บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ วิศวกรรม เกษตรศาสตร์ >>

ข้อมูลการเกษตร

วิทยาการเกษตร

แมลงที่เป็นประโยชน์ทางการเกษตร

แมลงที่ให้ผลผลิต

แมลงที่ให้ผลผลิตที่เป็นประโยชน์มีน้อยชนิด แต่ผลิตผลที่แมลงให้นั้นมีคุณค่ามหาศาล จนทำให้มนุษย์หันมาเลี้ยงแมลงเพื่อเอาผลิตผลจากแมลงมาจำหน่ายเป็นสินค้า ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้การเลี้ยงแมลงซึ่งเดิมทำกันในยามว่างเป็นอาชีพเสริมในครัวเรือน กลายเป็นอาชีพหลักที่ทำรายได้ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นจำนวนมาก และในปัจจุบันได้พัฒนาจนเป็นอุตสาหกรรมที่มีการส่งผลิตผลเหล่านี้ไปขายยังต่างประเทศเป็นสินค้าออกที่สำคัญ

ผลิตผลอันมีคุณค่ามหาศาลที่ได้รับจากแมลง ได้แก่

น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งเป็นอาหารบริสุทธิ์จากธรรมชาติที่มนุษย์ทุกชาติทุกภาษานิยมรับประทานสมัยก่อนใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาลในการปรุงรสอาหารปัจจุบันน้ำผึ้งได้ถูกนำมาใช้ประกอบเป็นอาหารมากมายหลายอย่าง

รวมทั้งการรับประทานเปล่า ๆ ด้วย เชื่อว่าเป็นยาบำรุงกำลังที่ดี ส่วนประกอบของน้ำผึ้งส่วนใหญ่คือน้ำตาล จึงจัดว่าเป็นอาหารที่ให้พลังงาน (คาร์โบไฮเดรท) น้ำผึ้งจะให้พลังงานออกมามากกว่าอาหารที่ให้พลังงานชนิดอื่น ๆ ทั่วไปในปริมาณน้ำหนักแห้งที่เท่ากันเมื่อย่อยสลายในร่างกายแล้ว จึงจัดว่าเป็นอาหารจำพวกที่ให้พลังงานที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง

น้ำผึ้งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากรวงผึ้ง ซึ่งเกิดจากผึ้งงานไปดูดน้ำหวานจากดอกไม้หรือน้ำหวานที่ผลิตออกมาจากแมลงจำพวกเพลี้ยนำมาเก็บสะสมในรวงรังแล้วทำการบ่มด้วยการให้น้ำค่อยระเหยไปจนน้ำหวานนั้นมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและทางเคมี กลายเป็นน้ำผึ้งที่มีความเข้มข้นสูงมากจนมีน้ำเหลืออยู่ไม่ถึง 20 เปอร์เซนต์ 

น้ำผึ้งจึงเก็บไว้ได้นาน ไม่เสียโดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น เพราะเชื้อโรคต่าง ๆ ไม่สามารถขึ้นได้ น้ำผึ้งจะมีรส กลิ่นและสีแตกต่างกันตามชนิดของพืชอาหารของผึ้ง เช่น น้ำผึ้งจากดอกลิ้นจี่ น้ำผึ้งจากดอกลำไย น้ำผึ้งจากดอกส้ม น้ำผึ้งจากดอกสาบเสือ เป็นต้น ความนิยมน้ำผึ้งของผู้บริโภคต่างกันไป กลุ่มประเทศทางตะวันตกนิยมน้ำผึ้งสีจาง รสนุ่มนวลกลิ่นไม่แรงจัด ส่วนทางประเทศแถบเอเซีย นิยมน้ำผึ้งที่มีสีน้ำตาลเข้ม รสและกลิ่นค่อนข้างรุนแรงน้ำผึ้งที่มีขายในประเทศทางยุโรปและอเมริกาส่วนมากเป็นน้ำผึ้งที่ได้มาจากผึ้งพันธุ์ที่เลี้ยงกันเป็นอาชีพ แต่ในประเทศไทยน้ำผึ้งที่มีขายนั้นเป็นน้ำผึ้งจากผึ้งชนิดอื่นด้วย เช่นผึ้งมิ้ม ผึ้งโพรงและผึ้งหลวง อย่างไรก็ตาม น้ำผึ้งที่ได้จากสภาพธรรมชาติของผึ้งไม่ว่าจะเป็นผึ้งชนิดใดก็ตามไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด เพราะล้วนแต่ได้มาจากน้ำหวานของดอกไม้ทั้งสิ้น

ไขผึ้งหรือขี้ผึ้ง

เป็นสารที่ผึ้งงานผลิตขึ้นมาเพื่อใช้สร้างรัง ซ่อมแซมและปิดฝาหลอดรวงรังผึ้ง โดยผลิตออกมาจากต่อมไข ซึ่งอยู่ที่ปล้องท้องของผึ้งงาน ไขผึ้งที่ผลิตออกมาจะเป็นเกล็ดบางๆ สีขาวเหมือนสีน้ำนม ผึ้งงานจะใช้กรามเคี้ยวในขณะที่ใช้เกล็ดไขนี้สร้างรวงและมักจะผสมกับเม็ดสีที่ติดมากับละอองเกสร ทำให้รวงผึ้งมีสีเหลืองอ่อน ไขผึ้งที่บริสุทธิ์จะมีกลิ่นคล้าย ๆ น้ำผึ้ง และหลอมเหลวที่อุณหภูมิประมาณ 65 องศาเซลเซียส ไขผึ้งหรือขี้ผึ้งนั้นใช้ทำประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ใช้ทำเทียนไข ขี้ผึ้ง สารสำหรับขัดเขาหรือขัดมัน หมึก หุ่น แม้ว่าปัจจุบันมีขี้ผึ้งสังเคราะห์ขึ้นมากมาย แต่ขี้ผึ้งจากรังผึ้งเมื่อใช้ทำเทียนจะไม่มีควันไม่หยดและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ด้วย จึงเป็นที่นิยมกันมากและมีราคาแพงกว่าขี้ผึ้งสังเคราะห์หลายเท่า นอกจากนี้ในอุตสาหกรรมทำเครื่องสำอางยังใช้ขี้ผึ้งเป็นส่วนผสมของครีมทาหน้ารองพื้น ครีมนวดผิวและลิปสติกอีกด้วย ที่สำคัญคือ การเลี้ยงผึ้งเป็นอุตสาหกรรมในปัจจุบันใช้ไขผึ้งมารีดทำเป็นแผ่นฐานรวงหรือรังเทียม เพื่อให้ผึ้งใช้เป็นฐานในการสร้างรวงผึ้งต่อออกไป เป็นการประหยัดพลังงานของผึ้งงาน ไม่ต้องสร้างรวงรังใหม่หมด เพราะฐานรวงนี้สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ หลังจากสกัดน้ำผึ้งออกจากรวงแล้ว

ในประเทศไทย ไขผึ้งที่มีจำหน่ายอยู่นั้น เป็นผลพลอยได้จากการเลี้ยงผึ้ง คือหลอมมาจากฝาปิดหลอดรวงผึ้งที่ถูกปาดสกัดน้ำผึ้งออกไปแล้ว และได้จากการหลอมเศษรวงหรือรวงผึ้งเก่า ๆ ดังนั้นการพัฒนาการเลี้ยงผึ้งให้เจริญก้าวหน้าก็จะช่วยให้มีผลพลอยได้คือไขผึ้งนี้ออกมาจำหน่ายมากขึ้น เป็นการเสริมรายได้ของเกษตรกรเพราะไขผึ้งนั้นจำหน่ายได้ราคาสูงกว่าน้ำผึ้งเสียอีก

อาหารตัวอ่อนผึ้งหรือโรยัลแยลลี่

เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงตัวอ่อนผึ้ง ซึ่งผลิตโดยต่อมคู่หนึ่งที่อยู่ที่ส่วนหัวของผึ้งงาน ผึ้งงานในวัยที่ทำหน้าที่เป็นผึ้งพี่เลี้ยงจะผลิตสารนี้ซึ่งมีสีขาวครีมคล้ายครีมนม แล้วขับออกมาทางปาก ป้อนให้กับตัวอ่อนของผึ้งในรัง ตัวอ่อนของผึ้งที่เจริญเป็นผึ้งแม่รังจะได้รับอาหารชนิดนี้มากเป็นพิเศษ ทำให้ตัวอ่อนของผึ้งแม่รังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการพัฒนาทางโครงสร้างและรูปร่างเป็นพิเศษ ดังจะเห็นว่าผึ้งแม่รังมีขนาดใหญ่และแข็งแรงกว่าประชากรอื่นๆ ในรังผึ้ง

อาหารตัวอ่อนผึ้ง ซึ่งเรียกกันว่า นมผึ้ง นี้ประกอบด้วยสารหลายชนิด คือ น้ำ โปรตีน ไขมัน แร่ธาตุ วิตามินชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีวิตามินบีค่อนข้างสูงและมีวิตามินซีและวิตามินดีด้วยผู้บริโภคในหลายประเทศเชื่อว่าอาหารตัวอ่อนผึ้งมีคุณสมบัติทางด้านบำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ เป็นสารกระตุ้นสมรรถนะทางเพศ นอกจากนั้นยังช่วยลบรอยเหี่ยวย่นของผิวหนังและช่วยเสริมสร้างความงามทำให้ผู้เลี้ยงผึ้งในปัจจุบันมุ่งให้ความสนใจในการผลิตโรยัลแยลลี่กันมากขึ้น เพราะความต้องการของตลาดมีมากทั้งในประเทศและต่างประเทศและยังสามารถขายได้ในราคาที่สูงมากอีกด้วย

ชันครั่ง

ชันครั่งเป็นผลิตผลที่ได้จากครั่ง ซึ่งเป็นแมลงตัวเล็ก ๆ ขนาดเท่าไรไก่ ตัวอ่อนของครั่งเมื่อฟักออกจากไข่จะหากิ่งอ่อนของต้นไม้ที่เหมาะสม ยึดเกาะและดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชเป็นอาหาร และจะไม่เคลื่อนย้ายที่อยู่อีกต่อไป ครั่งตัวเมียที่ผสมพันธุ์แล้วจะขับสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า" ชัน" ออกมาหุ้มตัวเอง ครั่งตัวเมียขับสารชนิดนี้ออกมามากเท่าใด ชันครั่งหรือรังครั่งก็จะยิ่งเจริญเติบโต ขึ้นจนในที่สุดก็จะเกาะติดกันเป็นพืด มีลักษณะเป็นก้อนสีน้ำตาลเข้มติดอยู่รอบ ๆ กิ่งไม้ที่ครั่ง อาศัย รังครั่งนี้คือครั่งดิบที่เป็นสินค้าที่มีคุณค่ามากในทางเศรษฐกิจเพราะครั่งดิบสามารถนำไปใช้ เป็นวัตถุดิบป้อนโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น โรงงานไฟฟ้า โรงงานผลิตตู้เย็นและเครื่องไฟฟ้า ใช้เป็นส่วนประกอบของกาวสำหรับเชื่อมหลอดไฟฟ้ากับขั้วทองเหลือง หลอดวิทยุ โทรทัศน์ การติดกระดาษทรายน้ำทำผ้าน้ำมัน หมึกพิมพ์ชนิดกันน้ำ น้ำมันชักเงา
ทำกระดาษพิมพ์ แผนที่ ทำฟันปลอม ยาทาเล็บ ยาย้อมผม เคลือบเม็ดยาเป็นสมุนไพรใช้บำรุงโลหิต ทำสีย้อมผ้า ไหม และผ้าขนสัตว์ สีผสมอาหาร ใช้ประทับตราไปรษณีย์ และทำหมึก เป็นต้น นอกจากนี้ยัง สามารถแปรสภาพครั่งดิบเป็นครั่งเม็ด เพื่อใช้ในตลาดภายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายยัง ตลาดต่างประเทศได้ด้วย

ปัจจุบันประเทศผู้ผลิตและส่งออกครั่งที่สำคัญของโลกมีอยู่เพียง2 ประเทศเท่านั้น คือประเทศไทยและอินเดีย และประเทศไทยเป็นผู้ครองสัดส่วนตลาดครั่งเม็ดมากที่สุดในโลกการเพาะเลี้ยงครั่งในประเทศไทยเป็นอาชีพสำคัญอย่างหนึ่งของราษฎรในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนเหนือ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้จะเป็นผู้คัดเลือกแม่พันธุ์ครั่งจากกิ่งไม้ที่มีครั่งจับดีแล้วมาแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงครั่งเพื่อนำไปขยายพันธุ์ พร้อมทั้งให้คำแนะนำวิธีการเพาะเลี้ยงครั่งที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อให้เกษตรกรสามารถยึดการเลี้ยงครั่งเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับครอบครัวอย่างเพียงพอสำหรับพรรณไม้ที่ใช้เพาะเลี้ยงครั่งได้ดี เรียงลำดับจากคุณภาพดีของครั่งที่ผลิตได้ คือ ตะกร้อ ทองกวาว สะแก จามจุรี ปันแถ เปล้า ฉนวน ถั่วแระ พุทรา สีเสียดแก่น มะเดื่อ ยวนผึ้ง พะยูงและหลังดำ

ครั่ง อาจถือได้ว่าเป็นแมลงที่ให้โทษในทางการเกษตร เพราะทำให้ต้นพืชที่ครั่งไปเกาะอาศัย โดยเฉพาะไม้ผลต่าง ๆ ทรุดโทรมลงและผลผลิตตกต่ำ แต่ครั่งก็เป็นแมลงที่เป็นประโยชน์ในแง่ที่ผลิตสารที่มีคุณค่า ซึ่งเป็นสินค้าออกที่ทำรายได้มาสู่ประเทศมากพอสมควร

เส้นไหม

ได้มาจากตัวไหมซึ่งเป็นแมลงพวกเดียวกับผีเสื้อทั้งหลาย ไหมถูกมนุษย์เลี้ยงมาช้านานแล้ว จึงกลายเป็นสัตว์เลี้ยงไป คือไม่สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตนเองในธรรมชาติ ไหมไม่แข็งแรงพอจะเกาะกินบนพืชอาหารในธรรมชาติได้ และไม่สามารถบนไปผสมพันธุ์ได้ ต้องอาศัยมนุษย์เป็นผู้เลี้ยงดู ผลผลิตที่มนุษย์ได้จากไหมคือ เส้นใยไหมที่นำมาทอเป็นผืนผ้าใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม ใยไหมนี้สาวออกมาจากรังไหมที่หนอนไหมสร้างขึ้นหุ้มตัวเอง หนอนไหมนั้นเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะสร้างรังหุ้มตัวเองเพื่อเตรียมตัวเข้าดักแด้ โดยการคายสารที่เป็นใยไหมออกมาจากต่อมสร้างไหมที่อยู่ในตัวหนอน สารที่เป็นใยไหมนี้ประกอบด้วยโปรตีน 2 ชนิดคือ ไฟโบรอิน (fibroin) ซึ่งมีอยู่ถึง 3/4อยู่ด้านในของใยไหม และ เซริเซน (sericin) หุ้มอยู่ด้านนอกสารประเภทโปรตีนนี้มีลักษณะโปร่งใสและมีความเหนียวมากจะเปลี่ยนสภาพจากของเหลวไปเป็นเส้นใย เมื่อหนอนไหมคายออกมา หนอนไหมจะโยกหัวกลับไปกลับมาระหว่างจุด 2 จุด ขณะคายใยไหม ทำให้ได้ใยไหมที่มีความยาวมากเชื่อมโยงระหว่างจุดทั้งสอง ซึ่งในที่สุดก็จะประกอบขึ้นเป็นรังไหมหุ้มหนอนไหมไว้ภายใน หนอนไหมแต่ละตัวจะชักใยได้ยาวไม่เท่ากัน ใยไหมที่สาวออกมาแล้วอาจมีความยาวตั้งแต่ 350 เมตร ถึง 1,200 เมตร ใยไหมที่ยังไม่ได้เอาสารพวก เซริเซน ออกจะไม่สวย 

ดังนั้นจึงต้องมีกรรมวิธีในการสาวใยไหม เส้นไหมที่ได้จึงจะเรียบเป็นมันเลื่อมและนิ่มสวยงามมาก จากนั้นจึงนำไปทอเป็นอาภรณ์เครื่องนุ่งห่มต่อไป

กล่าวกันว่าผ้าไหมเป็นผ้าที่มีคุณภาพสูงกว่าผ้าชนิดอื่นๆ ทั้งหมด ทั้งนี้เพราะใยไหมนอกจากจะมีความมันเลื่อมสวยงามมากแล้ว ยังสามารถย้อมเป็นสีต่าง ๆ ได้ทุกสี มีความยืดหยุ่นพอสมควร เก็บรักษาความอบอุ่นได้ดี ดูดซับความชื้นและปล่อยระเหยไปได้ดี และผ้าไหมนั้นมีมากมายหลายชนิด เช่น ผ้าไหมยกดอกเงินและทอง ผ้าไหมแพร ผ้ามัสลินและผ้าซาติน เป็นต้น ที่สำคัญที่สุดคือผ้าไหมมีความคงทนเป็นเยี่ยม

นอกจากไหมบ้านหรือไหมบอมบิกซ์ ซึ่งกินต้นหม่อนเป็นอาหาร ยังมีหนอนผีเสื้ออีกหลายชนิดที่สามารถสร้างเส้นใยได้ แม้ว่าเส้นใยจะมีคุณสมบัติแตกต่างจากเส้นใยที่ไหมบ้านสร้าง แต่ก็สามารถนำมาทำเครื่องนุ่งห่มได้เช่นกัน หนอนไหมป่าอีรี เป็นหนอนไหมอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีการเลี้ยงเป็นอุตสาหกรรม เพื่อนำเส้นใยมาทำผ้าและ

เครื่องนุ่งห่ม แม้ว่าคุณภาพของเส้นใยจะไม่ละเอียดอ่อนสวยงามเท่าเส้นใยของไหมบ้าน แต่ผ้าที่ได้จะมีความหนาและสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับสวมใส่ในหน้าหนาว ไหมป่าชนิดนี้กินพืชอาหารหลายชนิด และมีแนวโน้มว่าจะมีการเลี้ยงกันมากขึ้นทุกที

แมลงที่ให้ผลผลิต
แมลงที่ใช้เป็นอาหาร
แมลงผสมเกสร
แมลงตัวห้ำและแมลงตัวเบียน
แมลงช่วยสร้างเสริมความอุดมสมบูรณ์ของดิน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook