บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การเมืองการปกครอง

ความหมายการเมืองการปกครอง
รัฐ (State)
ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคม
รัฐธรรมนูญ (Constitution)
กฎหมาย (Law)
อำนาจอธิปไตย
รัฐสภา พรรคการเมืองและการเลือกตั้ง
ประชาชนกับบทบาททางการเมือง
ลัทธิการเมืองและเศรษฐกิจ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การเมืองการปกครองไทย
ระบบเศรษฐกิจและระบบการปกครอง
ธรรมาภิบาล
บรรณานุกรม

การเมืองการปกครองไทย

ทรงปรับปรุงการปกครอง

อวยชัย ชะบา กล่าวว่า พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในด้านการเมืองการปกครองมีนานัปการแก่ประเทศชาติ แต่มิอาจจะนำมากล่าวได้ทั้งหมดในที่นี้จึงขอยกเฉพาะกรณียกิจของสถาบันทางการเมืองการปกครองที่พระองค์ทรงตั้งขึ้นหรือปรับปรุงโดยมีพระราชประสงค์ให้สถาบันเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการปกครองประเทศ ดังนี้

1. การตั้งอภิรัฐมนตรีสภา ตั้งขึ้นตอนต้นรัชกาล อภิรัฐมนตรีสภานี้เปรียบดังที่ปรึกษาราชการชั้นสูงแก่พระองค์ อภิรัฐมนตรีชุดแรกที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยนั้นประกอบไปด้วยพระบรมวงศ์ 5 พระองค์ คือ

1. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
2. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
3. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์
4. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชนุภาพ
5. พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระจันทรบุรีนฤนาถ

2. รัฐมนตรีสภา เป็นสภาของรัฐมนตรีเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2435 มีหน้าที่ให้คำปรึกษาราชการแผ่นดิน ซึ่งหน้าที่มีความคลุมเครือไม่ชัดเจน ทำให้สภานี้มีลักษณะการดำเนินการบางประการที่มีผลประโยชน์ต่อบ้านเมืองไม่เต็มที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงคิดปรับปรุงสถาบันนี้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงทรงโปรดให้ทำหน้าที่พิจารณาปรึกษากฎหมายต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพตามที่ได้รับพระบรมราชโองการ รัฐมนตรีแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ เสนาบดีหรือผู้แทน และผู้ที่พระองค์ทรงแต่งตั้งในระยะต่อมาบทบาทของรัฐมนตรีสภาลดลง จึงได้มีพระราชบัญญัติยกเลิกในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2475

3. เสนาบดีเป็นสภาสืบทอดมาจากรัชกาลที่ 5 การประชุมมักไม่ได้เรื่องได้ราวมากนักก่อนการปรับปรุงของรัชกาลที่ 7 เพราะเสนาบดีไม่ประสานงานกันและไม่ใคร่แสดงความคิดเห็นในข้อราชการ พระมหากษัตริย์ต้องทรงทำหน้าที่เป็นผู้ประสานระหว่างกระทรวงอยู่ตลอดเวลา ทรงปรับปรุงให้มีระเบียบวาระและวัตถุประสงค์ของการประชุม ทรงเปลี่ยนหน้าที่ของเสนาบดีโดยให้เป็นฝ่ายรับนโยบายไปปฏิบัติอย่างเดียว ข้าราชการที่เสนาบดีเสนอจะนำเข้าที่ประชุมอภิรัฐมนตรีสภาก่อนแล้วจึงนำมาพิจารณาในที่ประชุมเสนาบดีสภา จากนั้นเมื่อทูลเกล้าฯ ถวายมีพระบรมราชวินิจฉัยเป็นที่สุดแล้วเสนาบดีเจ้าของเรื่องจึงรับไปดำเนินการได้

4. องคมนตรี เป็นสถาบันที่สืบทอดมาจากรัชกาลที่ 5 แต่มิได้มีบทบาทมากนักในการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะเป็นการแต่งตั้งผู้จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ถึง 233 คน ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์จึงทรงปรับปรุงเสียใหม่ โดยทรงประกาศใช้พระราชบัญญัติองคมนตรี พุทธศักราช 2470 พระราชบัญญัติฉบับนี้นอกจากจะว่าด้วยการแต่งตั้งและการออกจากองคมนตรีแล้วได้กำหนดให้มีสภากรรมการรององคมนตรีขึ้นเป็นครั้งแรกประกอบด้วยกรรมการ 40 คน อยู่ในวาระได้คนละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดจะทรงแต่งตั้งซ้ำอีกได้ ผู้ที่กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่งกรรมการจะยังคงเป็นองคมนตรีอยู่ตามเดิม

5. สุขาภิบาลและเทศบาล การพัฒนาทางการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยโดยการกระจายอำนาจจากเบื้องบนสู่เบื้องล่างของรัชกาลที่ 7 เป็นการสานต่อกิจการสุขาภิบาลซึ่งเริ่มมาแต่ครั้งรัชกาลที่ 5 พระองค์มีพระราชประสงค์จะปรับปรุงกิจการสุขาภิบาลให้เป็นรูปแบบของการบริหารส่วนท้องถิ่นแบบเทศบาล (Municiplity) หรือที่เรียกกันขณะนั้นว่า ประชาภิบาล ทรงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ หลังจากศึกษาแล้วคณะกรรมการชุดนี้ได้เสนอว่าโครงการประชาภิบาลหรือเทศบาลยังไม่สมควรปล่อยให้ราษฎรดำเนินงานเทศบาลตามลำพัง เพราะยังไม่มีความรู้ทางด้านนี้เพียงพออย่างไรก็ตามควรมีการทดลองเลือกตั้งกรรมการที่ไปเป็นข้าราชการประจำเข้าร่วมดำเนินการด้วย นอกจากนี้คณะกรรมการยังได้เสนอว่ากรรมการวางแนวทางในการจัดเทศบาลควรเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นคงและสมควรแยกหน้าที่ของสุขาภิบาลที่ ต้องทำทั้งด้านรักษาความสะอาดและการให้ราษฎรรู้จักปกครองตนเองในรูปแบบการปกครองท้องถิ่น โดยให้หน้าที่รักษาความสะอาดเป็นหน้าที่กรมสาธารณสุข ส่วนหน้าที่ให้ความรู้ในการปกครองตนเองเป็นของกรมมหาดไทย การดำเนินงานเพื่อจัดตั้งรูปแบบของเทศบาลและสุขาภิบาลของพระองค์ประสบปัญหาหลายประการด้วยกัน นับตั้งแต่เริ่มต้นปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งถึงวันปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475 พระราชบัญญัติเทศบาลจึงมิได้ปรากฏออกมาแต่อย่างใด

 

การปกครองไทยสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์
สมัยกรุงสุโขทัย
ลักษณะการปกครอง
พ่อขุนรามคำแหงปรับปรุงการปกครอง
สมัยกรุงศรีอยุธยา
ลักษณะการปกครอง
การจัดการปกครองสมัยพระบรมไตรโลกนาถ
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
การปกครองสมัยรัชกาลที่ 5
การปฏิรูปการปกครองส่วนกลาง
การปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น
การปกครองสมัยรัชกาลที่ 6
การปรับปรุงโครงสร้างการปกครอง
การปกครองรัชกาลที่ 7
ทรงปรับปรุงการปกครอง
การปกครองในสมัยประชาธิปไตย
กระแสความคิดการปกครองแบบประชาธิปไตย
มูลเหตุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
หลัก 6 ประการของคณะราษฎร
เค้าโครงเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์ธรรมนูญ
พื้นฐานประชาธิปไตยของคณะราษฎร
รัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยของไทย
รัฐสภาไทย
บทบาทและอำนาจหน้าที่รัฐสภา
การใช้อำนาจของรัฐสภา
การเสนอร่างพระราชบัญญัติ
การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร
การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภา
การเสนอญัตติ
การตั้งกระทู้ถามและตอบกระทู้ถาม
การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการ
หลักประกันของสมาชิกรัฐสภา
ประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2521
สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย
หน้าที่ของชนชาวไทย
แนวนโยบายแห่งรัฐ
รัฐสภา
วุฒิสภา
สภาผู้แทนราษฎร
สมัยประชุมสามัญของรัฐสภา
ที่มาของคณะรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรีกับอำนาจทางการเมือง
คณะรัฐมนตรีกับฝ่ายบริหาร
การสิ้นสุดของคณะรัฐมนตรี
การปกครองส่วนท้องถิ่น
ตุลาการรัฐธรรมนูญ
รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook