บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

สถานภาพและบทบาทของสตรีอินเดียในสมัยก่อนพุทธกาล

กฎเกณฑ์ทางสังคมที่มีผลกระทบต่อสตรีอินเดีย

ในประวัติศาสตร์อินเดียนั้นผู้หญิงมักจะผูกพันอยู่กับชีวิตแห่งการมีครอบครัว แม้มนูจะวาดภาพสตรีออกมาในเชิงปฏิเสธทำให้เกิดกฎเกณฑ์และข้อห้ามต่าง ๆ มากมาย ที่จะจำกัดขอบเขตของสตรีจนราวกับว่าสตรีมิได้มีความเป็นมนุษย์ในระดับเดียวกับชาย

หญิงที่ไม่รักษาพรหมจรรย์ของตนมีโทษต้องไปเป็นทาสของพระราชาด้วย หญิงที่เป็นทาสนี้บางส่วนคงเป็นทาสรับใช้กิจการต่าง ๆ และบางส่วนที่หน้าตาสวยงามคงเป็นนางคณิกา เพราะถือว่าเมื่อไม่รักพรหมจรรย์แล้วก็ให้มีหน้าที่รับใช้ทางเพศเสียเลย แต่หลักข้อนี้ก็ดูขัดกับการรับรองการแต่งงานแบบคานธารวะ ซึ่งเกาฏิลียะกำหนดว่าถ้าสองฝ่ายพอใจก็ใช้ได้ หากไม่มีข้อกำหนดดังกล่าวแล้วโทษตามกฎข้อนี้ก็จะสอดคล้องกับเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีแต่งงานตามหลักของฮินดู ซึ่งมีข้อกำหนดในรายละเอียดดังนี้

“พิธีแต่งงานหรือวิวาหะ ซึ่งพบในศรุติอาจสรุปได้ดังนี้ เริ่ม ด้วยการกำหนดวันทำพิธีพิจารณาคุณสมบัติ เช่นวรรณะ ลักษณะทางกาย ชื่อ เป็นต้น ของชายและหญิง พิธีเริ่มด้วยการส่งคนไปสู่ขอต่อบิดาของฝ่ายหญิง เมื่อตกลงกันแล้วเจ้าบ่าวจะไปสู่บ้านพ่อตาโดยมีขบวนหญิงสาวนำไป เจ้าบ่าวจะได้รับการต้อนรับด้วยพิธี อรฆย และมธุปรก เจ้าบ่าวเจิมเจ้าสาวด้วยน้ำมัน มอบเสื้อผ้าใหม่ ขนเม่น และกระจกแก่เธอ พ่อเจ้าสาวจูงเธอมาให้แก่เจ้าบ่าว พี่ชาย น้องชาย แม่ เจ้าสาวเทข้าวเปลือกลงบนมือของทั้งคู่ที่จับกันอยู่ เจ้าสาวยืนบนหินก้อนหนึ่งเดินไปรอบกองไฟเจ็ดก้าวโดยเจ้าบ่าวจูงมือเธอ (ปาณิครหณ) แตะไหล่ หัวใจ และสะดือของเธอ โปรยน้ำรดเธอ เสื้อผ้าของทั้งคู่ถูกผูกเข้าด้วยกัน หรืออาจผูกมือเข้าด้วยกัน นำของไหว้ไปไหว้ครู เจ้าสาวร้องไห้ ตั้งขบวนนำเจ้าสาวไปบ้านสามีโดยนั่งรถ ม้า หรือช้างไป เจ้าสาวถือไฟ ทำพิธีปัดรังควานไปตลอดทาง เธอก้าวเข้าประตูโดยไม่เหยียบธรณีประตู และนั่งลงบนหนังวัวสีแดง บนตักอุ้มเด็กซึ่งเกิดจากผู้หญิงที่มีแต่ลูกชายและลูกทุกคนยังมีชีวิต บ่าวสาวกินอาหารซึ่งสังเวยเทพเจ้าแล้ว สามีชิมก่อนแล้วให้ภรรยา หรืออาจจะเจิมซึ่งกันและกัน แตะหัวใจของกันด้วยอาหารอันเป็นเครื่องสังเวยก็ได้ ตอนเย็นมีการสวดมนต์บูชาดาวเหนือและดาวอรุณธติ ซึ่งสามีชี้ให้ภรรยาดู

หลังพิธีแล้วพิจารณาพรหมจรรย์สามวันโดยเอาท่อนไม้วางคั่นระหว่างหมอน วันที่สี่มีพิธีปัดรังควานขับไล่สิ่งเลวร้ายออกจากเจ้าสาว เครื่องสังเวยที่เหลือนำมารวมกันและใช้เจิมทั่วร่างกายของเธอแม้กระทั่งปลายเล็บและปลายเส้นผม พิธีทั้งหมดนี้มาจากการแต่งงานของสูรยเทพ วันที่ห้าตามตำราของเพาทายนะ มีการทำพลีกรรมที่ต้นมะเดื่อซึ่งตกแต่งด้วยของขวัญตามกิ่ง”

พิธีแต่งงานนี้ถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ ผู้มีสิทธิสาธยายมนตร์พิธีแต่งงานต้องเป็นสาวพรหมจารีเท่านั้น จึงเท่ากับว่าผู้ที่ไม่ใช่สาวพรหมจารีไม่สามารถเข้าพิธีแต่งงานศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ เมื่อผ่านพิธีนี้แล้วก็ถือว่าเป็นสามีภรรยากันตลอดไป แม้แต่การหย่าร้างก็ไม่ถือว่าทำให้ขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน ผู้หญิงที่ได้ผ่านพิธีนี้จึงถือว่าเป็นผู้มีเกียรติทั้งในด้านกฎหมาย สังคม และศาสนา แม้ในอรรถศาสตร์เองก็กำหนดไว้ว่า

“การแต่งงานอันศักดิ์สิทธิ์ (4 ประการแรก) จักหย่าร้างมิได้”

 

การแต่งงานอันศักดิ์สิทธิ์นี้จึงทำได้ครั้งเดียว เมื่อสามีหรือภรรยาแต่งงานใหม่ไม่ถือว่าถูกต้องในแง่ศาสนา และเมื่อประกอบเข้ากับกฎหมายที่มุ่งรักษาความมั่นคงของครอบครัวด้วยแล้ว การแต่งงานใหม่ก็มีโอกาสน้อย แต่ทั้งนี้เป็นเรื่องหลักการ ความเป็นจริงของสังคมก็ยังเป็นเช่นเดิมคือผู้หญิงยังได้รับการปฏิบัติที่เลวกว่ามาตรฐานดังกล่าวมาก

“ระบบสตีมีปฏิบัติกันในท้องที่บางแห่งทางตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ยังไม่นิยมกันในท้องที่ส่วนใหญ่ การมีภรรยาคนเดียวเป็นแต่กฎ แต่คนรวยและชนชั้นปกครองเริ่มมีภรรยาหลายคน ความบริสุทธิ์ทางกายของผู้หญิงถือเป็นเรื่องสำคัญ จึงไม่สนับสนุนการแต่งงานใหม่ของหญิงหม้าย การหย่า รวมทั้งการแต่งงานกับภรรยาหม้ายของพี่ชายหรือน้องชายของตน”

การไม่ทำตามกฎดังกล่าวนี้มีมากบ้างน้อยบ้างตามสภาพสังคม หากสังคมใดผู้หญิงมีการศึกษาดี กฎหมายเข้มงวดมากฐานะของผู้หญิงที่เป็นภรรยาคนแรกก็ดีขึ้น แต่ถ้าผู้หญิงการศึกษาต่ำ แม้กฎหมายเข้มงวด การทำตามกฎหมายก็อาจมีอุปสรรค แม้แต่การไปไหนมาไหนตามใจก็ถูกจำกัดเพราะผู้หญิงที่ไม่ได้รับการศึกษาอาจถูกหลอกลวงหรือเสียหายได้เมื่อออกไปนอกบ้าน ระบบห้ามผู้หญิงออกจากบ้านหรือ ปุรทห จึงเกิดขึ้น นอกจากนั้นการที่ไม่ได้รับการศึกษาย่อมไม่อาจเข้าร่วมสมาคมที่สำคัญได้การออกนอกบ้านจึงไม่มีความจำเป็นไม่เป็นประโยชน์เท่าอยู่ทำงานในบ้านและดูแลอบรมลูก จึงเกิดเป็นเหตุผลให้ผู้หญิงต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน และดูเป็นเรื่องสมเหตุสมผลในสภาวะเช่นนั้น

ในสังคมอินเดียโบราณ สิทธิการเลือกคู่ของสตรี มีผู้หญิงฮินดูมีสิทธิ์มากในเรื่องนี้ ในเรื่องการเลือกคู่ซึ่งในยุคมหากาพย์มีเรื่องผู้หญิงเลือกสามีเอง เช่น กรณีของนางสีดาในรามายณะ ธรรมเนียมเช่นนี้นิยมกันในหมู่กษัตริย์ซึ่งเป็นวรรณะสูง หรือต้องการให้ได้คู่ที่เหมาะสมแก่ฝ่ายหญิงมากที่สุด ในเมื่อเป็นผู้หญิงชั้นสูงย่อมเป็นของมีค่าสำหรับผู้ชาย และผู้ชายที่มีคุณสมบัติดีต่างมาเสนอตัวให้เลือกหรือแข่งขันกันเพื่อจะได้มีโอกาสแต่งงานกับผู้หญิงนั้น กรณีเช่นนี้จะว่าผู้หญิงมีฐานะต่ำในด้านชีวิตคู่ไม่ได้เลยผิดกับสมัยปัจจุบันที่ผู้หญิงอินเดียเป็นฝ่ายไปสู่ขอผู้ชายและฝ่ายชายกลับเป็นผู้เลือกผู้หญิง

เหตุผลอีกประการหนึ่งก็คือผู้ชายในสังคมที่เป็นผู้ถูกเลือกจะต้องประพฤติตัวให้ดีทำการงานอาชีพดีผู้หญิงที่ดีจึงจะเลือกผู้หญิงไม่ต้องมีอะไร เพียงแต่มีคุณสมบัติและรูปสมบัติ หรือมีอย่างใดอย่างหนึ่งก็มีสิทธิเลือกผู้ชายแล้ว ในอรรถศาสตร์แม้นางคณิกายังมีสิทธิ์เลือกหลับนอนกับผู้ชายเฉพาะที่เธอต้องการ แต่ผู้ชายไม่มีสิทธิ์บังคับเธอ ในสมัยปัจจุบันผู้หญิงฮินดูกลับเป็นฝ่ายให้ผู้ชายเลือก เธอจึงต้องการศึกษาดี มีทรัพย์สินเงินทองจึงจะมีโอกาสแต่งงานกับผู้ชายที่เธอปรารถนา ผู้ชายนั้นอาจมั่งมีหรือไม่ก็ตามเขาจะเป็นผู้เลือกตามความต้องการของเขาผู้หญิงฮินดูจึงมีฐานะตกต่ำลงโดยนัยนี้

การที่ผู้หญิงต้องพึ่งพ่อเมื่อเด็ก พึ่งสามีเมื่อสาว พึ่งลูกชายเมื่อแก่ก็อาจตีความว่าผู้หญิงต้องพึ่งผู้ชายตลอดกาล แต่ก็อาจตีความตรงข้ามได้ว่าการเก็บผู้หญิงไว้ในบ้านเป็นการพิทักษ์รักษาผู้หญิงเพราะนอกบ้านไม่ปลอดภัย ส่วนการที่ผู้ชายต้องดูแลผู้หญิงตลอดชีวิตก็แสดงถึงหน้าที่ของผู้ชายที่จะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงไปตกระกำลำบาก บางคนอธิบายว่าสามีแปลว่า นาย หรือผู้ชายปกครองผู้หญิง แต่ก็อาจอธิบายว่า ภรรยา แปลว่า ภาระ คือ ผู้ชายต้องคิดถึงผู้หญิง ต้องคอยดูแลรับภาระเลี้ยงดูผู้หญิง จะเลี่ยงหน้าที่นี้ไม่ได้

สังคมโบราณซึ่งผู้หญิงมีสามีหลายคน หรือผู้หญิงมีบทบาทในการรบน่าจะมีอยู่มาก เช่น ทหารองครักษ์ของพระเจ้าจันทรคุปต์ ก็เป็นทหารหญิงชาวอะมาซอน การที่สังคมดังกล่าวแทบไม่เหลืออยู่ในปัจจุบัน น่าจะกล่าวได้ว่าแม้ผู้หญิงก็ไม่เห็นด้วยกับสังคมเช่นนั้นทำนองเดียวกับที่สังคมชายเป็นใหญ่และชายมีภรรยาหลายคนก็ลดลง เพราะผู้ชายเองก็ไม่เห็นด้วย

สถานภาพและบทบาทของสตรีอินเดีย
สิทธิ หน้าที่ของสตรีอินเดีย
กฎเกณฑ์ทางสังคมที่มีผลกระทบต่อสตรีอินเดีย
การยอมรับศักยภาพของสตรีอินเดีย
เสรีภาพและความเสมอภาคของสตรีในสังคมอินเดีย
การคุ้มครองสตรีในสังคมอินเดีย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook