บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ วิศวกรรม เกษตรศาสตร์ >>

ข้อมูลการเกษตร

พืชผัก-สมุนไพร

การผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก

การปลูกผักกาดหอมเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์

การเลือกพื้นที่ปลูก

ดินที่เหมาะสมสำหรับการปลูกผักกาดหอม ควรเป็นดินร่วนปนทรายมีการระบายน้ำดี ไม่ควรปลูกในดินที่เป็นกรดจัด ค่าความเป็นกรดเป็นด่างที่เหมาะสมประมาณ 6 แต่ไม่ควรใช้ปูนขาวในการปรับระดับความเป็นกรดของดินให้เป็นกลางหรือเป็นด่าง เพราะจะทำให้ผักกาดหอมเกิดอาการใบด่างได้

ฤดูปลูกที่เหมาะสม

ควรปลูกในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีวันยาวและเพื่อให้ผักกาดหอมได้แทงช่อดอกในช่วงที่ไม่มีฝนตก ผักกาดหอมสามารถเจริญเติบโตได้ดีที่อุรหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส จะทำให้การออกดอกมีจำนวนดอกต่อต้นมาก เมล็ดมีคุณภาพดี แต่เมล็ดมีการพักตัวและพัฒนาช้า ส่วนที่อุณหภูมิสูงประมาณ 30 องศาเซลเซียส จะทำให้มีจำนวนดอกต่อต้นน้อย เมล็ดมีคุณภาพต่ำแต่เมล็ดไม่มีการพักตัวและพัฒนาได้เร็ว ซึ่งอุรหภูมิทั่วไปที่เหมาะสมในการผลิตเมล็ดพันธุ์คือ 12-18 องศาเซลเซียส

การเตรียมดิน

1. สำหรับแปลงเพาะกล้า เตรียมแปลงเพาะกล้าแล้วหว่านปุ๋ยคอกก่อนหว่านเมล็ด และควรคลุกเมล็ดด้วยสารเคมีป้องกันเชื้อรา เช่น แคปเทน เพื่อป้องกันโรคเน่าคอดิน หว่านเมล็ดให้กระจายสม่ำเสมอโดยใช้เมล็ดพันธุ์ในอัตรา 50 กรัม ต่อไร่ แล้วคลุมด้วยฟางเพื่อช่วยรักษาความชื้นในดิน เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 20-25 วัน จึงทำการย้ายกล้าและควรงดการให้น้ำก่อนย้ายกล้า 2-3 วัน เพื่อให้กล้าแข็งแรงไม่เปราะง่าย ก่อนจะถอนต้นกล้าต้องรดน้ำให้ชุ่มเพื่อป้องกันไม่ให้รากขาด ต้นกล้าและไม่ชะงักการเจริญเติบโต

2. สำหรับแปลงปลูก ตัองมีการไถดินเตรียมแปลงปลูก แล้วหว่านปุ๋ยคอกให้ทั่วแปลงในอัตรา 1 ต้นต่อไร่ อาจยกเป็นร่องแปลงหรือปลูกในกระทงนาก็ได้ ใช้ระยะปลูก 50X75 เซนติเมตร ขุดหลุมหลูกแล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ หรือแบ่งใส่อัตรา 1 ฝาน้ำอัดลมต่อหลุม แล้วทำการย้ายกล้าผักกาดหอมมาปลูก

การปลูกและดูแลรักษา

เมื่อย้ายกล้าผักกาดหอมลงแปลงปลูกแล้ว ควรใช้ฟางคลุมหน้าแปลงเพื่อรักษาความชื้นด้วยรวมทั้งทำการสำรวยว่าจำเป็นต้องปลูกซ่อมกล้าผักกาดหอมเพิ่มเติมหรือไม่ ในช่วงการเจริญเติบดตของผักกาดหอมนี้ถ้าปลูกในสภาพดินร่วนซุย ควรให้น้ำทุก ๆ 2-3 วันต่อครั้ง แต่ถ้าเป็นสภาพดินเหนียว และมีการระบายน้ำไม่ดี ควรให้น้ำสัปดาห์ละครั้ง หรือให้สังเกตว่าเมื่อดินเริ่มแห้งจึงจะมีการให้น้ำเข้าไปในแปลง หลังย้ายต้นกล้าลงปลูกได้ 20 วัน (หรือต้นกล้ามีอายุ 40-45วัน) ต้องหมั่นตรวจสอบแปลงเพื่อคัดพันธุ์ปนออกมาโดยสังเกตต้นที่มีรูปร่างของใบสีของใบผิดปกติ ผิวของใบย่นหรือผิวใบเรียบรวมทั้งพวกที่มีขอบใบผิดปกติตรงตามลักษณะประจำพันธุ์ ต้องถอนทิ้ง

เมื่อต้นกล้ามีอายุ 40-45 วัน ให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ และตรวจแปลงเพื่อคัดพันธุ์อื่นที่ปะปนทิ้งซึ่งในระยะนี้เป็นระยะเจริญเติบโตเต็มที่มีการห่อหัว ควรตรวยดูขนาดและความแน่นของหัวด้วย

เมื่อต้นกล้ามีอายุ 70 วัน ซึ่งเป็นระยะแทงช่อดอก ควรตรวจแปลง เพื่อคัดพันธุ์อื่นที่ปะปนโดยเฉพาะต้นที่มีการแทงช่อดอกเร็วผิดปกติ และต้นที่มีสีดอกไม่ตรงตามพันธุ์ให้ถอนทิ้ง

การป้องกันกำจัดโรคและแมลง

โรคที่สำคัญของผักกาดหอม

1. โรคใบด่าง
สาเหตุ เกิดจากชื้อไวรัส
ลักษณะอาการ ทำให้ใบมีลักษณะเป็นลายเหลืองสลับเขียว ถ้าเข้าทำลายในระยะแรกจะทำให้ผักกาดหอมชะงักการเจริญเติบโต แต่ถ้าเข้าทำลายในระยะหลังจะทำให้ใบมีขนาดเล็กลง โดยมีเพลี้ยไฟชนิดต่าง ๆ เป็นพาหะของโรค

การป้องกันกำจัด โดยการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลงเพื่อกำจัดเพลี้ยต่าง ๆ ที่เป็นพาหะนำโรค นอกจากนี้พบว่าโรคนี้สามารถติดไปกับเมล็ดพันธุ์ได้ ดังนั้นจึงควรใช้เมล้ดพันธุ์ที่ปราศจากดรคใบด่าง

2. โรคราน้ำค้าง
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา
ลักษณะอาการ แผลในระยะแรกจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมอยู่ระหว่างเส้นใบ มีสีเหลืองหรือสีเขียวอ่อน จะสังเกตเห็นเส้นใยเชื้อราอยู่ด้านหลังใบ ต่อจากนั้นแผลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ถ้าสภาพอากาศร้อนและมีความชื้นสูงจะช่วยให้โรคนี้แพร่ระบาดได้มากขึ้น

การป้องกันกำจัด โดยการปลูกพืชหมุนเวียน หรือใช้สารเคมี เช่น ไซเนบ หรือมาเนบ

3. โรคใบจุด
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา
ลักษณะอาการ ในระยะแรกจะเกิดแผลจุดช้ำเริ่มจากขอบใบแล้วขยายสู่ส่วนกลางของใบ แผลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แผลที่แห้งจะมีเส้นใยและสปอร์ตของเชื้อราปรากฎอยู่

การป้องกันกำจัด โดยการปลูกพืชหมุนเวียน หรือใช้สารเคมี เช่น ไซเนบ หรือ ไธแรม ฉีดพ่น 7-15 วันต่อครั้ง และไม่ควรปลูกผักกาดหอมในพื้นที่เดียวกันติดต่อหลายฤดู ควรปลูกสลับกับพืชอื่นเพื่อป้องกันปัญหาเชื้อโรคที่สะสมในดิน โดยแนะนำให้ปลูก 1 ฤดู ในระยะ 3-4 ปี

แมลงศัตรูของผักกาดหอม

การปลูกผักกาดหอมไม่คี่อยจะมีปัญหาเรื่องแมลงศัตรูเท่าใด แต่บางพื้นที่อาจจะมีปัญหาจากหนอนคืบและเพลื้ยอ่อน
การป้องกันกำจัด ให้ใช้สารเคมีธูริไซด์หรือชูมิไซดริน และควรป้องกันแมลงประเภทปากดูดด้วยสารเคมีมาลาไธออน เป็นต้น

การเก็บเกี่ยว

ผักกาดหอมมีการบานของดอกภายในต้นเดียวกันไม่พร้อมกันการพัฒนาของดอกรวมทั้งการแก่ของเมล็ดก้ไม่พร้อมกัน หากเก็บเกี่ยวเร็วเกินไปจะได้เมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ หรือถ้าเก็บเกี่ยวช้าเกินไปเมล็ดที่แก่แล้วจะร่วงสูญเสียมาก อย่างไรก็ตามจะมีช่วงที่มีการออกดอกสูงสุดซึ่งสามารถสังเกตได้โดยดูว่าเมื่อด้านบนของเมล็ดส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเขียว มีปุยสีขาวโผล่ออกมาเพียงเล็กน้อยประมาณ 30-50% ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ จากการศึกษาพบว่า อายุการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมของผักกาดหอมพันธุ์ต่าง ๆ มีดังนี้

การเก็บเกี่ยวจะทำในตอนเช้าตรู่ เพื่อป้องกันการร่วงของเมล็ดโดยทำการตัดทั้งต้น (ประมาณ 2 ใน 3 ของต้น) บรรจุในถุงขนาดใหญ่แล้วเขย่าเพื่อให้เมล็ดแก่ร่วงลงถุง นำต้นที่มีช่อดอกมาผึ่งในที่ร่มบนผ้าใบ รอจนกระเปาะหุ้มเมล็ดที่เหลือแตกแล้วเข่าหรือนวดเบา ๆ เมล็ดก็จะร่วงหล่นบนผ้าใบ จากนั้นจึงทำความสะอาดเมล็ดโดยใช้เครื่องเป่าแยกเมล็ดพันธุ์ ซึ่งจะได้เมล็ดดีและคัดสิ่งเจือปนรวมทั้งเศษพืชออกไป จากนั้นจึงนำเมล็ดมาผ่านเครื่องคัดเมล็ดพันธุ์แบบใช้ตะแกรงและลมขนาดเล็ก แล้วนำไปลดความชื้นให้เหลือประมาณ 5% และบรรจุเมล็ดพันธุ์ในภาชนะปิดผนึกเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น

ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ซึ่งจะได้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์มากน้อยแตกต่างกันไปตามพันธุ์และแหล่งปลูกซึ่งผักกาดหอมห่อจะให้ผลผลิตโดยเฉลี่ยประมาณ 20-40 กิโลกรัมต่อไร่ แต่สำหรับผักกาดหอมใบจะได้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์สูงกว่ามาก เช่นในท้องที่อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เกษตรกรแปลงขยายพันธุ์สามารถผลิตได้ถึง 200 กิโลกรัมต่อไร่

หลักการผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก
การผลิตเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีน
การปลูกข้าวโพดหวานเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์
การปลูกผักกาดหอมเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์
การปลูกแตงกวาเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook