บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา >>

เนื้อเยื่อพืช
( Plant tissue )

         พืชโดยทั่วไปจะประกอบด้วยระบบอวัยวะ( Organ system ) 2 ระบบคือ ส่วนที่สัมผัสกับอากาศของพืช ( Shoot system ) และระบบราก ( Root system )

Shoot system เป็นส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินและรวมไปถึงอวัยวะต่าง ๆ เช่น ใบ ตา ลำต้น ดอก และผล

Root system เป็นส่วนที่อยู่ใต้พื้นดิน เช่น ราก และลำต้นใต้ดินจำพวก Tubers และ Rhizome

เนื้อเยื่อพืชแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ

1. เนื้อเยื่อเจริญ ( Meristematic tissue )

Meristic tissue เป็นกลุ่มเซลล์เจริญ ( Meristematic cell ) ที่สามารถที่แบ่งเซลล์ส่วนมากมีรูปร่างลักษณะของเซลล์ค่อนข้างกลม หรือรูปไข่ หรือหลายเหลื่ยมหรือชิดกันจนไม่เห็นช่องว่างระหว่างเซลล์ ผนังเซลล์บางแบบ Primary wall ภายในเซลล์มี Nucleus ใหญ่ มี Vacuole เล็ก หรือไม่มีหลักในการจำแนกเซลล์เนื้อเยื่อเจริญ จำแนกออกเป็น 2 ประเภท

1) เซลล์เนื้อเยื่อเจริญจำแนก ตามตำเหน่งที่อยู่แบ่งได้เป็น 3 ชนิด

  1. Apical meristem เป็นเซลล์ Meristem ที่อยู่ส่วนปลาย เช่น ปลายยอด ปลายราก เป็นต้น
  2. Lateral meristem กลุ่มเซลล์ Meristem จะอยู่ทางด้านข้างของลำต้น ตัวอย่างเช่นตาใบ ตาดอก หรือ ตารวม
  3. Intercalary meristem เป็น Mreistem อยู่ตามบริเวณข้อและปล้อง แบ่งเซลล์ทำให้ลำต้นยืดยาวพบในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ( Monocots )

2) เซลล์เนื้อเยื่อพืชจำแนกตามระยะการเจริญเติบโต

  1. Primary meristem เป็นเซลล์ Meristem ที่เกิดจากเซลล์คัพภะ (Embryonic cell ) แบ่งเซลล์ให้เซลลีที่จะเจริญเป็นเซลล์ที่จะเจริญเติบโตต่อไป การจำแนกในประเภทนี้จึงรวมในกลู่มเซลล์เจริญพวก Apical meristem , Lateral meristem, และIntercalary meristem
  2. Secondary meristem เป็น Meristem ที่เกิดจากกลุ่มเซลล์เจริญหรือเซลล์ถาวรเปลี่ยนแปลงกลับมาเป็นเซลล์ Meristem ใหม่หลังจากที่มีการเจริญในระยะปฐมภมิมาแล้วเพื่อแบ่งเซลล์ให้เซลล์ถาวรอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น Cork cambium, vascular cambium,Wound cambium เป็นต้น

2. เนื้อเยื่อถาวร ( Permanent tissue )

เป็นกลุ่มเซลล์ที่มีรูปร่างและขนาดที่แน่นอน ปกติจะไม่สามารถแบ่งเซลล์เหมือนกลุ่มเซลล์ Meristem ได้ เจริญและพัฒนามาจากเซลล์พวก Primary growth meristem เซลล์กลุ่มนี้มีทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ในกรณีที่เซลล์ยังมีชีวิตอยู่ยังสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นเซลล์ Meristem ได้ ในกรณีที่เซลล์เปลี่ยนกลับมาเป็นเซลล์ Meristem ใหม่เป็นการเจริญแบบ Secondary growth meristem จำแนกออกเป้น 2 ประเภทคือ Simple tissue เป็นเนื้อเยื่อที่ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ชนิดเดียวกันลักษณะเหมือนกันทำหน้าที่คล้ายกัน และอีกประเภทหนึ่งคือ Complex tissue เป็นเนื้อเยื่อที่ประกอบด้วยกลุ่มเชลล์ที่มีเซลล์มากกว่าหนึ่ง หรือเป็นกลุ่มเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ร่วมกัน



Epidermis

เป็นเซลล์ผิวที่เจริญมาจากเซลล์ Meristem พวก Protoderm ที่อยู่ผิวด้านนอกทำหน้าที่ป้องกันอันตรายใหกับเซลล์ที่อยู่ด้านใน เซลล์เรียงตัวป็นชั้นปกติจะมีหนึ่งชั้น ส่วนมากเซลล์เรียงตัวกันแน่นมากจนไม่มีช่องว่างระหว่างเซลล์ ผิวด้านนอกอาจมี Wax หรือ Cutin เคลือบเพื่อป้องกันการละเหยของน้ำอีกชั้นหนึ่ง

Parenchyma

Parenchyma cell เป็นเซลล์ที่มีชีวิตและมีจำนวนมากที่สุด มีหน้าที่ในการสะสมอาหาร สังเคราะห์แสงและเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อลำเลียง ( Vascular tissue )

  1. Palisade parenchyma เป็นเซลล์ที่มีรูปร่างยาวมักจะพบที่บริเวณใบจำนวนมาก อยู่ถัดจาก Epidermis tissue
  2. Spongy mesophyll เป็นParenchyma cell ที่เกิดถัดมาจาก Palisade cell พบได้ในส่วนของ Cortex, vascular bundle และ Pith

Collenchyma

เป็นเซลล์ที่มีชีวิต มีรูปร่างค่อนข้างยาวเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผนังเซลล์เป็นแบบ Primary wall มีสารพวก Cellulose, Pictin มาสะสม หน้าที่หลักคือเสริมความแข็งแรงให้กับพืชพบกระจายในชั้น Cortex ติดกับชั้น Epidermis เราพบเซลล์กลุ่มนี้ได้ในส่วนของลำต้น ก้านใบ และเส้นกลางใบ

Sclerenchyma

Sclerenchyma เป็นเซลล์ที่มีผนังหนาและแข็งแรงแบบ Secondary wall มีลิกนินมาสะสมที่ผนังเซลล์มาก เซลล์เมื่อโตเต็มที่จะตายแต่ Cell wall ยังคงอยู่เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับเซลล์พืช เซลล์ Sclerenchyma มี 2 ชนิด คือ

  1. Sclereid เป็นรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์รูปร่างกลม หรือรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า บางชนิดแตกแขนงคล้ายดาว เห็น Pore canal ค่อนข้างชัดพบที่ Cortex, vascular tissue และ Pith
  2. Fiber เป็นซลล์เหลมหัวท้าย ผนังเซลล์หนาแข็งแรงแต่มีความยืดหยุ่น ( Elastic ) ทำหน้าที่เสริมความแข็งแรง

Xylem

xylem เป็นเนื้อเยื่อที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการลำเลียงน้ำ อินทรีย์สารและวัตถุดิบซึ่งเป็นสารละลาย รวมทั้งแร่ธาตุต่าง ๆ จากรากขึ้นไปสู่ส่วนบนของลำต้น การลำเลียงแบบนี้เรียก conduction บางทีจะเรียกเนื้อเยื่อชนิดนี้ว่า conductive tissue มักจะอยู่คู่กับ phloem ซึ่งเป็นท่อลำเลียงอาหารเสมอเรียกรวมกันว่าเนื้อเยื่อลำเลียง ( vascular tissue ) ท่อลำเรียงนี้จะอยู่ในทุกส่วนของพืช ใน xylem จะประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อต่อไปนี้ได้แก่

1. Tracheary elements ประกอบด้วย

2. Fiber มี 2 ชนิดคือ Fiber – Tracheid และ libriform fiber ทำหน้าที่ให้ความแข็งและบางครั้งอาจเก็บสะสมอาหารด้วย

3. Parenchyma มี 2 ชนิด คือ axial parenchyma และ ray parenchyma มีหน้าที่เป็นที่เก็บแป้ง น้ำมัน แทนนิน ผลึก และสารอื่น ๆ

Phloem

Phloem เป็นเนื้อเยื่อที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการลำเลียงอาหารของพืชซึ่งเป็นผลิตผลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง และอยู่ติดกับ Xylem เสมอประกอบด้วยเซลล์มีหลายชนิดเช่นเดียวกับ Xylem ประกอบด้วย

  1. Seive tube member เรียงต่อเป็นท่อยาว ลำเลียงอาหารปลายเซลล์มีรูพรุนเรียก Seive plate เป็นทางให้ไซโตพลาสซึมภายในติดต่อกัน
  2. Companion cell ช่วยเหลือ Seive tube member โดยเฉพาะเมื่อมีอายุมากขึ้น
  3. Phloem parenchyma สะสมอาหารและอินทรีย์สาร เม็ดแป้ง ยางสน น้ำมัน ลาเทกซ์แทนนิน
  4. Phloem fiber เสริมความแข็งแรงแก่ท่ออาหาร และช่วยสะสมอาหาร

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook