บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การเมืองการปกครอง

ความหมายการเมืองการปกครอง
รัฐ (State)
ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคม
รัฐธรรมนูญ (Constitution)
กฎหมาย (Law)
อำนาจอธิปไตย
รัฐสภา พรรคการเมืองและการเลือกตั้ง
ประชาชนกับบทบาททางการเมือง
ลัทธิการเมืองและเศรษฐกิจ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การเมืองการปกครองไทย
ระบบเศรษฐกิจและระบบการปกครอง
ธรรมาภิบาล
บรรณานุกรม

รัฐธรรมนูญ (Constitution)

ฉบับที่ 3 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489

ใช้บังคับเมื่อ 10 พฤษภาคม พ.ศ 2489 มีบทบัญญัติรวมทั้งสิ้น 96 มาตราประกอบด้วย บททั่วไป หมวด 1 พระมหากษัตริย์ หมวด 2 สิทธิและหน้าที่ชนชาวไทย หมวด 3 อำนาจนิติบัญญัติ หมวด 4 อำนาจบริหาร หมวด 5 อำนาจตุลาการ หมวด 6 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หมวด 7 บทสุดท้าย และบทเฉพาะกาล มีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

1.อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทางรัฐสภา อำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล

2.บุคคลมีฐานะเสมอกันทางกฎหมาย มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา มีเสรีภาพใน ร่างกาย ทรัพย์สิน การพูด การพิมพ์ การโฆษณา การชุมนุมสาธารณะ การตั้งสมาคม การตั้งคณะพรรคการเมือง การอาชีพ รวมทั้งมีหน้าที่ป้องกันประเทศ ช่วยเหลือราชการ โดยวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ

3.อำนาจนิติบัญญัติ มีรัฐสภา ประกอบด้วย พฤฒสภาและสภาผู้แทน สมาชิกของสภาทั้งมาจากการเลือกตั้ง และไม่ใช่ข้าราชการประจำ พฤฒสภา ประกอบด้วยสมาชิก 80 คน การเลือกตั้งสมาชิก พฤฒสภาให้ใช้วิธีลงคะแนนออกเสียงโดยทางอ้อมและลับ ซึ่งปรากฏในบทเฉพาะกาล มาตรา 90 มีองค์การเลือกตั้งสมาชิกพฤฒสภา ประกอบด้วย ผู้เป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรอยู่ในวันสุดท้ายก่อนใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3

ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี การศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี หรือเคยดำรงตำแหน่งทางราชการไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากองหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วสมาชิกภาพของพฤฒสภา มีกำหนดคราวละ 6 ปี เมื่อครบ 3 ปี ให้จับสลากออกเปลี่ยนสมาชิกครึ่งหนึ่ง ผู้ที่พ้นวาระมีสิทธิรับเลือกตั้งอีก

สภาผู้แทน การเลือกตั้งสมาชิก ใช้วิธีลงคะแนนออกเสียงโดยตรงและลับจำนวนสมาชิกของสภาผู้แทนขึ้นอยู่กับจำนวนราษฎร กล่าวคือ ถือเกณฑ์จำนวนราษฎรหนึ่งแสนคนต่อสมาชิกสภาผู้แทน 1 คน ถ้าจังหวัดใดมีราษฎรเกินเศษของหนึ่งแสนถึงครึ่งหรือกว่านั้นให้นับเป็นหนึ่งแสน อายุของสภาผู้แทนมีกำหนดคราวละ 4 ปีถ้ามีการยุบสภา ต้องให้เลือกตั้งสมาชิกใหม่ภายใน 90 วันสมาชิกสภาผู้แทนมีสิทธิลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีรายตัวหรือทั้งคณะได้

พฤฒสภาและสภาผู้แทน ให้มีประธานแต่ละสภา องค์ประชุมของแต่ละสภาต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสาม เมื่อประชุมร่วมกันทั้งสองสภา ให้ประธานพฤฒสภาเป็นประธานและประธานสภาผู้แทนเป็นรองประธาน การลงมติให้ถือเสียงข้างมากพฤฒสภาจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านมาจากสภาผู้แทน ถ้าเห็นชอบด้วยก็ให้นายกรัฐมนตรีนำทูลเกล้าฯ ถวายให้ลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ถ้าพฤฒสภา ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ถ้าพฤฒสภาให้แก้ไขเพิ่มเติม ก็ส่งพระราชบัญญัติกลับคืนมาให้สภาผู้แทนพิจารณาใหม่ ถ้าสภาผู้แทนยืนยันในร่างพระราชบัญญัตินั้นด้วยคะแนนเสียงมากกว่าครึ่ง ก็ถือว่าร่าง พระราชบัญญัตินั้นได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว

4.อำนาจบริหาร ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี 1 คน รัฐมนตรี 10 -18 คน ต้องไม่เป็น ข้าราชการประจำ และรัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อรัฐสภาในทางรัฐธรรมนูญในการดำเนินนโยบายบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีต้องได้รับความไว้วางใจจากรับสภา

5.อำนาจตุลาการ ผู้พิพากษามีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถดีตามกฎหมาย การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน การย้ายและการถอดถอนผู้พิพากษาต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการ

6.การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทำได้ด้วยการให้รัฐสภาพิจารณาร่วมกันเป็นสามวาระ การออกเสียงในวาระสามต้องมีคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสาม

7.บทสุดท้าย ให้มีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญประกอบด้วยบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิรัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้ง ให้มีประธานตุลาการหนึ่งคน และตุลาการอีกสิบสี่คน

รัฐธรรมนูญฉบับที่มีแนวทางในการดำเนินการปกครองเป็นประชาธิปไตยมากกว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 กล่าวคือ สมาชิกรัฐสภามาจากการเลือกตั้ง ให้ประชาชนมีเสรีภาพรวมกันตั้งพรรคการเมืองเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ เป็นการให้โอกาสรวมกลุ่มเพื่อรักษาประโยชน์ของตนและถ่วงดุลอำนาจของกลุ่มอื่น อีกประการหนึ่งให้แยกข้าราชการการเมืองออกจากข้าราชการประจำการแยกข้าราชการการเมืองออกจากข้าราชการประจำ ทำความไม่พอใจแก่กลุ่มข้าราชการที่มีบทบาททางการเมืองนับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ประกอบกับในระยะนั้นเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พลเอกผิน ชุณหะวัน นำคณะทหารก่อการรัฐประหารในวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ 2490 ได้ยกเลิก รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 หลังจากที่ประกาศใช้ได้เพียง 18 เดือน

ความหมายของรัฐธรรมนูญ
กฎหมายรัฐธรรมนูญ
ประเภทของรัฐธรรมนูญ (Classification of Constitution)
วิธีการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ
ความสำคัญของรัฐธรรมนูญ
ที่มาของรัฐธรรมนูญ
ประโยชน์และความจำเป็นของการมีรัฐธรรมนูญ
ลักษณะของรัฐธรรมนูญที่ดี
ความเป็นมาของรัฐธรรมนูญไทย
รัฐธรรมนูญไทย(ฉบับแรก-ฉบับปัจจุบัน)
ประวัติรัฐธรรมนูญไทย
ฉบับที่ 2 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475
ฉบับที่ 3 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489
ฉบับที่ 4 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490
ฉบับที่ 5 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492
ฉบับที่ 6 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495
ฉบับที่ 7 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502
ฉบับที่ 8 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511
ฉบับที่ 9 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515
ฉบับที่ 10 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517
ฉบับที่ 11 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519
ฉบับที่ 12 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520
ฉบับที่ 13 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521
ฉบับที่ 14 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534
ฉบับที่ 15 รัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534
ฉบับที่ 16 รัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
สรุปและวิเคราะห์

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook