บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ตำนานอุรังคธาตุ

ช่วงระยะเวลาหลังจากพระพุทธเจ้าเข้าสู่ปรินิพพาน 8 ปี

ภายหลังจากที่พระพุทธองค์เสด็จเข้าสู่ปรินิพพานได้ 8 ปี พระมหากัสสปะพร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์ ได้นำพระอุรังคธาตุ (พระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นพระอุระ หรือกระดูกหน้าอก) จากอินเดียมาสู่สุวรรณภูมิ ผ่านมาทางเมืองหนองหานหลวง พญาสุวรรณภิงคารและพญาคำแดง เจ้าเมืองหนองหานหลวง และเจ้าเมืองหนองหานน้อยออกมาต้อนรับ มีการสร้างเจดีย์แข่งกันเพื่อบรรจุพระ อุรังคธาตุธาตุ ระหว่างชาวเมืองที่เป็นผู้หญิง และชาวเมืองที่ป็นผู้ชาย ผู้ชายสร้างพระธาตุภูเพ็ก (ในเขตอำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร) ผู้หญิงสร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง (ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร) ปรากฏว่าผู้หญิงใช้กลมารยาสร้างเสร็จก่อน แต่พระมหากัสสปะไม่ให้บรรจุพระอุรังคธาตุไว้ที่พระธาตุนารายณ์เจงเวง ด้วยพระพุทธองค์ไม่เคยสั่งไว้ คงให้แต่พระอังคารธาตุ (เถ้ากระดูก) บรรจุไว้ที่พระธาตุนารายณ์เจงเวง

จากนั้น พระมหากัสสปะได้มาที่ภูกำพร้า ทั้งพญาสุวรรณภิงคารและพญาคำแดงเสด็จตามมาด้วย พญานันทเสนเมืองศรีโคตรบูรได้ออกมาให้การต้อนรับ (พญาศรีโคตรบูรผู้ที่เคยพบพระพุทธองค์ ได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว พญานันทเสนผู้เป็นพระอนุชาครองราชย์แทนที่แคว้นศรีโคตรบูรสืบต่อมา) ขณะนั้นพญาจุลณี และพญาอินทปัฐได้ทราบข่าว จึงได้มาร่วมกันช่วยก่ออูบมุงเพื่อประดิษฐานพระอุรังคธาตุ ในครั้งนั้นพระอุรังคธาตุได้กระทำปาฏิหาริย์ให้พระมหากัสสปะทราบว่า ไม่ต้องการให้มีการประดิษฐาน เพราะพระพุทธองค์มิได้ทำนายไว้ว่าจะมีการประดิษฐานพระอุรังคธาตุในครั้งนี้ พญาทั้งห้าจึงร่วมกันประดิษฐานพระอุรังคธาตุไว้ภายในอูบมุงด้วยการสร้างประตูไม้ปิดไว้ และอธิษฐานขอให้ได้สำเร็จเป็น พระอรหันต์ในชาติหน้า เมื่อพญาทั้งห้าเสด็จกลับบ้านเมืองแล้ว พระวิษณุกรรมได้ลงมาทำการแกะสลักลวดลายตกแต่งอูบมุง เทวดาทั้งหลายได้มาชุมนุมบูชาพระอุรังคธาตุและกำหนดหน้าที่เพื่อมาเฝ้าดูแลรักษาพระอุรังคธาตุ



เรื่องราวในตำนานอุรังคธาตุ ได้กล่าวย้อนไปถึงพญาศรีโคตรบูรผู้มีโอกาสถือบาตรของพระพุทธองค์ในอดีตชาติ ว่า ในระยะเวลาใกล้เคียงกับพระพุทธองค์เข้าสู่นิพพาน พระองค์ได้สิ้นพระชนม์และไปเกิดเป็นโอรสของเจ้าเมืองสาเกตนคร ชื่อ สุริยกุมาร ที่เมืองสาเกตุนคร (คือ เมืองร้อยเอ็ด) ส่วนที่เมืองศรีโคตรบูรนั้น พญานันทเสนพระอนุชาได้ครองเมืองแทน จนเมื่อสุริยกุมารอายุ 16 ปี จึงได้ครองเมืองสาเกตแทน พญาทั้งสอง ได้เที่ยวไปตีเมืองได้ต่าง ๆ ได้ถึงร้อยเอ็ดเมืองให้มาอยู่ในอำนาจของ สุริยกุมาร เมืองสาเกตจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า เมืองร้อยเอ็ดประตู สุริยกุมารทำนุบำรุงบำรุงศาสนาที่เมืองร้อยเอ็ดจนได้นามว่า “สุริยวงศาธรรมิกราชาธิราชเอกราช” เมื่อพระองค์อายุ 18 ปี ในขณะ ที่มีการก่อสร้างอูบมุงประดิษฐานพระอุรังคธาตุ นอกจากนี้เนื้อหาในตำนานอุรังคธาตุ ยังมีเรื่องแทรกเกี่ยวกับเกิดแม่น้ำอีกหลายสายที่อยู่บริเวณสองฝั่งแม่น้ำโขง คือแม่น้ำอู แม่น้ำงึม แม่น้ำปิง แม่น้ำมูล แม่น้ำชี และหนองหาน ในครั้งปฐมกัลป์ ตามความเชื่อดั้งเดิมเรื่องพญานาคในนิทานปรัมปราของคนเชื้อสายไทย-ลาว ซึ่งเชื่อว่าพญานาคเป็นผู้ทำให้มีการเกิดขึ้นของแม่น้ำสายสำคัญ ๆในดินแดนสองฝั่งแม่น้ำโขง

ตำนานในความหมายของการเป็นรากฐานอารยธรรม
ความสำคัญตำนานอุรังคธาตุ
สาระสำคัญจากตำนานอุรังคธาตุ
การลำดับเรื่องราวในตำนานอุรังคธาตุ
ช่วงระยะเวลาก่อนพระพุทธเจ้าเข้าสู่ปรินิพพาน
ช่วงระยะเวลาหลังจากพระพุทธเจ้าเข้าสู่ปรินิพพาน 8 ปี
ช่วงร่วมระยะเวลาเดียวกันกับพระเจ้าอโศก
ช่วงระยะเวลาแห่งราชอาณาจักรลาวล้านช้าง
ระยะเวลาในการเรียบเรียงตำนานอุรังคธาตุ
พระธาตุพนมในมิติของการเป็นศูนย์กลางของรัฐโบราณ : แคว้นศรีโคตรบูร
ตำนานอุรังคธาตุคือตำนานของการสร้างความสัมพันธ์ของผู้คนในลุ่มแม่น้ำโขง
ชุมชนโบราณที่แสดงถึงการมีอยู่ของแคว้นศรีโคตรบูร
บทส่งท้าย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook