บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มหาเวสสันดรชาดก
ฉบับวิงวอนหลวง(ล้านนา)

มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 12
สัคคติ
ฉบับวิงวอนหลวง(ล้านนา)
สัคคติ 36 คาถา

... ....ว่าควรกูอินทาหดหล่อ หื้อฝนตกต่อเสนา กับทังพระยาหน่อไธ้ หื้อทั่วด้าวอาสรม เนรมิตฝนตกลงสะสอด หื้อเป็นโบกขรวัสทอดทาลงมาทั่วด้าว กลางชุ่มนุมท้าวขัตติยราชหกพระองค์ ในเมื่อฝนตกลงถูกต้อง ทั่วแห่งห้องอาสรม ฅนฝูงใดบ่มักใคร่ชุ่มน้ำฝน ก็ปลิวแต่บนหนีพราก กลับจากเว้นหนีไกลไปพลันบ่ต้อง บ่ถูกต้องสักฅน ฝนตกลงไปพลันดูหลาก เป็นดั่งน้ำกลับจากใบบัว ลวดได้ชื่อว่าโปกขรพัสว่าอั้น.. ...

นโม ตสฺสตฺถุ ฯ ชาลีกุมาโร มุจฺจลินฺทสรตีเร ขนฺธวรํ นิวาสาเปตฺวา จุทฺทสรถหสฺสานิ อาคตมคฺคาภิมุขา เนว ฐเปตฺวา ตสฺมึ ปเทเสสิ หพฺยคฺฆทีปิ ขคฺคาทีสุ อารกฺขํ สุสํวิทหิฯ

ล่ำดับเทสนามา ส่วนว่าเจ้าชาลีสรีหนุ่มเหน้า อันเป็นนายหมู่เจ้านำพล ก็เข้าไปสู่ไพรสณฑ์ป่ากว้าง จิ่งหื้อตั้งทับที่ข้างมุจจลินทสระ สัพพัตถเครื่องพร้อม นะนุ่มน้อมดูงาม ยามเมื่อรถยังผ้งอว่ายหน้า ลูกเจ้าฟ้าแต่งมาควร รถทังมวลมีมี่หมื่นสี่พันเหล้ม ก็หื้อบ่ายหน้าสะเพราะเซิ่งมัคคา หื้อฅนรักษาอยู่บ่ขาด เพื่อบ่หื้อเนื้อร้ายราชสีห์สิงห์ ทังหมู่กระทิงและแรดช้าง เสือโคร่งอ้างกินฅน บ่หื้อกระทำร้ายแก่ริพลมวลหมู่ หื้อฅนได้อยู่สบาย อันว่าเสียงริพลหลายเกิดก้อง นันทั่วท้องหิมพานต์ ดุจดั่งแผ่นดินดานจักแอ่น เป็นต้นว่าช้างร้องแส่นสะเฅียน ตัวแรงเวียนสอนยาก ม้ามณีกากอานฅำ สองมือกำหิแห่น ช้างแกว่นแก้วสงความ พลหลามไหลตามชุจอด ลางพร่องก็กอดกำแฅม กุบละแอแอมห้อยบ่า ร้องสวะสว่าชุฅน ช้างม้าสนกันไปฅะฅืด เสียงรถดังอะอืดทั่วดงรี ฝุ่นผงธุลีมืดกุ้ม อากาศคุ้มพายบน ช่อทุงสนหลายส่ำ มีพร้อมพร่ำหลายส่ำ มีพร้อมพร่ำหลายสี ก็มีและฯ

เมื่อนั้น พระมหาสัตว์เจ้า ได้ยินเสียงคลื่นเคล้าแห่งริพล เสียงหมู่ฅนโห่ร้อง ดังสนั่นก้องดงไพร เจ้าก็ตกใจเหลือหลาก รอยว่าข้าเสิกมากเหลือหลาย ได้ข้าตายเสียแล้ว ยังตนแก้วสรีสญไชย แล้วพร้อมกันมาทังหมู่ เข้ามาสู่ศาลา เพื่อจักข้าสองราพี่น้อง อันอยู่แห่งห้องดงรี ยามนั้นพระระสีเวสสันตระราช จิ่งชวนอัคคราชนงเลา ขึ้นไปสู่จอมเขาสูงใหญ่ สองเจ้าค่อยไต่บนดอย แล้วชวนนางมัททีเล็งคอยผกผ่อ ยังริพลพระเจ้าพ่อแห่งตน ก็มีแล ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห เทสํ สุตฺวาน นิคฺโคสํ ภีโต ดั่งนี้ ภิกฺขเว ดูราภิกขุทังหลาย อันว่าพระยาเวสสันตระราชา ได้ยินเสียงโยธาตึบแถบ ร้องไห้แหบกังวล มีตัวตนอันสั่น ร้องไห้ปั่นกลัวตาย เพราะตัวเดียวดายไร้หมู่ ไห้สะสู่เจียรจา ว่าดูรามัททีน้องเหน้า อันว่าเสียงฅะเฅ้าโกลา ริพลโยธาหนาหนืด ปูนดีงืดเพิงกลัว ฝุ่นผงมัวมืดฝ้า หันฅนและช้างม้าหลั่งกันมา บ่อาจคณานับได้ ดั่งป่าไม้เถื่อนจักพัง ช่อทุงยังยายยื่นซ้อง เต็มทั่วท้องหิมพานต์ ฯ

ดูรานางนงคราญเจ้าพี่ เราทังสองนี้เหมือนดั่งเนื้อในดง อันพรานป่าจงใจจอด หื้อเมี้ยนมอดมรณา ล้อมกันมาทุกช่อง หื้อตกปล่องรูขุม แล้วก็รุมกันแทงด้วยหอกเถี่ยนกล้า ฟันด้วยพร้าอันฅม หื้อชีวิตจมม้วยมอด บ่หื้อรอดทางตาย ชาวเมืองทังหลายปองกระทำโทษ เขากริ้วโกรธว่าเราบ่ดี ขับสองราหนีมาอยู่ป่า กูพี่นี้นาหาก่ำลังบ่ได้ ตระหมอดไร้หมู่โยธา บัดนี้สองราพี่น้อง จักถูกต้องอนธะราย ขาดใจตายในป่า บ่หล้างว่าจักฅืนไปเมือง ฯ

ส่วนนางบุญเรืองมัทที ได้ยินพระระสีกล่าว นางก็เล็งถี่จั้นหมู่เสนา ริพลโยธาหลายบ่หน้อย ยายเป็นถ้อยดูงาม นางก็รู้ฅวามว่าเสนาตนแต่ก่อน จักมาโลมพระหม่อนเจ้าจอมหัว บ่หื้อตกใจกลัวสะดุ้ง จิตแตกฟุ้งเวทนา จิ่งกล่าวว่าข้าแด่พระจอมเหง้า เจ้าอย่าได้สลั้งในปารมี ตนเจ้าก็จักได้ตรัสประญาสัพพัญญูบ่พราก นำสัตว์จากโอฆะสงสาร เข้าสู่นิพพานเวียงแก้ว ข้าเสิกใดมาพาลปองร้าย ก็จักพ่ายปารมี ดั่งอัคคีไฟอันหน้อยนึ่ง จักมาเผาเซิ่งน้ำมหาสมุทร บ่หลอนจักหลุดแห้งได้ ไฟอันนั้นไส้ก็จักดับไป เจ้าหน่อไท้มีคุณเนรนาถ ดุจดั่งเขาสิเนนุราชปัพพตา อันนึ่งรอยว่าพระปิตาธิราช จักยุรยาตรโยธา เข้าสู่อรัญญาป่าไม้ มาอัญเชิญพระเหง้าไธ้เมือเมือง และคาฯ ยามเมื่อมหาระสีได้ยินนางมัททีกล่าวแก้ เจ้าก็ว่าแท้บ่ผิดผวน จิ่งชวนนางงามล้วนถ้วนถี่ เข้าสู่ที่ปัณณศาลาก็มีแลฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห นิวตฺติยิตฺวาน รถํ วุฏฺฐา เปตฺวา ภิกฺขเว ดูราภิกขุทังหลาย ตนทรงศีลใสเก้าพันโกฎิ์ ผู้รุ่งโรจน์ด้วยสมาธิญาณ พระยาสญไชยผ่านแผ้ว จิ่งจากับด้วยนางแก้วผุสสดี ว่าเราทังสองจักเข้าสู่พระระสีลูกไธ้ ก็จักร้องไห้ขาดใจตาย กูพี่จักผันผายเข้าไปก่อน หื้อเจ้าผ่อนทวยไป ส่วนหลานนงไวยทังคู่ ค่อยเข้าไปสู่พายหลัง กระทำสังปิรักษาแด่ เจ้าก็ลงจากฅอช้างแก้วเร็วพลัน รีบผันผายเข้าสู่ ยังที่อยู่เวสสันตระระสี เพื่ออภิเษกสองสรีลูกเต้า หื้อปราบด้าวสีพี หื้อยสเรืองมีดั่งเก่า เป็นท้าวเล่าพอสองฯ

มหาสตฺโต พระมหาสัตว์เจ้า กับนางเหน้าราชะมัทที ร่ำเพิงดีคึดรอด ว่าพ่อพระเจ้ายอดสญไชย จักคลาไคลมาสู่ ในแก้วกู่ศาลา ลวดหายภัยยาอันกลัวบ่ได้ สองแก่นไธ้อยู่ศาลา หันพระปิตาธิราช ยุรยาตรเทียวมา ก็แล่นไปต้อนปิตาแก่นไธ้ ยกมือไหว้แทบปาทา นางมัททีก็วันทาตีนตนพ่อ ก้มเกล้าต่อปาทา แล้วเจียรจาเสียงหวาน ว่าข้าแด่พระภูบาลเจ้าข้อย ข้าน้อยชื่อมัทที ทรงเกษีหมวดเกล้า ขอไหว้ตีนพ่อเจ้าชอบตามคลอง

ในเมื่อทังสองไหว้กราบ พระบาทเจ้าสญไชย ยินดีใจรักลูก ท้าวก็ลูบหลังปุตตา มีน้ำตานองหลั่งไหลต่อ ลูกรักพ่อสิเนหา ในเมื่อโสการ่ำงับแล้ว ตนพ่อแก้วพระยา จักปราไสรกับลูกท้าว จิ่งต้านกล่าวคาถาว่า

กจฺจิ นุ กุสลํ ปุตต อนามยํ ดูราเจ้าทังสองพี่น้อง ยังอยู่บ่ต้องโสกอันใด บ่มีภัยอาพาธ บ่มีพยาธิ์หวัดไอ สองจอมใจลูกรักพ่อ ยังค่อยเลี้ยงชีวิตต่อสบาย หัวมันหลายเหลือแหล่ ยังค่อยได้นักแก่พอสัน ในอรัญมีหมู่ริ้น ยุงปีกปลิ้นเป็นช่อ บ่มาหล้มล่อขบตน งูสิงสนในป่า บ่มาผกผ่ามัคคา ในดงหนาป่าใหญ่ เสือโคร่งใช่สามานย์ บ่พบพานลูกแล้ว กลับหลีกแล้วหนีไกล อั้นชาฯ

ยามนั้นพระมหาสัตว์เจ้า จักเล่าคำมา จิ่งกล่าวคาถาว่า อตฺถิโน ชีวิกา เทว สา ยาทิสิ จ กีทิสา ดั่งนี้ ข้าแด่พ่อพระยาเป็นเจ้า อันว่าสองลูกเต้าอยู่ดงไพร ไกลเมืองเราแฅวนมาก เผือข้าหากดอมดาย เหตุขงขวายหาลูกไม้ หาได้จิ่งเอามากิน ขุดหัวมันดินและหัวชวาก ขุดได้หากนำมา เลี้ยงตนราพายหน้า ชีวิตเผือข้าจิ่งหันมา มีอาการหลายหลาก กระทำได้ยากหนักหนา เผือข้าเป็นตาปสาระสีทุกข์ยาก เหตุได้พลัดพรากสมบัติ ไร้ถนัดใจโสกต้อง ก็มาสอนใจเผือพี่น้อง หื้อรู้เยื่องถ้องคลองดี คือดั่งสารถีถ้วนหน้า มาสอนหื้อม้าอยู่ในคำ และพ่อเฮยฯ

ข้าแต่พ่อพระยาตนยสมาก แต่เมื่อเผือข้าพรากสีพี ไพร่ขับหนีมาอยู่ เท่ามีคู่พอสองฅน ตนข้าผอมเหลืองหลายหลาก เพราะได้พรากหน้าพระปิตา และนางพระยาตนแม่ ทุกข์นักแก่นานหัน เผือข้าสันลูกไม้ ทุกข์โสกไหม้หัวใจ เหตุบ่หันนางสรีไวยออกเจ้า ทุกฅ่ำเช้าตระหมอดใจและพ่อเฮยฯ

เยปิ เต สิวิ เสฏฺฐสฺส ข้าแด่พ่อพระยาเป็นเจ้า ข้าลูกเต้าพ่อพระยา มีคำปรารถนาใคร่ได้ ยังไม้ไต้แก่โลกา คือประญาอันรู้ยิ่ง รู้ชุสิ่งเญยธัมม์ ข้าก็ได้กระทำเจ้าชาลีและนางกัณหา หื้อเป็นปารมีบ่แผก แลกเอาประญาสัพพัญญู ลูกข้าเป็นสายสืบเชื้อ เป็นที่เอื้อใจเทิง ไป่ได้เถิงมุทธาภิเษก อดิเรกราชา พราหมณ์บาปหนานำกว่า ตีแล้วด่าจำไป ตีหลังไสจำแล่น ดั่งชายน้อยแกว่นตีงัว พราหมณ์หลังโคโลภล้น ใจบาปพ้นประหมาณ มันนำหลานท้าวกว่า พ้นป่าไม้ดงรี ยังบ่รู้ว่าชาลีกัณหาลูกรักข้า ไปรอดแจ่งฟ้าเมืองใดนั้นชา หลอนพ่อพระยาเป็นเจ้า ยังรู้ลูกเต้าไปรอดเมืองใด สองสายใจทังคู่ ผิว่าพ่อยังรู้ข่าวสองสรี จุ่งนำเอาข่าวสารดีมาเล่า หื้อลูกเต้ารู้สับพลัน เผือข้าคองหันบ่หน้อย พระยอดสร้อยสองสรี โสกทุกข์มีใช่ช้า ฅนิงหาลูกก่ำพร้ายินผลาญฯ

เมื่อนั้นท้าวองค์ฅานสญไชย จักไขข่าวสารนิทานหื้อแจ้ง จิ่งแสร้งสวาดคาถาว่า อุโภ กุมารา นิคคิตา ดั่งนี้เป็นต้น ดูราลูกรักแก่พ่อ อันว่าลูกน้อยหน่อสองเขือ พราหมณ์นำเมือรอดแล้ว หลานแก้วปู่เถิงเมือง พ่อบ่หื้อเฅืองใจเจ้า ลวดไถ่เอาลูกเต้าออกเป็นไท ของอันใดบ่หน้อย และอันและร้อยไถ่กุมารตาม ดั่งอาการแห่งเจ้าสั่งไว้ บัดนี้พ่อก็ได้หลานทังสอง ยังมาชอมหลังลูกกู อันจักเข้าล่อศาลานี้และฯ

มหาสตฺโต พระมหาสัตว์เจ้า ได้รู้ข่าวสาร นิทานลูกตนพ้นจากข้า อว่ายหน้าออกเป็นไท เจ้ามีใจชมชื่นแล้ว ตนแก้วจิ่งกล่าวคำจา ว่าข้าแด่พ่อพระยาเป็นเจ้า ยสทั่วท้าวสีพี พ่อแม่ยังค่อยอยู่ดีบ่ไข้ ยังบ่ได้ต้องโสกการใด ยังสุขใจพร้อมพร่ำ บ่ล้ำบากการใด อันนึ่งนางสรีนงไวยตนแม่ บ่เถ้าแก่ปานใด สองตาใสแผผอด ยังค่อยเหลื้อมปลอดทังมวล อั้นชาฯ

ท้าวปรมสญไชยตนพ่อ ตั้งหน้าต่อไขขาน ว่าดูราเจ้าลูกรักแก่พ่อ พ่อก็ยังค่อยอยู่ สุขสวัสสดีทุกฅ่ำเช้า บ่ล้ำบากด้วยโรคา พระมารดาตนแม่เจ้า บ่ถ่อยเถ้าเสียวัย ตายังใสไวยิ่ง งามสมสิ่งเสมอดีและลูกเฮยฯ

พระมหาสัตว์เจ้าฅนิงแล้วเล่าหันควร จักใคร่ถามหายานทังมวลกับพ่อ ท้าวจิ่งถ้อยต่อคาถาว่า ข้าแด่พ่อพระยาเป็นเจ้า รถงามเลามีหลายคู่ ยังตั้งอยู่เป็นดี ช้างสารงารีตัวใหญ่ ม้าตัวใส่อานฅำ ยังจำนำดีรือเล่า เป็นดั่งเก่าอั้นชา ฝูงโยธาถี่ถ้วน ยังค่อยตั้งม่วนอยู่เป็นสันดี ฝนมีหลายแต่ฟ้า ไพร่ฟ้าอยู่กระทำนาและรือฯ

พระยาสญไชยเป็นเจ้า ก็กล่าวต้านสับพลัน ว่าดูราเจ้าจอมธรรม์ลูกรักแก่พ่อ เป็นท้าวหน่อสีพี รถเรายังมีหลายส่ำ บ่หลุฅ่ำสักอัน ช้างพลายสารตัวใหญ่ ม้าตัวใส่อานฅำ ยังค่อยจำนำดีถ้วนถี่ หื้อพ่อขี่เที่ยวไป หมู่ไพร่ไทยสุขมาก เข้าของหากเจือจาน ฝนตกดีบ่ช้า ไพร่ฟ้าอยู่ยินดี มากนักแล ฯ

ในเมื่อท้าวทังสามพ่อลูก ยังผ้งผูกจาไขไป่ทันแล้ว ส่วนนางแก้วราชะผุสสดี จิ่งมีใจคึดจอด เถิงท้าวยอดทังสาม ว่าจักบันเทาฅวามโสกเส้า หื้อน้อยถ่อยเบาบาง บัดนี้ควรกูนางเข้าไปสู่ ยังลูกแก้วกู่แห่งตน นางแขวดรู้สันนี้แล้ว นางแก้วราชะผุสสดี มียสดีบริวารมวลหมู่ ก็เข้าไปสู่ลูกแห่งตน ยอประนมมือใส่เกล้า อิ่นดูสองเจ้าเป็นทุกข์ หนีเสียสุขมาล้ำบาก ไพร่ฟ้าหากขับหนี หื้อลูกพรากสีพีแหล่งหล้า หื้อลูกพลัดไพร่ฟ้าและเสนา หื้อลูกกูมากลางดงพรากแม่ หื้อลูกกูมาแผ่อยู่สันนี้ หื้อลูกกูมาเป็นระสีทุกข์ยาก หื้อได้พรากจากกูนาง คันลูกกูบ่หล้างหนีม่อ ไพรฟ้าก็บ่เพิงใจ นางมีน้ำตาไหลอาบหน้า หันลูกก่ำพร้าตระหมอดตายฯ

ยามนั้นพระระสีทังสองพี่น้อง อันอยู่แห่งห้องศาลา คันหันพระมารดาออกเจ้า อันคติรักลูกเต้าเทียวมา ส่วนพระยาเวสสันตระราช ก็รีบยัวรยาตเทียวมา นางมัททีพิมพาตนองค์แอ่น ก็ลุดแล่นตามผัว เอามือทูนหัวใส่เกล้า ชวนกันก้มเกล้ากราบตีนออกเจ้านางผุสสดี นางมัททีงามแง่ หันเจ้าแม่เหนือหัว อันเป็นแม่ผัวมาสู่ อยู่บ่ได้ลุกไป นางสรีนงไวยงามแง่ ไหว้ตีนแม่ผัวตน ว่าข้าเป็นฅนสะไพ้แม่เจ้า ข้าขอกราบก้มเกล้าปลายตีน คันนางมัททีไหว้แล้ว ส่วนลูกแก้วชาลีและกัณหา อันเทียวมาตามหลังแม่ฅะฅ้อย มีเด็กอ่อนน้อยเป็นปริวาร ก็เข้ามาสู่อารามตนแม่ ด้วยสวัสสดีแต่ไกลตา นางมัททียังอยู่ ในแก้วกู่ศาลา นางไกวตาเล็งแล้ว ยังหนทางอันลูกแก้วจักมา ก็หันสองปุตตาอ่อนอ้อย มีหมู่เด็กน้อยเป็นปริวาร นางบ่อาจจักตั้งตนอยู่ได้ ก็ร้องไห้แล่นเข้าไปหา เหมือนดั่งแม่งัวนมลูกอ่อน อันวิ่งไปต้อนลูกแห่งตน ส่วนกุมารสองฅนงามแง่ หันแม่มาแต่ที่ไกล ก็แล่นเข้าไปหาตนแม่ ร้องไห้แผ่ปูนปรานี นางมัททีมีน้ำตาไหลหลั่ง ไห้สะอื้นคัดคั่งตกใจมาก พรากลูกน้อยหากฅืนสม นางปรารมภ์เถิงแล้วเล่า หันลูกแก้วเก่าจอมขวัญ นางก็รีบพลันไปรับลูกเต้า แล้วก็นำเข้าสู่อาสรม นางอารมณ์รักลูก ร้อนร้ายถูกเถิงใจ ตนนางไหวยะยั่น ดั่งแม่มดอันผีเข้าปั่นหัวใจ มีน้ำนมไหลออกมานอกตนนาง ไหลแผวคางรอดท้อง เยียะร้องไห้ก็เยียะไหลหลั่งแลนาฯ

นางแก้วแม่มัทที นางมีเสียงแหบไห้ ตนแก่นไธ้นักหนา คุ้มตาดำมืดเส้า สยุบท่าวทังชัน ทอดตนพลันลวงแหน้น เหนือพื้นแผ่นธรณี ส่วนเจ้าชาลีและนางกัณหางามแง่ หันนางแก้วแม่สยุบตาย ท่าวนอนหงายถะแบ่น สองเจ้าแล่นมาพลัน ท่าวกองกันเหนือแม่ เจ้าน้องแผ่ตนตาย เมื่อสองโสมสายกลิ้งเหนืออกแม่ น้ำนมแผ่นองไหล เข้าไปในปากลูกแก้ว ชุ่มรอดแล้วหัวใจ ผิว่าน้ำนมบ่ไหลหลาก เข้าสู่ปากสองนงไวย แดนว่าหัวใจหมองแห้งแล้ว สองหน่อแก้วแดนตาย เหตุน้ำลายไข่แห้ง หิวหอดแล้งตายไป ในเมื่อลูกรักสยุบท่าวแล้ว ท้าวเวสสันดร มีใจอาวรณ์โสกไหม้ บ่อาจจักตั้งตนไว้ได้ ท้าวก็แล่นเข้าไปใกล้ท่าวสยุบตายวันนั้นแลฯ

มาตาปิตโร อันว่าพระยาพ่อแม่เลิศแล้ว หันสองลูกแก้วและหลาน หัวใจบานผ่องแผ้ว สยุบแล้วท่าวกองกัน สองจอมธรรม์บ่อาจจักตั้งตนอยู่ได้ ก็ร้องไห้สยุบตาย ฯ

ตโต ในกาละยามนั้น เสนาหลายหกหมื่นฅน หันเจ้าตนสยุบท่าวแล้ว อามาตย์แก้วก็สยุบท่าวไปพลัน ฅนทังหลายอันเข้าไปสู่ ที่แก้วกู่อาสรมบท บ่อาจจักอดตนอยู่ ก็ร้องไห้สยุบท่าวไปทังมวล ควรกรุณามีมาก อาสรมบทหากเย็นวัง ดั่งป่าไม้รังสูงองอาจ อันลมยุคันธราชมาพัดหื้อท่าวไป ก็มีและนาฯ

ตสฺสมึ ขเณ ในขณะยามนั้น โกลาหลหลายหลาก ก็เกิดมีมากนักหนา ทั่วปัพพตาและแม่น้ำ ทังเถื่อนถ้ำและคีรี มหาปัฐพีไหวหวั่นก้อง สนั่นร้องปูนกลัว เขาสิเนโรก็อ่อนน้อม ไหวหวั่นค้อมไปมา น้ำสมุทรคงคาก็ข้ำเขือก ยะย้าวเยือกตีฟอง สองสวรรค์แดนชั้นฟ้า ทุกถ้วนหน้ารอดมหาพรหม ก็เป็นโกลาหลใหญ่หม้า สะเพราะหน้าเซิ่งท้าวพระยา และเสนาหกหมื่น ท่าวบ่ชื่นสักฅนก็มีแล ฯ

สกฺโก ส่วนว่าพระยาอินทร์ทิพย์เทศ ท้าวไธ้เวทนา ว่าควรกูอินทาหดหล่อ หื้อฝนตกต่อเสนา กับทังพระยาหน่อไธ้ หื้อทั่วด้าวอาสรม เนรมิตฝนตกลงสะสอด หื้อเป็นโบกขรวัสทอดทาลงมาทั่วด้าว กลางชุ่มนุมท้าวขัตติยราชหกพระองค์ ในเมื่อฝนตกลงถูกต้อง ทั่วแห่งห้องอาสรม ฅนฝูงใดบ่มักใคร่ชุ่มน้ำฝน ก็ปลิวแต่บนหนีพราก กลับจากเว้นหนีไกลไปพลันบ่ต้อง บ่ถูกต้องสักฅน ฝนตกลงไปพลันดูหลาก เป็นดั่งน้ำกลับจากใบบัว ลวดได้ชื่อว่าโปกขรพัสว่าอั้น ฯ

ฝนนั้นตกลงมาชุ่มท้าวขัตติยา กับหมู่เสนาหกหมื่น เขานั้นชื่นแล้วลวดอัศจรรย์ เหตุบ่เคยหันปางก่อน ใจอ่อนด้วยสมพาร ในพระภูบาลตนวิเศษ ในห้องเขตอาราม วันนั้นแล ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห สมาคตานํ ญาตีนํ มหาโฆโส อชายถ ดั่งนี้เป็นต้น ภิกฺขเว ดูราภิกขุทังหลาย ตนทรงศีลใสสะอาด ในเมื่อพระยาเวสสันตระราชราชา ก็ชุ่มนุมยังญาติกาพี่น้อง ในแห่งห้องอาสรมบท ฝนหลวงตกไหลหลั่ง ถั่งทั่วท้องธรณี ในคิรีไหลชุก้ำ แม่น้ำใหญ่ตีฟอง แผ่นดินร้องไหวหวั่น ผับทั่วแคว้นก้องจักรวาล ฝนตกนันมี่ก้อง ฟ้าร่วนร้องเสียงกม ปางเมื่อพระอุดมสมสู่ ชุ่มนุมหมู่เสนา กับทังญาติกาพี่น้อง ในแห่งห้องหิมพานต์ เมื่อนั้นและนาฯ

ในกาละนั้น ท้าวขัตติยราชหกตน คือพระยาสญไชยตนพ่อ มาต้านต่อผุสสดี เวสสันตรระสีอะคร้าว นางหน่อท้าวแม่มัทที ทังชาลีสรีงามแง่ นางแก้วแก่กัณหา มาชุ่มนุ่มในศาลาแก้วกู่ อันมีอยู่ยามใด พระยาสญไชยะราช พระบาทท้าวบุญเรือง และนางเมืองตนแม่ อามาตย์แก่เสนา กับทังโยธาพร้อมคู่ อันเข้ามาสู่อาสรม ก็ประนมมือใส่เกล้า ไหว้กื่นเค้าชุฅน ๆ ก็อาราธนาตนพระเจ้า ขอเชิญลูกเต้าเมือเมือง เสียงนันเนืองไหว้กราบ ก้มหน้าราบอาราธนา

ว่าข้าแด่พระปุตตาตนวิเศษ เจ้าจุ่งละเพศระสี เจ้าอย่าอดเป็นชีล้ำบาก อย่าอดอยากกินลูกไม้ในดง อย่าทรงหนังเสือลายเหม็นสาบ เจ้าอย่าหึกหยาบภาวนา จุ่งไปเป็นพระยาเสวยราช เป็นเจ้าช้างเผือกอาจลือซา จุ่งเป็นพระยาตนใหญ่ หื้อไพร่ฟ้าชมบาน เป็นเจ้าช้างสารงามเลิศแล้ว เป็นเจ้าม้าแก้วใส่อานฅำ ทังเกวียนกำม้าลาก อัศดรหากเทียมไป เป็นเจ้าแก่ไพร่ไทยไพร่ฟ้า ขออาราธนานางมัททีเมือแด่ ควรแก่เจ้ามัทที จุ่งละขอคันรีวางไว้ กับทังกระเช้าลูกไม้ใส่ผลา ละไว้ทังเสียมคันเลาจอดบ้อง ขออาราธนาเจ้าพี่น้องดาเมือแด่เทอะ ว่าอั้นก็มีวันนั้นและเดฯ

สคฺคติตฺติยปพฺพํ นิฏฺฐิตํ กรียาอันสังวัณณนาห้องเหตุสัคคติ อันประดับประดาด้วยคาถาว่าได้ 36 คาถา ก็บังฅมสมเร็จ เสด็จฯ

 

มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 1 ทสพร
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 2 หิมพานต์
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 3 ทาน
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 4 วนปเวศน์
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 5 ชูชก
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 6 จุลพน
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 7 มหาพน
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 8 กุมาร
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 9 มัทที
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 10 สักกปัพพ์
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 11 มหาราช
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 12 สัคคติ
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 13 นครกัณฑ์

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook