บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

ศรีสัชนาลัย

อำเภอศรีสัชนาลัย จะตั้งมาแต่ปี (พ.ศ. หรือ ร.ศ.) ใดไม่มีปรากฎหลักฐานแน่ชัด ชื่อ " อำเภอด้ง " ตั้งอยู่บ้านปลายนา หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านตึก ปัจจุบันห่างไปทางทิศเหนือของที่ตั้งอำเภอปัจจุบัน ประมาณ 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่นาน 12 ปี ต่อมาเห็นว่าการคมนาคมไม่สะดวกเพราะต้องใช้ลำน้ำเป็นเส้นทางคมนาคม จึงได้ย้ายอำเภอมาตั้งที่ป่างิ้ว (ฝั่งตะวันออกริมแม่น้ำยม) หมู่ที่ 1 ตำบลป่างิ้ว และให้ชื่อว่า "อำเภอด้ง" อยู่อย่างเดิม โดยที่บ้านเดิมตั้งอยู่ริมแม่น้ำยม (ฝั่งตะวันออก) มีกระแสน้ำไหลแรงมากเดิมจะเรียกชื่อบ้านอย่างไรไม่ปรากฎ

แต่มีหลักฐานเป็นที่น่าเชื่อถือได้ว่าสมัยนั้น ธิดาสาวเจ้าเมืองเชียงรายมาลงเรือมาด (เรือขุดแบบพื้นเมืองขนาดใหญ่ 4 แจว) ที่เมืองแพร่ เสด็จตามลำน้ำยมลงมาเพื่อจะไปเยี่ยมธิดาสาวเจ้าเมืองตาก (พระสหาย) ผ่านมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งบังเอิญเรือรั่ว จึงแวะจดยาเรือนั้นประกอบกับแม่น้ำยมไหลผ่านเป็นสองสาย (สำเนียงคนพื้นเมืองว่า 2 คอน) เมื่อเสด็จขึ้นไปชมหมู่บ้านในระหว่างยาเรือนั้น ได้สอบถามชาวบ้านว่าหมู่บ้านนี้ชื่อว่าอะไร แต่ไม่มีใครทราบถึง จึงได้แนะนำให้หัวหน้าตั้งชื่อหมู่บ้าน "บ้านหาดเสี้ยว" (สำเนียงเหนือ คือบ้านหาดเชี่ยว และสำเนียงใต้ แปลว่าน้ำไหลแรงหรือน้ำไหลผ่านเป็นสองสายแบ่งหาดทรายออกเป็นสองเสี้ยว)

หมู่บ้านนั้นจึงมีชื่อว่า "บ้านหาดเชี่ยว" หรือ"หาดเสี้ยว" ต่อมา "บ้านหาดเสี้ยว" หรือหาดเชี่ยว เปลี่ยนเป็นบ้านหาดเสี้ยว อำเภอด้ง เป็นอำเภอหาดเสี้ยว วัดโพธิ์ไทรเป็นวัดหาดเสี้ยว ทั้งนี้เพราะอำเภอและวัดตั้งอยู่ที่บ้านหาดเสี้ยว

เมื่อ ปี พ.ศ.2460 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสเสด็จมาที่วัดโพธิ์ไทร (วัดหาดเสี้ยวในปัจจุบัน) ได้ทรงเห็นว่า อักษร ซ. และ ช. เรียกยากขัดต่อลิ้น หู เวลาพูด ฟัง ของชาวบ้านประกอบกับแม่น้ำยมไหลผ่านเป็นสองคอน (สองกระแส) ซึ่งเรียกว่าผ่าเสี้ยว จึงรับสั่งให้แก้ไข



เมื่อปี พ.ศ. 2465 คณะรัฐบาลพิจารณาเห็นว่า คำว่า "หาดเชี่ยว" ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมกับภาษาไทยจึงให้เปลี่ยนชื่ออำเภอใหม่ต่อมาหลังจากที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย คณะรัฐบาลยุคนั้นเห็นว่าการนำเอาปูชนียสถานหรือสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งเป็นชื่ออำเภอหรือจังหวัด จะทำให้เป็นมงคลนานอย่างยิ่ง แก่อำเภอ หรือจังหวัด จึงได้เปลี่ยนชื่ออำเภอหาดเสี้ยว เป็นอำเภอศรีสัชนาลัย เพราะเมืองศรีสัชนาลัย มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีมาช้านานแล้ว เริ่มใช้แต่ปี 2486 เป็นต้นมา

ประวัติเมืองศรีสัชนาลัย เมืองศรีสัชนาลัย เป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเชื่อกันว่าเมืองศรีสัชนาลัย ถือกำเนิดเมื่อสมัย พ.ศ. 1400 (ก่อนเมืองสุโขทัย) สมัยขอมเรืองอำนาจเอกสารจีนของราชทูตโตต้ากวน ซึ่งมาอยู่ในราชสำนักเขมรบันทึกถึงราชอาณาจักร "เฉิงเหลียง" ว่าอยู่เหนืออาณาจักรหล่อฮก (ละโว้)

ทั้งนี้ เนื่องจากชื่อของเมืองสันนิฐานว่าตามลักษณะแม่น้ำยมที่โค้งมาก หักงอคล้ายไส้ไก่เฉียงหรือเฉลียง มีโบราณสถานแบบขอมอยู่เหนือสุดในประเทศไทย (องค์พระปรางค์) กษัตริย์ที่ครองเมืองนี้ จีนเรียกว่า " กัม มันติง" หรือ "กมรเต็ง" อันเป็นยศกษัตริย์ในภาษาเขมรนั่นเอง แต่คนไทยเรียกกษัตริย์เมืองนี้ว่า "พระร่วง " ทุกพระองค์มีศาลให้เคารพสักการะ จนถึงปัจจุบัน เป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ซึ่งตำบลหมู่บ้าน ล้วนแต่เป็นตำนานพระร่วงทั้งสิ้น เช่นพระร่วงทรงว่าว มาสุดตา หมู่บ้านก็มีชื่อเรียกว่า บ้านแสนตอ ล้มลงแล้วคุกเข่า หมู่บ้านนั้นชื่อว่าบ้านคุกใจหายเสียจริงเพี้ยนไปเป็นบ้านสารจิตร ตำบลสารจิตร เป็นต้น

ต่อมาเมือง "เฉิงเหลียง" หรือเมือง "เฉลียง" เพี้ยนเสีย ฉะ เป็น ชะ ตามศิลาจารึกหลักที่ 2 จึงกลายเป็นเมืองเชลียงและได้จารึกไว้ว่าพระร่วงเมืองนี้ชื่อ "พ่อขุนศรีนาวนำถม" ได้ตีเมืองสุโขทัย และไปครองเมืองสุโขทัย พ่อขุนศรีนาวนำถมมีพระโอรส ชื่อพ่อขุนผาเมืองให้ไปปกครองเมืองราด

ต่อมาเมื่อพ่อขุนศรีนาวนำถมสวรรคต เมืองเชลียงสุโขทัย ก็ถูกพวก "ขอมสมาดโขลงลำพง" ยึด พ่อขุนผาเมือง จึงร่วมกับ พ่อขุนบางกลางหาว ต่อสู้กับขอมจนชนะแต่พ่อขุนผาเมืองสละบัลลังก์และยกพ่อขุนบางกลางหาวนั่งเมือง นามว่า "พ่อขุนศรีอินทราทิตย์" และได้รับพระราชทานให้พ่อขุนรามคำแหงไปครองเมืองเชลียง มีลักษณะภูมิประเทศคล้ายเกาะขยายเมืองยาก จึงทรงสร้างเมืองใหม่ห่างจากเดิมประมาณ 2 กิโลเมตร ผังเมืองเป็นสี่เหลี่ยมกำแพงเป็นตรีบูร 3 ชั้น สร้างด้วยดิน ภูเขาล้อมอีก 3 ด้านและโอบยอดเขาอีก 2 ยอด กลางเมืองมีน้ำตกแก่งหลวงหน้าเมืองนับว่าสวยงามที่สุดถูกต้องตามวิชา เพงสุย (ภูมิพยากรณ์) ทุกประการ ประทานนามวา "ศรีสัชนาลัย" ฐานะเป็นเมืองอุปราช (ลูกหลวง) ดูเหมือนจะด้อยกว่าสุโขทัย แต่แท้จริงแล้วเสมอกันหรืออาจจะเหนือกว่า เพราะศิลาจารึกเรียกควบกันว่า "ศรีสัชนาลัย สุโขทัย" ในฐานะเมืองนี้เป็นต้นกำเนิดพระร่วง ต่อมาในราวปีพุทธศักราช 2,000 ราชอาณาจักรสุโขทัย เสื่อมอำนาจลงและกรุงศรีอยุธยา ได้เป็นราชธานีของไทย เมือง

ศรีสัชนาลัย ลดความสำคัญลงมีสถานะเป็นเพียงเมืองกั้นระหว่างกรุงศรีอยุธยากับลานนา ร่องรอยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ของเมือง "ศรีสัชนาลัย" ที่สำคัญได้แก่ แหล่งโบราณสถาน ประเทศศาสนสถาน และเตาเผาเครื่องถ้วยชามสังคโลก ศาสนสถานมีโครงสร้างเป็นศิลาแลงที่ตัดมาจากศิลาแลงธรรมชาตินอกเมือง ฉาบผิวนอกและปั้นแต่งลวดลานด้วยปูนบางแห่งตบแต่งด้วยภาพจิตรกรรม

สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผาเตาทุเรียง มีอยู่จำนวนมากว่า 300 แห่ง โครงสร้างของเตา เป็นทั้งอิฐและดินธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีแหล่งสาธารณูปโภค เช่น คลอง สระน้ำ บ่อน้ำ คูน้ำ เป็นต้น เมืองศรีสัชนาลัย ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีสัชนาลัย ชาวบ้านเรียกว่าบ้านเมืองเก่า อยู่ทางทิศใต้ ของ ที่ว่าการอำเภอในปัจจุบัน ประมาณ 12 กิโลเมตร

ทางกรมศิลปากร ได้กำหนดแนวทาง การอนุรักษ์เมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งเรียกว่า โครงการอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2525 และสามารถบูรณตบแต่งจนเปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2533 ภายในเขตกำแพง เมืองมีโบราณสถานซึ่งบูรณะซ่อมแซมตบแต่งเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญมีอยู่ 8 แห่ง คือวัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ วัดนางพญา วัดสวนแก้วอุทยานน้อย ศาลหลักเมือง วัดเขาพนมเพลิง และ วัดสุวรรณคีรี อันเป็นสถานที่อันสำคัญของอุทยาน

สำหรับคำว่า "อำเภอศรีสัชนาลัย" เดิมเป็น "อำเภอศรีสัชชนาลัย" มี ช 2 ตัว ปัจจุบันใช้ ช. ตัวเดียว ทั้งนี้คณะกรรมการจัดทำอักขรานุกรรมภูมิศาสตร์แห่งราชบัณฑิตยสถานและกรรมการบัญญัติศัพท์ภาษาไทย ได้ประชุมรับรองแล้วให้เปลี่ยนชื่ออำเภอศรีสัชนาลัย เป็นอำเภอ ศรีสัชนาลัย ซึ่งมีความหมาย ดังนี้

รวมความแล้ว หมายถึง เมืองธรรม เมืองทอง หรือเมืองอันเป็นที่อยู่ของคนดี

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook