บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ วิศวกรรม เกษตรศาสตร์ >>

ข้อมูลการเกษตร

ไม้ผล ไม้ยืนต้น

การปลูกลองกอง

การจัดการเพื่อเพิ่มปริมาณและปรับปรุงคุณภาพผลผลิตของลองกอง

ลองกองเป็นไม้ผลที่ติดผลได้เองโดยไม่ต้องมีการถ่ายละอองเกสร ดังนั้น ไม่ว่าจะมีช่อดอกมากเท่าไรก็สามารถพัฒนาเป็นช่อผลได้ทั้งหมด ปัญหาของลองกองจึงไม่เหมือนกับทุเรียน มะม่วง และเงาะ ที่มักกกพบปัญหาว่าออกดอกแต่ไม่ติดผล สำหรับลองกองนั้นจะพบว่าปริมาณช่อดอกและช่อผลมีมากเกินไป ทำให้ผลเจริญเติบโตช้า มีขนาดเล็กและมีปัญหาผลร่วง เกษตรกรจึงควรปฏิบัติดังนี้

1. การตัดแต่งช่อดอก

เพื่อให้เหลือช่อดอกบนต้นในปริมาณที่พอเหมาะไม่ให้เกิดการแย่งอาหารกันในระหว่างช่อ แนะนำให้ตัดแต่ช่อดอกในขณะที่ช่อดอกกำลังยึดตัว มีความยาวประมาณ 5-10 ซม. หรือประมาณสัปดาห์ที่ 3-5 เพราะถ้าตัดกกก่อนหน้านี้จะทำให้มีช่อดอกรุ่นน้องพัฒนาเพิ่มขึ้นมาอีกมากมาย แต่ถ้าตัดแต่งช้ากว่านี้ ต้นลองกองจะสูญเสียอาหารสะสมไปกับการเจริญของช่อดอกที่ต้องตัดทิ้งไป เทคนิคการตัดแต่งช่อดอกมี ดังนี้
ครั้งที่ 1 ตัดแต่งช่อดอกที่ออกเป็นกระจุกให้เหลือ 1 ช่อต่อ 1 จุด และเลือกตัดช่อดอกบริเวณปลายกิ่งที่เส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า 2-3 ซม. ช่อดอกที่ชี้ขึ้นด้านบน ช่อดอกขนาดสั้นและไม่สมบูรณ์ตัดออกให้หมด

ครั้งที่ 2 ครั้งนี้อาจไม่จำเป็นแต่ถ้าหากว่ายังมีช่อดอกอยู่มากเกินความต้องการ ให้ตัดแต่งได้อีกครั้งหนึ่งให้เหลือเฉพาะช่อดอกที่ยาวและสมบูรณ์แข็งแรงในปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสม

การไว้ช่อดอกในแต่ละต้นมีหลักยึดง่าย ๆ ว่า ควรไว้ระยะห่างของแต่ละช่อประมาณ 10-15 ซม. ปริมาณช่อที่ไว้ขึ้นอยู่กับขนาดของกิ่ง คือ ในต้นลองกองที่สมบูรณ์ดี ในกิ่งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ไว้ช่อดอก 3-5 ช่อ กิ่งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาาง 1 นิ้วครึ่งไว้ช่อดอก 10-15 ช่อ และควรเหลือช่อดอกบนต้นมากกว่าจำนวนที่จะไว้จริง 20-30 เปอร์เซนต์ เพราะจะต้องทำการตัดแต่งช่อผลอีกครั้งหนึ่ง ส่วนการตัดสินใจจะไว้ช่อดอกจริงเท่าไรนั้น เกษตรกรจำเป็นต้องพิจารณาจากความสมบูรณ์ของต้น ขนาดของทรงพุ่ม โครงสร้างของกิ่ง การให้ผลผลิตในปีที่ผ่านมา อายุของต้น รวมทั้งขึ้นกับประสบการณ์ของเกษตรกรเอง

2. การตัดแต่งช่อผล

การบานของดอกลองกองภายในช่อเดียวกันจะทะยอยบาน และหลังจากที่ดอกบานแล้วอีกประมาณ 12-13 สัปดาห์ ผลจะแก่เก็บเกี่ยวได้

โดยปกติ หลังจากดอกลองกองบานและติดผลขนาดเล็ก เกษตรกรจะพบกับปัญหาผลร่วงเพราะอาหารที่สะสมอยู่ในต้นลองกองไม่สามารถส่งไปเลี้ยงผลได้อย่างทั่วถึง ดังนั้น จึงแนะนำให้ทำการตัดแต่งช่อผลในเวลาที่ถูกต้อง เพื่อให้เหลือช่อผลบนต้นในปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นการป้องกันการหลุดร่วงของผลอ่อนและเพื่อให้ได้ผลผลิตลองกองที่มีคุณภาพ เทคนิคการตัดแต่งช่อผล เป็นดังนี้
ตัดแต่งช่อผลครั้งที่ 1 เมื่อช่อผลลองกองมีอายุ 2-3 สัปดาห์ หลังดอกบาน ให้ตัดช่อผลที่มีการหลุดร่วงของผล ช่อผลที่เจริญเติบโตช้า และช่อผลที่อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมทิ้งไป เหลือช่อผลไว้บนต้นมากกว่าที่จะเอาไว้จริง 10-20 เปอร์เซนต์

นอกจากนี้แล้วเกษตรกรยังสามารถที่จะตัดปลายช่อผลลองกองทิ้งไปได้บ้าง เพื่อทำให้ผลลองกองสุกและมีคุณภาพสม่ำเสมอใกล้เคียงภายในช่อเดียวกัน เพราะผลจากการที่ดอกลองกองภายในช่อเดียวกันสุกแก่ไม่พร้อมกัน

ตัดแต่งช่อผลครั้งที่ 2 เมื่อช่อผลมีอายุ 7-8 สัปดาห์ หลังดอกบาน อาจต้องตัดแต่งอีกครั้ง โดยเลือกตัดช่อผลที่หลุดร่วงมาก ช่อผลที่เล็กและเจริญเติบโตช้าทิ้งไป แต่การตัดแต่งครั้งที่ 2 อาจจะไม่จำเป็นถ้าประเมินว่าการตัดแต่งครั้งแรกได้ผลดีแล้ว

ในระหว่างที่ผลลองกองกำลังเจริญนั้น ควรหมั่นตรวจดูช่อผลลองกองอยู่เสมอโดยอาจจะพบว่ามีผลแตก ควรเขี่ยเอาผลที่แตกออก เพื่อป้องกันไม่ให้ราเข้าทำลายและเน่าลามไปทำลายผลอื่น ซึ่งเมื่อเขี่ยเอาผลเหล่านี้ออกแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะมีช่องว่างเกิดขึ้น เพราะผลที่อยู่ใกล้กับช่องว่างจะขยายขนาดเพิ่มขึ้นมาแทนที่จนเต็ม กลายเป็นช่อผลที่มีผลโตสวยงามและสม่ำเสมอขายได้ราคาดี นอกจากนี้แล้วการปลิดผลตอนบนของช่อผลออกเพื่อให้มีที่ว่างระหว่างกิ่งกับช่อผล จะทำให้การเก็บเกี่ยวทำได้สะดวกขึ้น และยังช่วยลดปัญหาที่มดเข้าไปทำรังอยู่ในช่อผลได้อีกด้วย

3. การตัดแต่งกิ่งอ่อนและใบอ่อน

ในระหว่างการพัฒนาการของช่อดอกและช่อผลเกษตรกรควรหมั่นเข้าไปดูแลภายในสวนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากจะตัดแต่งช่อดอก ช่อผลและตัดแต่งผลภายในช่อแล้ว ในเวลาเดียวกันก็ควรตรวจดูด้วยว่ามีการแตกกิ่งกระโดงภายในทรงพุ่มหรือไม่ ถ้ามีต้องตัดทิ้งไปเพื่อลดการแย่งอาหารของกิ่งเหล่านั้นกับช่อดอกและช่อผล รวมทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของโรคและแมลง

4. การใส่ปุ๋ยบำรุงผล

ในการเจริญของช่อดอกและผลลองกองจะใช้สารอาหารจากที่สะสามอยู่ในต้นและสารอาหารจากการสังเคราะห์แสง ซึ่งในระหว่างที่ช่อผลกำลังพัฒนา ลองกองจะมีการแตกกิ่งอ่อนและใบอ่อนด้วย โดยที่กระบวนการแตกกิ่งอ่อนใบอ่อนและการเปลี่ยนจากใบอ่อนเป็นใบแก่นั้นต้องใช้สารอาหารเช่นเดียวกัน ดังนั้นเพื่อเตรียมการให้ต้นลองกองสามารถสร้างสารอาหารได้เพียงพอ ต่อการเจริญของช่อดอก ช่อผล กิ่งอ่อนและใบอ่อน รวมทั้งลดปัญหาผลร่วง จึงแนะนำให้ใส่ปุ๋ยเคมีทางดิน สูตร 12-12-17+2 ในช่วงที่ตาดอกกำลังยืดตัว ปริมาณ 500 กรัมต่อต้น

การป้องกันปัญหาผลร่วง นอกจากการตัดแต่งช่อ ตัดแต่งผล และให้ปุ๋ยบำรุงผลตามที่กล่าวแล้ว การให้อาหารเสริมทางใบในช่วงที่ลองกองกำลังแตกใบอ่อนก็จะช่วยลดปัญหาการหลุดร่วงของผลได้ดีขึ้นโดย

5. การให้น้ำ

ระหว่างการยีดตัวของช่อออก และการเจริญของผล ลองกองต้องการน้ำในปริมาณที่มากและสม่ำเสมอ ถ้าขาดน้ำในระยะยึดช่อจะทำให้ได้ช่อดอกที่สั้นกว่าปกติ ถ้าขาดน้ำในระยะแรกของการติดผลจะทำให้ผลอ่อนร่วงมาก และถ้าขาดน้ำในช่วงสัปดาห์ที่ 7-10 หลังดอกบาน จะทำให้ช่อผลและผลลองกองชะงักการเจริญเติบโต ซึ่งระยะที่วิกฤติมาก ค้อ ถ้าปล่อยให้การขาดน้ำในช่วงที่ผลลองกองกำลังเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลือง และเมื่อมีฝนตกลองกองได้รับน้ำอย่างกระทันหันทำให้เปลือกผลแตก โดยที่ผลแตกนี้ทำความเสียหายกับชาวสวนลองกองเป็นอย่างมาก บางรายพบว่ามีผลแตกทั้งต้นหรือเป็นทั้งสวน นั่นหมายถึง เกษตรกรจะไม่ได้รับผลผลิตในปีนั้นและพบกับภาวะขาดทุน เพราะค่าใช้จ่ายและแรงงานที่เสียไปไม่มีผลตอบแทนกลับคืนมา จะเห็นได้ว่าน้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อการออกดอกของลองกอง และจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต จึงสอดคล้องกับที่กล่าวแล้วข้างต้นว่า เกษตรกรที่จะสร้างสวนลองกองจำเป็นต้องมีแหล่งน้ำอย่างเพียงพอ และควรมีการวางระบบน้ำที่มีประสิทธิภาพ

6. การป้องกันกำจัดศัตรูพืช

ปัญหาที่พบในช่วงนี้ คือ โรคราดำ ทำให้ผลลองกองมีตำหนิ เห็นเป็นคราบสีดำเคลือบอยู่ที่ผิวผลแต่ไม่ทำลายเนื้อ สาเหตุของโรคราดำนอกจากจะมีเพลี้ยแป้งเพลี้ยหอยดูดกินน้ำเลี้ยง และถ่ายมูลที่มีน้ำหวานตกค้างบนผิวผลแล้ว ในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 5-8 หลังดอกบาน ผลลองกองจะขับน้ำหวานออกมาจากต่อมน้ำหวานที่ผิวผล สังเกตเห็นเป็นหยดน้ำหวานได้ชัดเจนในช่วงเข้าที่อากาศเย็นและชื้น ซึ่งน้ำหวานนี้นอกจากเป็นแหล่งอาหารของราดำแล้วยังล่อให้แมลงอื่น เช่น ผีเสื้อมวนหวานมาดูดกินและทำลายผลลองกองอีกด้วย ดังนั้น จึงควรทำการป้องกันกำจัดทั้งเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย และเชื้อรา ตามคำแนะนำ สำหรับผีเสื้อมวนหวานให้ใช้เหยื่อพิษล่อ

7. การปฏิบัติอื่น ๆ

เพื่อเป็นการช่วยให้ช่อผลลองกองมีคุณภาพดีขึ้น แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
พันธุ์
การขยายพันธุ์
การปลูก
การปฏิบัติดูแลต้นลองกองหลังปลูก
การปฏิบัติดูแลลองกองในช่วงที่ให้ผลผลิตแล้ว
การเตรียมต้นลองกองให้พร้อมที่จะออกดอก
การกระตุ้นการออกดอกและเร่งการพัฒนาของช่อดอก

การจัดการเพื่อเพิ่มปริมาณและปรับปรุงคุณภาพผลผลิตของลองกอง
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษาช่อผลลองกอง
วิธีการเก็บเกี่ยว
โรคแมลงและการป้องกันกำจัด

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook