงงานนักโทษในการผลิตสินค้า ซึ่งภาคีสมาชิกผู้นำเข้าสามารถใช้ข้อ XX ของ GATT 1947 ในการตอบโต้ภาคีสมาชิกผู้ส่งออกได้

บรรณานุกรม

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook