Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม

หลักธรรมในการดำรงชีวิต

หลักธรรมในการดำรงชีวิต ที่สำคัญได้แก่

โลกธรรม 8

คือ ธรรมดาของโลก เรื่องของโลก และสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคนทั่วไปที่ดำรงชีวิตอยู่ในสังคม มีทั้งหมด 4 คู่ ดังนี้

(1) ได้ลาภกับเสื่อมลาภ ลาภในที่นี้ หมายถึง ทรัพย์สินเงินทอง เช่น ผู้ที่เกิดมาเป็นคนจนต่อมาภายหลังกลายเป็นคนร่ำรวยก็มี คนที่ร่ำรวยแล้วกลายเป็นคนจนก็มี เป็นต้น

(2) ได้ยศกับเสื่อมยศ ยศในที่นี้หมายถึง ชื่อเสียง เกียรติยศ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ตลอดจนความเคารพนับถือที่ได้จากผู้อื่น เช่น คนที่เคยมีตำแหน่งสูง วันหนึ่งก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง เป็นต้น

(3) ติเตียนกับสรรเสริญ คนเราต่างจิตต่างใจกัน เมื่อเราทำอะไรลงไปอย่างหนึ่งคนชอบก็มีคนไม่ชอบก็มี ที่ชอบก็สรรเสริญ ที่ไม่ชอบก็ติเตียน เช่น บางครั้งสิ่งที่เราทำไปขัดผลประโยชน์เขาโดยเราไม่รู้ตัว ก็จะถูกเขาตำหนิ บางครั้งไปอำนวยผลประโยชน์ให้เขาโดยเราไม่รู้ตัวก็จะได้รับคำสรรเสริญ เป็นต้น

(4) สุขกับทุกข์ ความจริงข้อนี้ก็ปรากฏอยู่ทั่วไป เมื่อสมหวังคนก็มีความสุข เมื่อผิดหวังคนก็มีความทุกข์ ไม่เคยมีใครสมหวังทุกเรื่อง และไม่เคยมีใครผิดหวังทุกเรื่อง ทุกคนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ เศรษฐีหรือยาจกต่างก็รู้ความจริงข้อนี้ดี

บุญกิริยาวัตถุ 3

บุญ แปลว่า ความดี กิริยา แปลว่า การกระทำ วัตถุ แปลว่าที่ตั้งหรือหลัก รวมแล้วแปลว่า ที่ตั้งแห่งการทำความดี หรือหลักการทำความดี 3 ประการ ดังนี้

(1) ทำบุญด้วยการให้ (ทานมัย) ทาน หมายถึง การให้ คือ เป็นการให้ที่ไม่หวังผลตอบแทน ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ของที่ให้นั้นต้องสุจริต และผู้รับต้องเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติชอบ

(2) ทำบุญด้วยการรักษาศีล (สีลมัย) การรักษาศีลอย่างน้อย 5 ข้อ คือ การประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีงาม เป็นการสำรวจการกระทำของตนมิให้ล่วงละเมิดผู้อื่น ไม่เบียดเบียนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เพื่อให้เกิดสันติสุขในสังคม

(3) ทำบุญด้วยการภาวนา (ภาวนามัย) การภาวนา หมายถึง การฝึกฝนจิตให้สงบเยือกเย็น เพื่อจะได้เป็นฐานที่ตั้งให้เกิดปัญญารู้แจ้งในสัจธรรม เข้าถึงความหลุดพ้นจากกิเลสตัณหาและความทุกข์ทั้งปวง

การภาวนา มี 2 ประเภท คือ สมถภาวนา เป็นการฝึกอบรมจิตให้เกิดความสงบ และวิปัสสนาภาวนา เป็นการฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความรู้แจ้ง

ความไม่ประมาท

คือ ความเป็นผู้มีสติ รู้สึกตัวอยู่เสมอว่ากำลังทำอะไร กำลังพูดอะไร และกำลังคิดอะไร ไม่ปล่อยให้ล่องลอยไปตามเรื่องตามราว รู้จักระวังในสิ่งที่ควรระวัง มีความรอบคอบเตรียมตัวเตรียมใจไว้เผชิญเหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาคต

ความไม่ประมาทแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

(1) ความไม่ประมาททางโลก คือ ความไม่ประมาทในการศึกษาเล่าเรียน การประกอบอาชีพ การดำรงชีวิตประจำวัน เป็นต้น

(2) ความไม่ประมาททางธรรม คือ การระมัดระวังให้พ้นจากความชั่วและการพยายามปฏิบัติแต่ความดี

ความประมาทจึงเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งของความเจริญก้าวหน้าในชีวิต คนที่ประมาททางโลกจะทำกิจการอะไรก็ไม่สำเร็จ ส่วนคนที่ประมาททางธรรมจะปล่อยตัวปล่อยใจให้ไปคลุกเคล้ากับความชั่วนั้นได้ง่าย ดังนั้น ควรมีสติในการเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น

ความเคารพ

ความเคารพที่แท้จริงนั้น จะต้องเกิดในจิตใจ พ.อ. ปิ่น มุทุกันต์ อธิบายไว้ว่า “ความเคารพ คือ การตระหนักในความดีอันมีอยู่ในตัวคนอื่นและในสิ่งอื่น” พระธรรมปิฎก (ประยุทธ ปยุตโต) อธิบายไว้ว่า “ความเคารพ คือ การมองเห็นคุณค่าและความสำคัญ แล้วปฏิบัติต่อบุคคลหรือสิ่งนั้นด้วยความจริงใจ” การเคารพนั้นจะทำได้ทั้งทางกาย วาจา และใจต่อบุคคล วัตถุ และหลักธรรม ซึ่งการเคารพจะทำให้เห็นความสำคัญของผู้อื่นหรือสิ่งอื่น และถือว่าเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมหรือมารยาทที่ดีงามของไทยมาแต่โบราณด้วย

การอ่อนน้อมถ่อมตน

ตรงกับภาษาบาลี “นิวาโต” แปลว่า ไม่มีลม คือไม่เบ่งจนพอง แต่ควบคุมตนเองให้อยู่ในสภาพปกติตามที่เป็นจริง หากมีอะไรดีก็รักษาไว้โดยไม่อวดพยายามสำรวจความบกพร่องของตนเอง ดังนั้น ความอ่อนน้อมถ่อมตน คือ การมองความบกพร่องของตัวเอง คิดไว้ก่อนว่าตัวเองมีความสำคัญไม่มาก และแม้จะเห็นด้วยใจจริงว่าตนมีความสำคัญและความดีก็ไม่อวดและหลงระเริง การอ่อนน้อมถ่อมตนสามารถทำได้ทางกาย วาจา และใจ เพื่อให้คนเกรงใจและเป็นที่เกรงขามของคนทั่วไป

หลักธรรมในการปกครอง
หลักธรรมในการดำรงชีวิต
หลักธรรมในการทำความดี


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com