บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การเมืองการปกครอง

ความหมายการเมืองการปกครอง
รัฐ (State)
ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคม
รัฐธรรมนูญ (Constitution)
กฎหมาย (Law)
อำนาจอธิปไตย
รัฐสภา พรรคการเมืองและการเลือกตั้ง
ประชาชนกับบทบาททางการเมือง
ลัทธิการเมืองและเศรษฐกิจ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การเมืองการปกครองไทย
ระบบเศรษฐกิจและระบบการปกครอง
ธรรมาภิบาล
บรรณานุกรม

รัฐธรรมนูญ (Constitution)

ฉบับที่ 10 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517

ประกาศเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พุทธศักราช 2517 มีบทบัญญัติรวม 238 มาตรา นายสัญญา ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการเป็น 3 ขั้นตอน เพื่อร่างและประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517

ขั้นแรก ตั้งสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ประกอบด้วยบุคคลผู้เป็นตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์อาชีพ วิชาความรู้ และแนวความคิดทางการเมือง จำนวน 2347 คน

ขั้นสอง สมัชชาแห่งชาติเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติ 299 คน ทำหน้าที่ร่างและประกาศใช้รัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติเลือก ม.ร.ว. ศึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นประธานสภา

ขั้นสาม นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง ประกอบด้วยนักกฎหมายเป็นส่วนใหญ่ ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รัฐธรรมนูญจึงได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2517

สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517 มีดังนี้

1.การสืบราชสมบัติให้เป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันติวงศ์พุทธศักราช 2417 ประกอบด้วย ความเห็นชอบของรัฐสภา หากไม่มีพระราชโอรส รัฐสภาอาจให้ความเห็นชอบในการให้พระราชธิดาสืบราชสันตติวงศ์ก็ได้

2.คณะองคมนตรี ประกอบด้วย ประธานองคมนตรี 1 คน และองคมนตรีอื่น ๆอีกไม่เกิน 14 คน

3.บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และไดรับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน และระบุให้ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน ให้สิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชนชาวไทยอย่างกว้างขวาง

4.รัฐสภาประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาเป็นรองประธานรัฐสภา 5.สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องไม่เป็นข้าราชการประจำพนักงาน รัฐวิสาหกิจ หรือรับสัมปทานจากรัฐ ทั้งต้องแสดงสินทรัพย์ของตนต่อประธานรัฐสภาตามกำหนด

6.วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก 100 คน อายุไม่ต่ำกว่า 35 บริบูรณ์

7.สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 240 คน แต่ไม่เกิน 300 คน

8.การเลือกตั้งใช้วิธีแบ่งเขต

9.ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 1 มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง มีสัญชาติไทย ถ้ามีการแปลงสัญชาติ ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งกำหนดไว้

10.ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ต้องมีสัญชาติไทย ผู้ใดแปลงสัญชาติ ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง และต้องสังกัดพรรคการเมืองแต่พรรคเดียว

11.มีผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภาซึ่งไม่เป็นสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการประจำ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือดำเนินธุรกิจการค้า จะต้องเสนอรายงานการตรวจสอบการรับจ่ายเงินและทรัพย์สิน พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตต่อรัฐสภา และให้รัฐสภาตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาสอบสวนรายงานของผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภา

12.ให้มีข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

13.นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรีคนอื่น ๆ อีกไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนรัฐมนตรีทั้งหมด จะต้องเป็นสมาชิกรัฐสภา

14.รัฐมนตรีต้องไม่เป็นข้าราชการประจำ หรือกระทำการใด ๆ ที่ห้ามสำหรับสมาชิก วุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งต้องแสดงทรัพย์สินต่อประธานรัฐสภาตามกำหนดที่กฎหมายบัญญัติ

15.คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ต้องแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอความไว้วางใจ มติให้ความไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

16.ให้มีคณะกรรมการตุลาการ ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการตุลาการ ประกอบด้วยข้าราชการฝ่ายตุลาการ โดยตำแหน่ง 3 คน ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 8 คนเลือกมากจากข้าราชการตุลาการ 4 คน กับผู้พิพากษาที่รับบำเหน็จบำนาญ ไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา หรือทนายความ อีก 4 คน ตุลาการรัฐธรรมนูญนี้จะได้รับเงินประจำตำแหน่งด้วย

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ได้รับการยกย่องว่าเป็นฉบับที่มีความสมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากเอาหลักการของรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2492 มาบัญญัติไว้ครบถ้วน รวมทั้งเพิ่มวิธีการใหม่ ๆ เพื่อให้การปกครองของประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยทั้งรูปแบบและเนื้อหาสาระอีกด้วย อย่างไรก็ตาม นักการเมืองและประชาชนโต้แย้งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอยู่หลายประการกล่าวคือ

1.คณะรัฐมนตรีที่ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งและถวายสัตย์ปฏิญาณต่อ พระมหากษัตริย์แล้ว ก็ควรเป็นคณะรัฐมนตรีที่มีอำนาจสมบูรณ์ในการบริหารราชการแผ่นดินการแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฏรควรเป็นไปเพื่อทราบ ไม่ต้องขอความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างใด ทั้งตัวนายกรัฐมนตรีก็เป็นก็เป็นผู้แทนราษฎร ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมาแล้ว

2.การที่รัฐธรรมนูญระบุให้ผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคการเมือง แต่ไม่ได้กำหนดขนาดของพรรคการเมืองที่ส่งสมาชิกเข้ารับการเลือกตั้ง เป็นผลให้มีพรรคการเมืองมากเกินไป และไม่มีพรรคการเมืองใดได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเกินครึ่ง จึงเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค สมาชิกพรรคการเมืองก็ร่วมเป็นคณะรัฐบาลต่างต้องการตำแหน่งรัฐมนตรี อันเป็นปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาล

3.พรรคการเมืองไม่สามารถรักษาวินัยของพรรคได้ เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องถูกออกจากพรรคการเมืองหนึ่ง ก็ไปขอเข้าเป็นสมาชิกอีกพรรคการเมืองหนึ่ง หรือตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ได้ แท้จริงแล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ใดถูกมติของพรรคให้ออก ก็ควรหมดสภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 มีการแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2518 เรื่องวุฒิสภาจะประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 100 คน มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี ข้อความเดิมให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบร

ราชโองการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา ฉบับที่แก้ไขเปลี่ยนจากประธานองคมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรี

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เมื่อ พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ยึดอำนาจได้เป็นผลสำเร็จ

ความหมายของรัฐธรรมนูญ
กฎหมายรัฐธรรมนูญ
ประเภทของรัฐธรรมนูญ (Classification of Constitution)
วิธีการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ
ความสำคัญของรัฐธรรมนูญ
ที่มาของรัฐธรรมนูญ
ประโยชน์และความจำเป็นของการมีรัฐธรรมนูญ
ลักษณะของรัฐธรรมนูญที่ดี
ความเป็นมาของรัฐธรรมนูญไทย
รัฐธรรมนูญไทย(ฉบับแรก-ฉบับปัจจุบัน)
ประวัติรัฐธรรมนูญไทย
ฉบับที่ 2 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475
ฉบับที่ 3 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489
ฉบับที่ 4 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490
ฉบับที่ 5 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492
ฉบับที่ 6 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495
ฉบับที่ 7 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502
ฉบับที่ 8 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511
ฉบับที่ 9 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515
ฉบับที่ 10 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517
ฉบับที่ 11 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519
ฉบับที่ 12 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520
ฉบับที่ 13 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521
ฉบับที่ 14 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534
ฉบับที่ 15 รัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534
ฉบับที่ 16 รัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
สรุปและวิเคราะห์

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook