บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ วิศวกรรม เกษตรศาสตร์ >>

ข้อมูลการเกษตร

ไม้ผล ไม้ยืนต้น

การปลูกชา

กองเกษตรสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร

ธาตุอาหาร

ในสภาพการเจริญเติบโตตามปกติต้นชาจะดูดธาตุอาหารจากดินในปริมาณที่พอเพียงที่จะใช้ประโยชน์ แต่ธาตุอาหารก็อาจจะถูกดูดซึมเข้าทางใบได้บ้างในปริมาณเล็กน้อยจากอากาศและน้ำฝน หากต้นชาได้รับธาตุอาหารไม่พอเพียงจะทำให้อัตราการเจริญเติบโตของต้นชาและผลผลิตของชาลดลง แต่ถ้าได้รับธาตุอาหารมากเกินไปก็อาจทำให้ต้นชาตายได้ เนื่องจากเกิดปฏิกิริยา plasmolysis ทำให้ต้นพืชสูญเสียน้ำออกมา จึงทำให้ต้นเหี่ยวตายได้

ธาตุอาหารที่สำคัญต่อการปลูกชามีดังนี้

1. ไนโตรเจน เป็นธาตุที่สำคัญขบวนการเจริญเติบโต และการสร้างสารที่สำคัญในพืช เช่น คลอโรฟิล ฮอร์โมนนิวคลีโอไทด์ ไวตามิน ฯลฯ ดังนั้นต้นชาจะต้องการไนโตรเจนมากกว่าธาตุอื่น ๆ เพราะจะถูกเก็บเกี่ยวใบและกิ่งอ่อนเป็นประจำ ต้นชาตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจนเร็วมาก โดยจะทำให้ผลผลิตใบชาแปรผันจาก 4 เป็น 8 กิโลกรัม ในการสร้างใบชาต่อการให้ไนโตรเจนมากขึ้น 1 กิโลกรัม โดยทั่วไปปุ๋ยไนโตรเจนที่ใช้เป็นรูปแอมโมเนียมซัลเฟตหรือยูเรียเพราะฉะนั้นจึงทำให้ดินเป็นกรดเล็กน้อย

ในต้นชาที่แข็งแรงสมบุรณ์จะมีระดับไนโตรเจนคงที่ในใบชาคือระหว่าง 4.5-5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้ง เมื่อปริมาณไนโตรเจนในใบชาลดลงน้อยกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้ง ต้นชาจะแสดงอาการขาดไนโตรเจน ทำให้ระยะการแตกยอดสั้นลง ใบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง โตช้า ใบขนาดเล็ก ยอดน้อย ขนาดยอดเล็กลง ข้อปล้องสั้นลงและใบร่วงในที่สุด

2. ฟอสฟอรัส เป็นธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตมีบทบาทสำคัในการสร้างระบบรากทำให้รากแข็งแรงและมีปริมาณมาก โดยทั่วไปในใบชาจะมีฟอสฟอรัสประมาณ 0.3-0.9 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้ง ฟอสฟอรัสเป็นธาตุอาหารที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ดี พบได้มากในส่วนยอดอ่อนและใบอ่อน ลักษณะการขาดธาตุฟอสฟอรัส (เมื่อปริมาณธาตุฟอสฟอรัสในต้นชา P2O5 น้อยกว่า 0.4 เปอร์เซ็นต์) จะทำให้การเจริญเติบโตของต้นหยุดชะงัก การเจริญของรากช้าลงใบมีสีเข้ม ใบด้านไม่สะท้อนแสง ขนาดใบเล็กกว่าปกติ ลำต้นอ่อน ใบร่วงและกิ่งตายในที่สุด ฟอสฟอรัสที่เหมาะที่สุดคือหินฟอสเฟต

3. โปตัสเซียม เป็นธาตุอาหารที่สำคัญ มีบทบาทในการสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงให้กับทุกส่วนของต้นชา การควบคุมน้ำในเซลล์ การแบ่งเซลล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพที่อุณหภูมิต่ำและช่วงแล้งนาน ปกติโปตัสเซียมจะมีในใบประมาณ 1.5-2.0 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้ง ลักษณะการขาดธาตุโปตัสเซียมจะทำให้สีของใบเปลี่ยนเป็นสีแดง ผลผลิตลดลงใบร่วง ยอดก็ไม่เจริญเติบโต กิ่งและยอดอ่อนมีน้อย ลำต้นลีบเล็ก ไม่ตอบสนองต่อการตัดแต่งกิ่ง

4. แมกนีเซียม ต้นชาต้องการเพียงเล็กน้อย ปริมาณแมกนีเซียมในใบชามีประมาณ 0.22 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้ง ลักษณะการขาดแมกนีเซียม (MgO) จะทำให้ใบแก่เหลือและเกิดจุดสีน้ำตาล ในระหว่างเส้นใบและขยายใหญ่ขึ้น จำนวนใบอ่อนไม่ลด แต่สีใบผิดปกติจากเวลาที่ควรเป็น

5. กำมะถัน ปริมาณกำมะถันในใบมีประมาณ 0.08-0.2 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้ง ลักษณะการขาดกำมะถันใบจะมีสีเหลืองแต่เส้นใบยังมีสีเขียว ยอดใหม่มีขนาดเล็กลง ปล้องสั้นลงอัตราการเจริญเติบโตลดลง

6. แคลเซียม จะมีส่วนในการสร้างผนังเซลล์ซึ่งธาตุอื่นไม่สามารถทดแทนได้ ในใบชาจะมีแคลเซียมประมาณ 0.3-0.9 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้ง ลักษณะการขาดธาตุแคลเซียมจะทำให้ใบแก่มีสภาพกรอบเปราะ ใบอ่อนสีซีดจาง บริเวณขอบใบจะเกิดสีน้ำตาลในเวลาต่อมา แต่ถ้าได้รับแคลเซียมมากเกินไปจะทำให้อัตราการเจริญเติบโตลดลง ใบอ่อนเกิดเป็นสีเหลือง ใบม้วนเข้าด้านใน ทำให้ทรงพุ่มมีใบลดลง ขอบและปลายใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำแล้วร่วงในที่สุด

7. เหล็ก ในใบชามีธาตุเหล็กประมาณ 700-1,500 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ของน้ำหนักแห้ง การขาดธาตุเหล็ก การขาดธาตุเหล็กจะมีผลต่อการสร้างคอลโรฟิลในใบชา

8. แมงกานีส ในใบชามีแมงกานีสอยู่ประมาณ 900-1,200 ppm ของน้ำหนักแห้งเมื่อใบแก่ขึ้น ปริมาณความเข้มจะเพิ่มมากขึ้น การขาดแมงกานีสจะพบในดินกรดมาก ใบแก่จะกรอบเปราะขอบใบจะมีสีเหลืองและมีจุดสีน้ำตาลบนใบ

9. โบรอน การขาดโบรอนทำให้เมตตาโบลิซึมในต้นชาลดลงเปลือกต้นชาแตกง่าย ต้นและใบรูปร่างผิดปกติและตายได้ การสร้างดอกและผลผิดปกติ การขาดะาตุจะมีมากในดินเหนียวหรือช่วงฤดูแล้ง

10. ทองแดง ในใบชามีธาตุทองแดงประมาณ 20-30 ppm ของน้ำหนักแห้ง เมื่อความเข้มลดต่ำกว่า 12 ppm จำเป็นต้องฉีดพ่นสารที่มีทองแดงหรือฉีดพ่นกับสารป้องกันเชื้อราเพื่อให้ระดับทองแดงในใบสูงขึ้นช่วยพยุงรักษาใบไว้ได้

11. อลูมิเนียม มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตของต้นชา คือช่วยลำเลียงธาตุฟอสฟอรัสของต้นชากระตุ้นการเจริญเติบโตของต้นชาปริมาณอลูมิเนียมในใบชามีช่วงระหว่าง 200-2,000 ppm ของน้ำหนักแห้ง

12. สังกะสี การขาดธาตุสังกะสีปรากฏเมื่อมีปริมาณธาตุสังกะสีในใบน้อยกว่า 10 ppm ของน้ำหนักแห้ง อาการจะทำให้ปล้องสั้นลง ในชะงักการเจริญเติบโต เปลี่ยนสี ยอดโค้งงอเป็นรูปเคียว เมื่อเกิดอาการต้องฉีดพ่นธาตุสังกะสีซัลเฟตทางใยในปริมาณ 4 กิโลกรัมต่อน้ำ 200 ลิตร โดยฉีดพ่น 3-4 ครั้ง

ประโยชน์ของชา
แหล่งกำเนิดและประวัติการปลูกชา
ประวัติการปลูกชาของประเทศไทย
พันธุ์และการขยายพันธุ์
การคัดเลือกชาเพื่อทำพันธุ์
การขยายพันธุ์
การปลูกและการจัดการสวนชา
การเตรียมดิน
การปลูก
การให้น้ำ
การทำไม้บังร่ม
การกำจัดวัชพืช
ธาตุอาหาร
การใส่ปุ๋ย
การเก็บเกี่ยวชา
การปรับปรุงสวนชา
โรคและแมลงศัตรูชา
แมลงศัตรูชา
ผลกระทบจากข้อตกลงแกลต์และแนวทางการปรับตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook