บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!


สดุดีแด่...ความรักที่ยิ่งใหญ่
หน้า  | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |
 
 บทกวีรักของ      14
เมื่อ      7  ม.ค. 49  11:06:14น.
1. ศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตเรา คือ ตัวเราเอง
The most formidable enemy in one’s life is oneself.


2. ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา คือ ความอวดดี
The biggest failure in one’s life is self-important.


3. การกระทำที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตเรา คือ การหลอกลวง
The unwiset act in one’s life is deceit.


4. สิ่งที่แสนสาหัสที่สุดในชีวิตเรา คือ ความอิจฉาริษยา
The most miserable act in one’s life is jealousy.


5. ความผิดพลาดมหันต์ที่สุดในชีวิตเรา คือ การยอมแพ้ตนเอง
The gravest mistake in one’s life is self-abundonment.


6. สิ่งที่เป็นอกุศลที่สุดในชีวิตของเรา คือ การหลอกตัวเอง
The most sinful act in one’s life is self-deception.


7. สิ่งที่น่าสังเวชที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การถดถอยของตัวเอง
The most pitiful temperament in one&rsquo’s life is self-abasement.


8. สิ่งที่น่าสรรเสริญที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอุตสาหะวิริยะ
The most admirable spirit in one&rsquo’s life is perserverance.


9. ความล้มละลายที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความสิ้นหวัง
The most complete bankruptcy in one&rsquo’s life is despair.


10. ทรัพย์สมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิตเรา คือ สุขภาพที่สมบูรณ์
The greatest wealth in one&rsquo’s life is health.


11. หนี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา คือ หนี้บุญคุณ
The heaviest debt in one&rsquo’s life is a debt gratitide for
other’s help.


12. ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา คือ การให้อภัยและความเมตตา
The groundest gift in one&rsquo’s life is forgiveness and kindness,


13. ข้อบกพร่องที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตเรา คือ การมองโลกในแง่ร้ายและไร้เหตุผล
The biggest shortcoming in one&rsquo’s life is permissism on unreason.


14. สิ่งที่ทำให้อิ่มอกอิ่มใจมากที่สุด คือ การให้ทาน
The greatest gratification in one&rsquo’s life is alms giving.



 บทกวีรักของ      miss jang
อีเมลล์   l_______lll_______l@hotmail.com
เมื่อ      30  ธ.ค. 48  18:29:07น.
.......กวีรักไร้รักรวนเรเรื่อยร้างรัก
ความรักใยบ่ยักย้ายย่างเยื้องเข้าใจฉัน
คนเคยเคียงคู่คร่ำครวญคำรักกัน
ต้องห่ างหันเหหวนหายให้ใจคำนึง
......ถึงวันนี้หน่ายเหนื่อยหนักหนาน่าหยุดพัก
หยุดเรื่องรักสุดแสนเศร้าซึมซาบทรวง
ไม่ต้องห่วงสุรายังไม่ผิดหวัง
กินกี่ครั้งกินทีไรเมาทุกที..(ได้ลืมเธอ)


 บทกวีรักของ      miss jang
อีเมลล์   l_______lll_______l@hotmail.com
เมื่อ      30  ธ.ค. 48  18:24:10น.
กวีรักไร้รักรวนเรเรื่อยร้างรัก
ความรักใยบ่ยักย้ายย่างเยื้องเข้าใจฉัน
คนเคยเคียงคู่คร่ำครวญคำรักกัน
ต้อง*งหันเหหวนหายให้ใจคำนึง
ถึงวันนี้หน่ายเหนื่อยหนักหนาน่าหยุดพัก
หยุดเรื่องรักสุดแสนเศร้าซึมซาบทรวง
ไม่ต้องห่วงสุรายังไม่ผิดหวัง
กินกี่ครั้งกินทีไรเมาทุกที..(ได้ลืมเธอ)

 บทกวีรักของ      ร เรือพายไป
เมื่อ      24  ธ.ค. 48  12:25:20น.
ยามดึกดื่นคืนนี้พี่ห่วงเจ้า
จะเหว่ว้าเงียบเหงาหรือเปล่าหนอ
จะมีใครเคียงเจ้าพะเน้าพะนอ
มีใครรอคอยรับซับน้ำตา
จะเหน็บหนาวร้าวรานสะท้านจิต
จะมีมิตรห่วงใยหรือไม่หนา
จะมีใครกล่อมนอนก่อนนิทรา
จะมีใครห่มผ้ายามราตรี
จะมีไหมอ้อมอกอันอบอุ่น
อ่อนละมุนอุ่นไอมิหน่ายหนี
จะมีไหมใครร่ายคำพร่ำวลี
เป็นกวีแสนหวานซ่านซึ้งใจ
จะมีไหมเพลงหวานประสานเสียง
ส่งสำเนียงกล่อมขวัญยามหวั่นไหว
ดับทุกข์ตรมถมทับเลือนลับไป
ปลอบฤทัยให้หายคลายกังวล
หากไม่มีใครเลยเคยห่วงหา
โปรดจงหันกลับมาคราสับสน
เจ้าจงรู้เอาไว้ใครอีกคน
พร้อมยอมทนรับความท้อทรมาน
พี่คนนี้ขอบรรเลงบทเพลงกล่อม
เพียงเจ้าพร้อมจงสดับเสียงขับขาน
มาฟังเพลงแสนสุขปลุกวิญญาณ
เรื่องทุกข์ทนร้าวรานให้ผ่านเลย
หากได้ยินเสียงไหวของใบไม้
เปิดหัวใจเถิดหนาอย่าวางเฉย
รับรู้ความอบอุ่นที่คุ้นเคย
พี่จะเผยความในให้เจ้าฟัง
จะขอมอบเพลงรักของนักสู้
ให้เจ้ารู้เมื่อชีวิตต้องผิดหวัง
เอาสำเนียงเพลงเสริมเพิ่มพลัง
เพื่อก้าวยังปลายทางอย่างตั้งใจ
จะเป็นผ้าห่มกายให้หายหนาว
เมื่อลมพราวพัดพลิ้วปลิวไสว
เป็นอ้อมแขนอบอุ่นละมุนละไม
กอดเจ้าไว้เพียงเบาเบาเฝ้าพะนอ
จะขอเป็นมิ่งมิตรมิคิดอื่น
ทุกวันคืนเป็นแรงให้เมื่อใจท้อ
เป็นคู่คิดเคียงข้างคอยเคล้าคลอ
ที่จะขอแค่เพื่อนกันเท่านั้นเอง
จะเป็นเกราะป้องกันอันตราย
ใครที่หมายเหยียบย่ำทำข่มเหง
ความเจ็บปวดถมทับขอรับเอง
มิหวั่นเกรงแม้ต้องตายวายชีวา
ฟังสิฟังเสียงคลื่นโหมโถมเข้าฝั่ง
ประเดประดังม้วนตลบกระทบผา
เสียงอื้ออึงกระเซ็นซ่านลานศิลา
ให้ธาราคลายระทมสิ้นตรมตรอม
ฟังสิฟังเสียงไหวของใบไม้
แทนห่วงใยดั่งเงาเฝ้าถนอม
มีหัวใจดวงหนึ่งซึ่งยินยอม
ร้องเพลงกล่อมจอมขวัญนิรันดร์กาล



 บทกวีรักของ      ร เรือพายไป
เมื่อ      24  ธ.ค. 48  12:23:07น.
ยามดึกดื่นคืนนี้พี่ห่วงเจ้า
จะเหว่ว้าเงียบเหงาหรือเปล่าหนอ
จะมีใครเคียงเจ้าพะเน้าพะนอ
มีใครรอคอยรับซับน้ำตา
จะเหน็บหนาวร้าวรานสะท้านจิต
จะมีมิตรห่วงใยหรือไม่หนา
จะมีใครกล่อมนอนก่อนนิทรา
จะมีใครห่มผ้ายามราตรี
จะมีไหมอ้อมอกอันอบอุ่น
อ่อนละมุนอุ่นไอมิหน่ายหนี
จะมีไหมใครร่ายคำพร่ำวลี
เป็นกวีแสนหวานซ่านซึ้งใจ
จะมีไหมเพลงหวานประสานเสียง
ส่งสำเนียงกล่อมขวัญยามหวั่นไหว
ดับทุกข์ตรมถมทับเลือนลับไป
ปลอบฤทัยให้หายคลายกังวล
หากไม่มีใครเลยเคยห่วงหา
โปรดจงหันกลับมาคราสับสน
เจ้าจงรู้เอาไว้ใครอีกคน
พร้อมยอมทนรับความท้อทรมาน
พี่คนนี้ขอบรรเลงบทเพลงกล่อม
เพียงเจ้าพร้อมจงสดับเสียงขับขาน
มาฟังเพลงแสนสุขปลุกวิญญาณ
เรื่องทุกข์ทนร้าวรานให้ผ่านเลย
หากได้ยินเสียงไหวของใบไม้
เปิดหัวใจเถิดหนาอย่าวางเฉย
รับรู้ความอบอุ่นที่คุ้นเคย
พี่จะเผยความในให้เจ้าฟัง
จะขอมอบเพลงรักของนักสู้
ให้เจ้ารู้เมื่อชีวิตต้องผิดหวัง
เอาสำเนียงเพลงเสริมเพิ่มพลัง
เพื่อก้าวยังปลายทางอย่างตั้งใจ
จะเป็นผ้าห่มกายให้หายหนาว
เมื่อลมพราวพัดพลิ้วปลิวไสว
เป็นอ้อมแขนอบอุ่นละมุนละไม
กอดเจ้าไว้เพียงเบาเบาเฝ้าพะนอ
จะขอเป็นมิ่งมิตรมิคิดอื่น
ทุกวันคืนเป็นแรงให้เมื่อใจท้อ
เป็นคู่คิดเคียงข้างคอยเคล้าคลอ
ที่จะขอแค่เพื่อนกันเท่านั้นเอง
จะเป็นเกราะป้องกันอันตราย
ใครที่หมายเหยียบย่ำทำข่มเหง
ความเจ็บปวดถมทับขอรับเอง
มิหวั่นเกรงแม้ต้องตายวายชีวา
ฟังสิฟังเสียงคลื่นโหมโถมเข้าฝั่ง
ประเดประดังม้วนตลบกระทบผา
เสียงอื้ออึงกระเซ็นซ่านลานศิลา
ให้ธาราคลายระทมสิ้นตรมตรอม
ฟังสิฟังเสียงไหวของใบไม้
แทนห่วงใยดั่งเงาเฝ้าถนอม
มีหัวใจดวงหนึ่งซึ่งยินยอม
ร้องเพลงกล่อมจอมขวัญนิรันดร์กาล



 บทกวีรักของ      ร เรือพายไป
เมื่อ      24  ธ.ค. 48  12:19:53น.
ยามดึกดื่นคืนนี้พี่ห่วงเจ้า
จะเหว่ว้าเงียบเหงาหรือเปล่าหนอ
จะมีใครเคียงเจ้าพะเน้าพะนอ
มีใครรอคอยรับซับน้ำตา
จะเหน็บหนาวร้าวรานสะท้านจิต
จะมีมิตรห่วงใยหรือไม่หนา
จะมีใครกล่อมนอนก่อนนิทรา
จะมีใครห่มผ้ายามราตรี
จะมีไหมอ้อมอกอันอบอุ่น
อ่อนละมุนอุ่นไอมิหน่ายหนี
จะมีไหมใครร่ายคำพร่ำวลี
เป็นกวีแสนหวานซ่านซึ้งใจ
จะมีไหมเพลงหวานประสานเสียง
ส่งสำเนียงกล่อมขวัญยามหวั่นไหว
ดับทุกข์ตรมถมทับเลือนลับไป
ปลอบฤทัยให้หายคลายกังวล
หากไม่มีใครเลยเคยห่วงหา
โปรดจงหันกลับมาคราสับสน
เจ้าจงรู้เอาไว้ใครอีกคน
พร้อมยอมทนรับความท้อทรมาน
พี่คนนี้ขอบรรเลงบทเพลงกล่อม
เพียงเจ้าพร้อมจงสดับเสียงขับขาน
มาฟังเพลงแสนสุขปลุกวิญญาณ
เรื่องทุกข์ทนร้าวรานให้ผ่านเลย
หากได้ยินเสียงไหวของใบไม้
เปิดหัวใจเถิดหนาอย่าวางเฉย
รับรู้ความอบอุ่นที่คุ้นเคย
พี่จะเผยความในให้เจ้าฟัง

 บทกวีรักของ      รักเพื่อน
เมื่อ      15  ธ.ค. 48  11:43:13น.
รักเธอ ทำเพื่อเธอ ขอแค่เธอเชื่อมั่นในเรา

 บทกวีรักของ      คนน่ารัก
เมื่อ      11  ธ.ค. 48  19:21:09น.
คนน่ารักคนหนึ่งนนไม่หลับ
คนน่ารักอีกคนนอนหลับไหม
คนน่ารักอีกคนอยู่ห่ างไกล
คนน่ารักคนไหนหลับก่อนกัน
เป็นดอกไม้ในใจใครฉันไม่ว่า
เป็นดอกฟ้าในใจใครฉันไม่หวั่น
เป็นดอกไม้ในใจใครไม่สำคัญ
เป็นดอกรักในใจฉันเท่านั้นพอ


 บทกวีรักของ      
เมื่อ      3  ธ.ค. 48  12:41:01น.
มูลค่าของชีวิต
รายละเอียด
คนแก่ก็นอนน้อย ตื่นมากลางดึก ไม่มีอะไรทำ พบเมล์ที่ Forward มาจากน้องผู้น่ารัก เลยเอามาให้อ่านกัน
" มูลค่าของชีวิต "
" อย่าหนีนะ *เด็กขี้ขโมย "

เสียงผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนลั่น พร้อมกับมีเด็กคนหนึ่งกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งวิ่งผ่านฉันกับแม่ที่
กำลังซื้อเนื้อหมูในตลาดไปอย่างรวดเร็ว ทั้งแม่และฉันหันไปดูทันเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นแค่แวบเดียว แม่ถาม
ฉันว่า
" อ้าว นั่นป้าร้านขายของไม่ใช่เหรอ "
" ใช่จ้ะแม่ แกวิ่งไล่ใครกันละ "
ป้าคนนั้นชื่อว่า 'ป้าหนอม' เป็นแม่ค้าขายของชำสารพัดอย่างในตัวตลาดในอำเภอที่ฉันอยู่ มีฐานะจัดว่าดี
กว่าแม่ค้าคนอื่นๆ ในละแวกเดียวกัน และเป็นที่รู้จักกันว่าแกเป็นคนที่ขี้เหนียวอย่างร้ายกาจ แถมปากจัดที่สุดใน
ตลาดอีกด้วย ใครต่อราคาของมากเกินไป หรือถามราคาแล้วไม่ซื้อ ป้าแกจะโวยวายชนิดต้องรีบเผ่นออก
จากร้านแทบไม่ทันทีเดียว
เสียงเอะอะดังมากขึ้น ฉันหันไปมองป้าหนอมจับข้อมือเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 12-13 ขวบ ไล่เลี่ย
กับฉัน ซึ่งกำลังดิ้นรนอยู่ และป้าแกกำลังจะลงไม้ลงมือ แม่จึงเดินเข้าไปถาม
" พี่หนอม มีไรหรอคะ "
" ก็*เด็กเวรนี่นะสิ มันมา ทำทีขอซื้อยาแก้ปวดกับยาธาตุ พอฉันหยิบส่งให้ มันก็วิ่งหนีมาเลย เงินก็ไม่จ่าย "
พูดจบป้าหนอมก็ตบหัวเด็กคนนั้นอย่างแรงหนึ่งที และคงจะมีตามมาอีกหลายทีแน่ถ้าแม่ฉันไม่ห้ามไว้
" ตายแล้วพี่หนอม อย่าถึงกับลงไม้ลงมือกันเลยนะ แล้วนี่จะทำไงต่อ "
แม่รีบตัดบทเพราะเห็นว่าเรื่องราวชักจะไปกันใหญ่
" เรียกตำรวจมาเอามันไปเข้าคุกนะสิ เสียนิสัย พ่อแม่ไม่สั่งสอน ยังเด็กตัวแค่นี้ก็ริจะเป็นขโมยซะแล้ว ต่อไป
ก็คงต้องปล้นเขากินหละ "
ฉันสะกิดแม่ทันทีพร้อมกับมองพลางส่ายหัวน้อยๆ ทำนองว่าอย่าไปยุ่งดีกว่า แม่มองฉันแล้วมองเด็กคนนั้น
ซึ่งท่าทางเหมือนกำลังจะร้องไห้ แม่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปพูดกับป้าหนอมว่า
" อย่าให้ถึงอย่างนั้นเลยนะพี่หนอม เด็กมันคงอยากซื้อยาแต่ไม่มีเงินนะ เอาเป็นว่าฉันจ่ายให้ละกันนะ
กี่บาทกันละ "
ในที่สุดเรื่องก็จบลง โดยการที่แม่ยอมจ่ายเงินค่ายาแก้ปวดกับยาธาตุ แล้วแม่ก็จูงเด็กคนนั้นออกมาจาก
ตลาด แต่ป้าหนอมยังไม่วายเตือนแม่
" ใจดีกับเด็กขี้โขมยแบบนี้ ระวังจะเสียใจทีหลังนะเธอ "
แม่ไม่ได้ตอบอะไร แต่พอเดิน*ง จากร้านพอสมควรแล้วก็ถามว่า
" ทำไมหนูขโมยของป้าเขาละ "
เด็กคนนั้นเงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมองแม่ แล้วตอบสะอึกสะอื้นว่า
" แม่ผมปวดท้องมากเลยครับ แล้วแม่ก็ไม่มีเงินไปหาหมอ ผมก็เลยต้อง..."
แม่มองหน้าเด็กคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยื่นผลไม้ที่ซื้อมาให้เด็กคนนั้นถุงหนึ่ง แล้วบอกว่า
" ทีหลังอย่าโขมยของใครนะ ถ้าไม่มีเงินมาขอเงินน้าไปซื้อก็ได้นะ น้าชื่อสมพรเปิดร้านเย็บผ้าอยู่ใกล้ๆ นี่
เอง ถามคนแถวนี้ก็ได้ รู้จักน้าแทบทุกคนเลยแหละ เอ้า...เอา ส้มไป ฝากคุณแม่ซิ คนป่วยนะต้องกินผลไม้มากๆ
จะได้หายไวๆ รู้มั้ย "
แม่เสริมพร้อมกับยิ้ม เด็กคนนั้นอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะรับส้มพร้อมกับพูดขอบคุณแม่แล้วเดินจากไป
หลังจากนั้นพอกลับมาถึงบ้าน ฉันก็ถามแม่ทันที
" ทำไมแม่ต้องช่วยเด็กคนนั้นด้วยละ รู้จักกันหรอจ้ะ "
แม่ยิ้ม แล้วตอบฉันว่า
" ไม่รู้จักหรอก แต่แม่เห็นเด็กคนนั้นรับจ้างหาบขนมขายอยู่แถวบ้านเราน่ะลูก แต่แกคงจำแม่ไม่ได้หรอก
แม่ซื้อขนมแกอยู่ไม่กี่ครั้งเอง "
" แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องช่วยเหลือเขาถ้าเขาเป็นขโมยนี่แม่ "
ฉันถามต่อ แม่มองหน้าฉันแล้วพูดว่า
" แม่เชื่อว่าเด็กที่เคยหาเงินด้วยตัวเองมาก่อนตั้งแต่อายุเท่าๆ กับลูก จะต้องเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบ
รู้คุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์ว่า กว่าจะได้มามันเหนื่อยยากขนาดไหน และคนที่มีความรับผิดชอบนะ
จะไม่มีทางขโมยของใครนอกจากจะจำเป็นจริงๆ เมื่อเขาไม่มีทางอื่นให้เลือกแล้วเท่านั้น "
ฉันฟังแล้วก็ถามแม่ต่อว่า
" แล้วต่อไปถ้าเขามาขอเงินแม่ไปซื้อยาอีก แม่จะให้เขารึเปล่า "
" ให้สิลูกถ้ามันไม่มากไม่มายอะไร "
" แล้วแม่ไม่เสียดายเงินหรอ บ้านเราก็ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนบ้านป้าหนอมเขานะแม่ "
" ถึงแม่จะไม่มีเงินทองมากนัก แต่การที่ได้ช่วยเหลือคนที่กำลังลำบากน่ะ มันทำให้แม่มีความสุข แล้วยังได้
บุญอีกด้วยนะ แค่นี้แม่ก็พอใจแล้ว ไม่อยากได้อะไรตอบแทนหรอก "
แล้วแม่ก็พูดต่ออีกว่า
" จำไว้นะลูก คนเรานะ ต้องรู้จักให้อภัยและให้โอกาสคนอื่นแก้ตัวเสมอ อย่างเด็กคนนั้น..แม่มั่นใจว่า
แกทำไปเพราะรักคุณแม่ของแกจริงๆ แม่ถึงช่วยแกเอาไว้ "
แล้วแม่ก็พูดต่อว่า
" ลูกอาจจะบอกว่าขโมยเป็นสิ่งที่ผิด ใช่...แม่ไม่เถียง แต่บางครั้งคนเราก็ต้องมองด้านอื่นๆ บ้าง อย่าคิดแต่
เรื่องทรัพย์สินเงินทอง ตอนนี้ลูกอาจจะยังฟังไม่เข้าใจ แต่แม่เชื่อว่าสักวันลูกจะเข้าใจเองแหละ "
หลังจากนั้น ฉันกับแม่ก็หันไปคุยเรื่องอื่นๆ กันต่อ ฉันเองไม่เคยคิดเรื่องนี้อีกเลย จนเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น
ทำให้ฉันต้องย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้งทั้งน้ำตาว่าคำพูดของแม่ในครั้งนี้ถูกต้องที่สุดจริงๆ
หลังจากนั้นฉันเรียนจบระดับปริญญาตรีจากสถาบันราชภัฏแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด แล้วฉันก็ได้งานทำใน
โรงงานแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดนั้นเอง เงินเดือนก็พอประมาณ สามารถเลี้ยงดูแม่ได้โดยไม่ขัดสนนัก ฉันก็เลยขอ
ร้องให้แม่หยุดรับจ้างเย็บผ้า เพราะอยากให้แม่พักผ่อนบ้างหลังจากทำงานหนักมาเกือบ 20 ปีเพื่อส่งฉันเรียน
แม่ยอมปิดร้าน แต่ก็ยังรับงานเล็กๆ น้อยๆ ของเพื่อนบ้านมาทำบ้างโดยไม่คิดเงิน แม่บอกว่าถ้าไม่ได้ทำอะไรเลย
จะรู้สึกเบื่อ ฉันก็เลยต้องยอมตามใจแม่
ฉันทำงานอยู่ประมาณ 2-3 ปี แม่ก็เริ่มรู้สึกไม่สบาย เริ่มจากปวดหัวบ่อยขึ้น ช่วงแรกๆ ไม่กี่วันก็หาย
หลังจากนั้นก็เริ่มเป็นนานขึ้นเรื่อยๆ ฉันบอกให้แม่ไปหาหมอ แล้วฉันก็พาแม่ไปหาหมอในเมือง หมอบอกว่าไม่
เป็นอะไรมาก แค่ทำงานหนักมากเกินไป หมอให้ยามาชุดหนึ่งพร้อมกำชับให้พักผ่อนมากๆ จะได้หายเร็วๆ
หลังจากกินยาตามที่หมอสั่ง อาการปวดหัวของแม่ก็หายไป ฉันเริ่มสบายใจขึ้น แต่หลังจากไปหาหมอได้
ประมาณหนึ่งเดือน แม่ก็เริ่มกลับมาปวดหัวอีก คราวนี้เป็นหนักมากกว่าครั้งที่แล้ว ยาที่เคยกินแล้วได้ผลมาก่อน
ก็ไม่ได้ผลเลย ฉันกังวลใจมาก พอถามหมอ หมอก็บอกว่าต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เพราะว่า
เครื่องไม้เครื่องมือพร้อมกว่าโรงพยาบาลต่างจังหวัด
หลังจากนั้นฉันรีบพาแม่ไปกรุงเทพฯ ทันที ไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง หลังจากหมอตรวจแล้ว
บอกว่ามีเนื้องอกในสมองต้องผ่าตัดโดยด่วน หากปล่อยทิ้งไว้อาจไปทับเส้นประสาททำให้เป็นอัมพาตได้ หรือ
ถ้าผ่าตัดไม่ทันก็อาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต ฉันตกใจมากขอให้หมอผ่าตัดให้ทันที แต่หมอบอกว่าโรงพยาบาล
ที่มีหมอผ่าตัดสมองที่มีความพร้อมที่จะผ่าตัดเนื้องอกในสมองเป็นอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงมากกว่า
ดังนั้นหมอจึงต้องส่งตัวคนไข้ไปยังโรงพยาบาลนั้น ฉันก็ตกลง
หลังจากถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลดังกล่าวแล้ว แม่ก็ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที ขณะที่ฉันรอ
อย่างกังวลใจอยู่ด้านนอก ทั้งเรื่องอาการป่วยของแม่ และจากคำพูดของหมอที่ทิ้งท้ายไว้ก่อนส่งตัวแม่มาที่โรง
พยาบาลแห่งนี้ หมอบอกให้ทำใจไว้บ้าง เพราะการผ่าตัดสมองเป็นการผ่าตัดที่เสี่ยงมาก โอกาสที่คนไข้จะเสีย
ชีวิตมีมาก แม้การผ่าตัดจะประสบความสำเร็จก็ตาม อีกเรื่องก็คือค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดสมองค่อนข้างสูง เป็น
หลักแสนบาท เมื่อรวมกับค่ายา ระหว่างพักฟื้น คิดแล้วน่าจะต้องใช้เงินราวๆ ห้าแสนบาท

ฉันได้ยินแล้วแทบลมจับ ฉันจะไปหาเงินห้าแสนบาทมาจากไหน ลำพังเงินเก็บของฉันกับแม่ยังมีไม่ถึง
ห้าหมื่นบาทเลย แต่ยังไงฉันก็ต้องรักษาแม่ให้หาย ส่วนเรื่องเงินไว้คิดทีหลัง

หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง เป็นโชคดีของแม่ที่การผ่าตัดประสบผลสำเร็จ และไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ
ทางโรง พยาบาลบอกให้พักฟื้นประมาณหนึ่งเดือนก็สามารถไปพักฟื้นที่บ้านได้ ทางโรงพยาบาลแจ้งรายการ
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาให้ฉัน ปรากฎว่าเป็นเงินจำนวนไม่ถึงหนึ่งพันบาท เป็นค่าติดต่อประสานงานเท่านั้น
ฉันแปลกใจมาก จึงสอบถามกับนางพยาบาล นางพยาบาลบอกว่าคุณหมอที่เป็นคนผ่าตัด และเป็น
เจ้าของไข้บอกไม่ให้คิดเงินกับฉันและแม่ โดยที่ทางโรงพยาบาลก็ไม่ทราบสาเหตุ ฉันจึงขอพบคุณหมอคนนั้น
เพื่อขอบคุณ นางพยาบาลบอกว่าหลังจากเสร็จคุณหมอก็ถูกส่งตัวไปต่างประเทศทันทีเพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยว
กับการผ่าตัดสมองที่อเมริกา แต่คุณหมอได้ฝากจดหมายไว้ให้ฉันกับแม่ โดยกำชับกับทางโรงพยาบาลให้ฝาก
ให้ฉันพร้อมกับใบเสร็จค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของทางโรงพยาบาลในวันที่แม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้

เมื่อกลับถึงบ้าน ฉันกับแม่ก็เปิดอ่านจดหมายของคุณหมอคนนั้น เมื่ออ่านจบทั้งฉันและแม่ก็ร้องไห้ออกมา
พร้อมกัน เนื้อความในจดหมายมีดังนี้
' ข้าพเจ้านายแพทย์เดชา ทองวิจิตร แพทย์ผู้ผ่าตัด นางสมพร ภู่จันทร์ ขอสรุปค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทั้ง
หมดดังนี้
ค่าผ่าตัด 0 บาท
ค่ายาทั้งหมด 0 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นที่เหลือ 0 บาท
รวมเป็นเงินทั้งหมด 0 บาท
ป.ล. ค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้รับแล้ว เมื่อยี่สิบปีก่อนด้วยยาแก้ปวด ยาธาตุ ส้มหนึ่งถุง
ขอให้สุขภาพแข็งแรงไปอีกนานๆ นะครับคุณน้า
' นายแพทย์เดชา ทองวิจิตร '




 บทกวีรักของ      *-*
เมื่อ      30  พ.ย. 48  10:53:21น.
๏ ความเป็นห่วงของใครก็ไม่รู้
มาซุกอยู่ใต้หมอนฉันนอนหนุน
พรางสื่อพจน์รสถ้อยร้อยละมุน
ซ้ำยังกรุ่นกลิ่นแก้มไว้แกมกัน
นี่รอยแก้มแต้มไว้..ของใครหนอ
แนบแก้มคลอเคลียครองข่มหมองขวัญ
ฉันว้าเหว่แรมหวังมาทั้งวัน
ขอฝากฝันพอแฝงสร้างแรงใจ
เดือนข้างแรมค้างรุ่งรอพรุ่งนี้
เหมือนใจที่ทุกข์ท้อรอวันใหม่
คืนพรุ่งนี้นี่จะนอนแนบหมอนใคร
เหลือบ้างไหมชายคาที่อาทร
" โอ้อกเอ๋ยหัวอกนกขมิ้น
เจ้าเสเพลพลัดถิ่นเที่ยวบินร่อน
นี่ดึกแล้วเตลิดหลงกลางดงดอน
จะเกาะคอนเคียงใครที่ไหนเอย "
ฉันถูกปล่อยอยู่กลางความว่างเปล่า
เหมือนอกเจ้านกขมิ้นชินจนเฉย
พรุ่งนี้ขวัญคงคว้างอีกอย่างเคย
ชีพสังเวยความทุกข์ที่คุกคาม
กราบหมอนน้อยเพื่อนนอนค่อนคืนนี้
ขอพรศรีสรวมกมล " คนต้องห้าม "
ยืมเยื่อใยใต้หมอนสะท้อนความ
แทนถ้อยถามทักท้วงเธอห่วงใย
สำหรับเธอที่ฉันเฝ้าฝันหา
หากถามว่าคืนนี้นอนที่ไหน
" จะตอบถ้อยที่ถามไปตามใจ
ฉันหลับแล้วอยู่ใกล้ใกล้หัวใจเธอ " ๚


 บทกวีรักของ      ===
เมื่อ      30  พ.ย. 48  10:32:27น.
แหงนมองดาวพราวสว่างกระจ่างฟ้า
ทอแสงมาทักทายในคืนเหงา
คิดถึงคนเคยใกล้หัวใจเรา
รู้ค่าเขาวันจากลาน้ำตาริน...
จากกันไปไร้เหตุผลจะค้นคิด
ต่างยึดติดทิฐิไว้ไม่ถวิล
ยามนี้เมื่อไร้เงาเศร้าอาจินต์
แทบแดดิ้นด้วยคิดถึงคนึงคอย
เขาพารักจากไปไล่ตามฝัน
ทิ้งเรางันเงียบเหงาใจเศร้าสร้อย
ไม่มีแม้เยื่อใยให้คนคอย
เจ็บกับรอยอาลัยในใจตน
รู้ว่าเจ็บเมื่อจากยากนักหนา
จะเรียกหาวันวานเกินดั้นด้น
ฝากดาวบอกได้ไหมใครสักคน
บอกเขาข้าทุกข์ทนจนร้าวใจ
ถ้าได้รู้ว่าต้องเจ็บกับการจาก
คงไม่ให้เขาพรากจากไปไหน
รู้ว่ารักก็เมื่อคราวเขาจากไกล
เจ็บครั้งไหนก็ไม่เท่ากับคราวนี้
หลั่งน้ำตาอาลัยเหลือเพื่อไถ่บาป
แม้จนตราบฟ้าสลายไม่หน่ายหนี
ขอจงคืนกลับมารับความภักดี
ของคนที่มีแต่รักจากหัวใจ


 บทกวีรักของ      
เมื่อ      29  พ.ย. 48  12:26:43น.
กำไลมาศชาตินพคุณแท้
ไม่ปรวนแปรเป็นอื่นย่อมยืนสี
เหมือนใจตรงคงคำร่ำพาที
จะร้ายดีขอให้เห็นเป็นเสี่ยงทาย
ตาปูทองสองดอกตอกสลัก
ตรึงความรักรับไว้อย่าให้หาย
แม้รักร่วมสวมไว้ให้ติดกาย
เมื่อใดวายสวาสดิ์วอดจึงถอดเอย "


 บทกวีรักของ      
เมื่อ      29  พ.ย. 48  12:24:58น.
อันทรัพยข์อื่นหมื่นแสนในแดนสรวง
มณีช่วงดวงจรัสเจิดสมัย
หาเปรียบเจ้าทรัพย์ทรวงดวงหทัย
พี่ชื่นชิดพิศมัยด้วยใจปอง
จะรักเจ้าเฝ้าถนอมมิยอม*ง
จะโอบนางแนบเนาว์เป็นเจ้าของ
ถวิลเจ้าสุดาสรวงดาวดวงทอง
งามละอองราวโสมไว้โลมทรวง
ทรัพย์สวรรค์อื่นใดในโลกหล้า
หาแทนค่าคนดีพี่แสนหวง
เจ้าคือหนึ่งพี่ขอนับเป็นทรัพย์ทรวง
ใครหมายช่วงชิงไปไม่มีวัน


 บทกวีรักของ      
เมื่อ      29  พ.ย. 48  12:21:16น.

รักอาจเป็นไปได้หลายสถาน
เป็นรสหวานอร่อยลิ้นกินไม่เบื่อ
เป็นน้ำขมขื่นสนิทดั่งพิษเจือ
หรือเป็นเกลือกัดกร่อนบ่อนทำลาย
รักอาจเป็นฟ้างามยามรุ่งสาง
หรืออาจเป็นน้ำค้างรอเหือดหาย
รักอาจเป็นแดดอ่อนให้อุ่นกาย
หรืออาจเป็นเดือนเดียวดายไร้คนมอง
ยามรักมักยิ้มรื่นสดชื่นเหลือ
ยามเบื่อก็นั่งบ่นจนใจหมอง
พิษแห่งรักคนมักน้ำตานอง
แต่ไม่ลองรักดูไม่รู้เลย
เช่นดั่งเรารักกันในวันนี้
คงเพราะมีบางสิ่งไม่นิ่งเฉย
คงลิขิตกำหนดไว้กระไรเลย
จะลงเอยอย่างไรอย่าไปกลัว
หากฟ้าใสใจสว่างจะต่างเห็น
สิ่งที่เป็นตัวตนปนอยู่ทั่ว
หากดวงจิตคิดตั้งมั่นอย่าหวั่นกลัว
ฟ้าจะมัวหรือกระจ่างก็ช่างมัน



บทกวีรักของ      อย่ามาเน่า
เมื่อ      22  พ.ย. 48  09:02:48น.
รักน้อยๆต้องซอยนิดๆๆ
รักนิดๆต้องซอยน้อยๆๆ
รักเต็มร้อยเอาเลยเต็มสูบ

 บทกวีรักของ      ฮ๋อนเต้น้อย
อีเมลล์   ไม่มี
เมื่อ      14  พ.ย. 48  13:19:35น.
คาวมรักก็การให้เพื่อนรัก

 บทกวีรักของ      ฮ๋อนเต้น้อย
อีเมลล์   ไม่มี
เมื่อ      14  พ.ย. 48  13:15:52น.
ใจของข้าก็เหมือนใจเจ้า

 บทกวีรักของ      แอบรักเธอ
อีเมลล์   noname31321@hotmail.com
เมื่อ      14  พ.ย. 48  11:24:55น.
แอบเขียนไว้ตรงนี้เพราะที่ว่าง
แอบระบายบางอย่างให้เธออ่าน
แอบเก็บไว้ในใจมาแสนนาน
แอบบอกผ่านบทกลอนบทนี้มา
รักของเราเป็นรักระหว่างเพื่อน
รักของฉันมันเหมือนจะมากกว่า
รักของเธอแค่เท่านี้ที่ให้มา
รักของฉันก็ไม่กล้าจะมากเกิน
เธอคงมีทางไปตามใจฝัน
เธอกับฉันต่อไปนี้คง*งเหิน
เธอคงมีทางที่เธอได้เลือกเดิน
เธอคงเมินคนบางคนไม่สนใจ

 บทกวีรักของ      บ๊วย
อีเมลล์   buiy_supayee@hotmail.com
เมื่อ      2  พ.ย. 48  17:52:37น.
หนึ่งความรัก...หนึ่งความฝัน...ที่ฉันสร้าง
กลับต้องร้าง...ลับไกล...จากใจฉัน
เมื่อไม่เหลือ...ความห่วงใย...และผูกพัน
จากคนนั้น...ที่เคย...เคียงข้างกาย
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ใครหนอใคร...จะรู้ซึ้ง...ถึงความรัก
ใครหนอใคร...จะหระจักษ์...รักเป็นไฉน
ใครหนอใคร...จะรู้ซึ้ง...ถึงความนัย
ใครหนอใคร...จะพบเจอ...รักแท้จริง
เพราะฉนั้น...จะรักใคร...อย่าเต็มร้อย
ทีละน้อย...แต่นานนาน...ดีกว่าไหม
เอาเก็บไว้...ให้ตัวเอง...เผื่อปวดใจ
เก็บเอาไว้...จะได้...ไม่เจ็บนาน
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ความรักแรก...ก็หวานซึ้ง...ตรึงดวงจิต
อยากใกล้ชิด...กับเธอ...มิรู้หาย
สัญญาไว้...จะรักกัน...จนวันตาย
จะมิคลาย...รักนี้...มีแต่เธอ
แต่พอนาน...นานไป...ใจเริ่มช้ำ
เขาเริ่มทำ...ให้เจ็บใจ...อยู่ไม่หาย
จากความรัก...ที่เคยมี...ก็เริ่มคลาย
เริ่มจางไป...พร้อมกับใจ...ที่แหลกราน


 บทกวีรักของ      เหรียญห้า
เมื่อ      2  พ.ย. 48  13:51:18น.
ณ ราตรี..ในบ้าน..ของวันนี้
พ่อของหนู..คนดี..มีความลับ
ลูกสาวเอ๋ย..ดวงใจ..อย่าได้หลับ
จงขยับ..มาฟัง..เรื่องสำคัญ
หนูหูกลาง..สงสัย..อะไรหนอ
ที่คุณพ่อ..จะเล่า..เฝ้าแข็งขัน
เข้าไปนั่ง..แนบข้าง..มิ*งกัน
เห็นพ่อนั้น..หยิบบางอย่าง..มากำชู
พ่ออมยิ้ม..เป็นต่อ..รอทีท่า
แล้วถามว่า..สนใจ..ไหมลูกหนู
มีอะไร..อยู่ในมือ..จะให้ดู
ถ้าอยากรู้..เขกพื้น..ไปสามที
รีบทำตาม..คุณพ่อ..หนูขอเห็น
ว่าซ้อนเร้น..สิ่งใด..ในมือนี้
พ่อบอกว่า..ไม่พอ..อีกห้าที
มิรอรี..เขกพื้นตาม..คำพูดมา
แล้วก็เปลี่ยน..จากห้า..มาเป็นสิบ
หนูก็รีบ..ทำตาม..จนสิบห้า
พ่อขาพ่อ..ขออุทธรณ์..อ้อนวาจา
บอกหนูหน่อย..เถิดหนา..อย่าแกล้งกัน
พ่อหัวเราะ..แบมือ..ที่กำไว้
คือเหรียญห้า..ดวงใจ..สงสัยนั้น
เป็นเพียงสิ่ง..ธรรมดา..หาสำคัญ
แล้วก็กำ..มือพลัน..ปิดมันลง
ดูอีกไหม..ลูกจ๋า..ถ้าอยากรู้
พ่อของหนู..เอ่ยถาม..ความประสงค์
เขกพื้นเพียง..ห้าที..ขอลดลง
หนูส่ายหน้า..ว่าปลง..ไม่หลงกล
เอ้า.!!หนึ่งที..ก็ได้..พ่อให้สิทธิ์
หนูไม่คิด..อยากรู้..ดูอีกหน
พ่อบอกว่า..ฟรีก็ได้..ดวงกมล
หนูไม่สน..แม้พ่อโชว์..เหรียญออกมา
พ่อสอนว่า..นี่แหละลูก..คือความลับ
คนมักจับ..เอาใจ..ไปใฝ่หา
ทำทุกอย่าง..เพราะอยากรู้..นะลูกยา
สมปรารถนา..ก็ร้างลา..แม้ดูฟรี
สิ่งที่พึง..หวงแหน..ของลูกหญิง
มีค่ายิ่ง..นะดวงใจ..ไว้ศักดิ์ศรี
ให้ใครรู้..ก่อนเวลา..มันไม่ดี
เหมือนเหรียญห้า..ที่ดูฟรี..ไม่ต่างกัน
..........................................................
ลูกเอ๋ย..ฟังพ่อนะ
จงเลือกทำตัวให้มีค่า..
อย่าเลือกเป็นเหรียญห้า..ให้ดูฟรี
นะลูกรัก..ของพ่อ
..........................................................

* อิทธิฤทธิ์มนต์มหาเสน่ห์ *
แก้วประเสริฐ
* อิทธิฤทธิ์มนต์มหาเสน่ห์ *
* โอม...มหิศร์อิทธิฤทธิ์ดลกอไผ่แตกขุย
น้ำจงแตกฉลุยลุยจิตใจระรัว
สาวแก่แม่หม้ายใครไม่เอา*ทำผัว
หวาดระแวงกลัว*ให้วอดวาย..
สิทธิสวาหะฤาชาสวาโหม...โอมเพี้ยงๆๆฯ
********************
เสียงมนต์ก้องร้องกำกับสำทับอยู่
ศิษย์เคียงคู่ดูอาจารย์นั้นกล่าวร่าย
มนต์มหาเสน่ห์เล่ห์กลอีกมากมาย
เสียงสั่นคล้ายผีเข้าจ้าวทับทรง
มืออาจารย์เ*่ยวย่นปนเทียนเสก
อีกร่ายเวทย์เขียนอักขระตามประสงค์
ขันน้ำมนต์พรมพ่นจนนวลอนงค์
กายอ่อนลงเปลือยร่างสร้างโลกีย์
สะท้านทรวงหน่วงลึกคึกร่างร่อน
เงาสะท้อนแสงเทียนเวียนร่างฉวี
มือร่ายเทียนขวาน้ำมันซ่านชีวี
กายสตรีสุดผวาครามือคลำ
มนต์อุบาทว์สั่นสะท้านพล่านร่านจิต
กำกับชีวิตผ่อนตามความเลิศล้ำ
มือชำนาญของเฒ่าเข้าชอนชำ
แฝงเงื่อนงำลุกเร้าเคล้าอารมณ์
พอศิษย์สาวพร่ำเพ้อละเมอซ่าน
ร้องเรียกขานพล่านเสน่ห์อาจารย์ขย่ม
เสียงมนตรายิ่งสำทับปรับเริงรมย์
แทรกซึมบ่มโน้มชีวันขวัญชีวา
ครั้นเสร็จสิ้นพิธีกรรมนำสรรค์สู่
ว่ามนต์*สำแดงฤทธิ์สิทธิหวา
ไม่เกินเจ็ดวัน*จงรีบเข้ามา
กำกับเสน่หาครอบไว้ได้ซ้ำเติม
ฤทธิ์พรายเสกน้ำมันยันต์อักขระ
จะชำระจิตชอนไชเพราะได้เสริม
คนหลงใหลใฝ่รักจะพูนเพิ่ม
ล้วนจะเยิ้มเสน่หาแม่ยาใจ
ใช้ปัญญาตรองคิดก่อนผิดเสีย
เรื่องผัวเมียเด่นดังยังทำได้
ตัวของเราย่อมรู้สู่นอกใน
สิ่งทั้งหลายใครรู้เท่าตัวของเรา
ที่เขียนกลอนลงไว้ในที่นี้
มิได้มีเจตนาลามกเข้า
เห็นผู้คนหลงใหลด้วยมัวเมา
เชื่อโฉดเขลาเบาปัญญาแส่หาเอง.
*แก้วประเสริฐ.*

สิ่งที่เล็กแต่มากค่า
ไรไก่
ถึงแม้ฉันจะเป็นแค่กรวดเม็ดน้อย
สีเศร้าสร้อยดูไร้ค่าน่าใจหาย
นำมากองรวมกันนั้นมากมาย
สื่อความหมายภูเขาสูงได้เช่นกัน
ถึงแม้ฉันก้าวเดินได้แสนใกล้
แต่หัวใจหนักแน่นไม่หวาดหวั่น
หนทางไกลแม้นลำบากพร้อมลุยพลัน
ด้วยมาดมั่นถึงก้าวสั้นรวมได้ไกล
คำหนึ่งคำถึงสั้นสั้นแต่มีค่า
แก้ปัญหาหลุดพ้นความหมองไหม้
รสวจีหยาดหยดวางกลางใจ
ก่อเกิดให้เพิ่มในรักภักดิ์มิคลาย
สิ่งเล็กน้อยดูด้อยค่าคราพบเห็น
นำมาเป็นข้อคิดนิมิตรหมาย
ถึงน้อยนิดมากค่าเกินบรรยาย
ส่องลวดลายปรากฎงดงามจริง


 บทกวีรักของ      เหรียญห้า
เมื่อ      2  พ.ย. 48  13:50:54น.
ณ ราตรี..ในบ้าน..ของวันนี้
พ่อของหนู..คนดี..มีความลับ
ลูกสาวเอ๋ย..ดวงใจ..อย่าได้หลับ
จงขยับ..มาฟัง..เรื่องสำคัญ
หนูหูกลาง..สงสัย..อะไรหนอ
ที่คุณพ่อ..จะเล่า..เฝ้าแข็งขัน
เข้าไปนั่ง..แนบข้าง..มิ*งกัน
เห็นพ่อนั้น..หยิบบางอย่าง..มากำชู
พ่ออมยิ้ม..เป็นต่อ..รอทีท่า
แล้วถามว่า..สนใจ..ไหมลูกหนู
มีอะไร..อยู่ในมือ..จะให้ดู
ถ้าอยากรู้..เขกพื้น..ไปสามที
รีบทำตาม..คุณพ่อ..หนูขอเห็น
ว่าซ้อนเร้น..สิ่งใด..ในมือนี้
พ่อบอกว่า..ไม่พอ..อีกห้าที
มิรอรี..เขกพื้นตาม..คำพูดมา
แล้วก็เปลี่ยน..จากห้า..มาเป็นสิบ
หนูก็รีบ..ทำตาม..จนสิบห้า
พ่อขาพ่อ..ขออุทธรณ์..อ้อนวาจา
บอกหนูหน่อย..เถิดหนา..อย่าแกล้งกัน
พ่อหัวเราะ..แบมือ..ที่กำไว้
คือเหรียญห้า..ดวงใจ..สงสัยนั้น
เป็นเพียงสิ่ง..ธรรมดา..หาสำคัญ
แล้วก็กำ..มือพลัน..ปิดมันลง
ดูอีกไหม..ลูกจ๋า..ถ้าอยากรู้
พ่อของหนู..เอ่ยถาม..ความประสงค์
เขกพื้นเพียง..ห้าที..ขอลดลง
หนูส่ายหน้า..ว่าปลง..ไม่หลงกล
เอ้า.!!หนึ่งที..ก็ได้..พ่อให้สิทธิ์
หนูไม่คิด..อยากรู้..ดูอีกหน
พ่อบอกว่า..ฟรีก็ได้..ดวงกมล
หนูไม่สน..แม้พ่อโชว์..เหรียญออกมา
พ่อสอนว่า..นี่แหละลูก..คือความลับ
คนมักจับ..เอาใจ..ไปใฝ่หา
ทำทุกอย่าง..เพราะอยากรู้..นะลูกยา
สมปรารถนา..ก็ร้างลา..แม้ดูฟรี
สิ่งที่พึง..หวงแหน..ของลูกหญิง
มีค่ายิ่ง..นะดวงใจ..ไว้ศักดิ์ศรี
ให้ใครรู้..ก่อนเวลา..มันไม่ดี
เหมือนเหรียญห้า..ที่ดูฟรี..ไม่ต่างกัน
..........................................................
ลูกเอ๋ย..ฟังพ่อนะ
จงเลือกทำตัวให้มีค่า..
อย่าเลือกเป็นเหรียญห้า..ให้ดูฟรี
นะลูกรัก..ของพ่อ
..........................................................

* อิทธิฤทธิ์มนต์มหาเสน่ห์ *
แก้วประเสริฐ
* อิทธิฤทธิ์มนต์มหาเสน่ห์ *
* โอม...มหิศร์อิทธิฤทธิ์ดลกอไผ่แตกขุย
น้ำจงแตกฉลุยลุยจิตใจระรัว
สาวแก่แม่หม้ายใครไม่เอา*ทำผัว
หวาดระแวงกลัว*ให้วอดวาย..
สิทธิสวาหะฤาชาสวาโหม...โอมเพี้ยงๆๆฯ
********************
เสียงมนต์ก้องร้องกำกับสำทับอยู่
ศิษย์เคียงคู่ดูอาจารย์นั้นกล่าวร่าย
มนต์มหาเสน่ห์เล่ห์กลอีกมากมาย
เสียงสั่นคล้ายผีเข้าจ้าวทับทรง
มืออาจารย์เ*่ยวย่นปนเทียนเสก
อีกร่ายเวทย์เขียนอักขระตามประสงค์
ขันน้ำมนต์พรมพ่นจนนวลอนงค์
กายอ่อนลงเปลือยร่างสร้างโลกีย์
สะท้านทรวงหน่วงลึกคึกร่างร่อน
เงาสะท้อนแสงเทียนเวียนร่างฉวี
มือร่ายเทียนขวาน้ำมันซ่านชีวี
กายสตรีสุดผวาครามือคลำ
มนต์อุบาทว์สั่นสะท้านพล่านร่านจิต
กำกับชีวิตผ่อนตามความเลิศล้ำ
มือชำนาญของเฒ่าเข้าชอนชำ
แฝงเงื่อนงำลุกเร้าเคล้าอารมณ์
พอศิษย์สาวพร่ำเพ้อละเมอซ่าน
ร้องเรียกขานพล่านเสน่ห์อาจารย์ขย่ม
เสียงมนตรายิ่งสำทับปรับเริงรมย์
แทรกซึมบ่มโน้มชีวันขวัญชีวา
ครั้นเสร็จสิ้นพิธีกรรมนำสรรค์สู่
ว่ามนต์*สำแดงฤทธิ์สิทธิหวา
ไม่เกินเจ็ดวัน*จงรีบเข้ามา
กำกับเสน่หาครอบไว้ได้ซ้ำเติม
ฤทธิ์พรายเสกน้ำมันยันต์อักขระ
จะชำระจิตชอนไชเพราะได้เสริม
คนหลงใหลใฝ่รักจะพูนเพิ่ม
ล้วนจะเยิ้มเสน่หาแม่ยาใจ
ใช้ปัญญาตรองคิดก่อนผิดเสีย
เรื่องผัวเมียเด่นดังยังทำได้
ตัวของเราย่อมรู้สู่นอกใน
สิ่งทั้งหลายใครรู้เท่าตัวของเรา
ที่เขียนกลอนลงไว้ในที่นี้
มิได้มีเจตนาลามกเข้า
เห็นผู้คนหลงใหลด้วยมัวเมา
เชื่อโฉดเขลาเบาปัญญาแส่หาเอง.
*แก้วประเสริฐ.*

สิ่งที่เล็กแต่มากค่า
ไรไก่
ถึงแม้ฉันจะเป็นแค่กรวดเม็ดน้อย
สีเศร้าสร้อยดูไร้ค่าน่าใจหาย
นำมากองรวมกันนั้นมากมาย
สื่อความหมายภูเขาสูงได้เช่นกัน
ถึงแม้ฉันก้าวเดินได้แสนใกล้
แต่หัวใจหนักแน่นไม่หวาดหวั่น
หนทางไกลแม้นลำบากพร้อมลุยพลัน
ด้วยมาดมั่นถึงก้าวสั้นรวมได้ไกล
คำหนึ่งคำถึงสั้นสั้นแต่มีค่า
แก้ปัญหาหลุดพ้นความหมองไหม้
รสวจีหยาดหยดวางกลางใจ
ก่อเกิดให้เพิ่มในรักภักดิ์มิคลาย
สิ่งเล็กน้อยดูด้อยค่าคราพบเห็น
นำมาเป็นข้อคิดนิมิตรหมาย
ถึงน้อยนิดมากค่าเกินบรรยาย
ส่องลวดลายปรากฎงดงามจริง


 บทกวีรักของ      เหรียญ5
เมื่อ      2  พ.ย. 48  13:50:21น.
ณ ราตรี..ในบ้าน..ของวันนี้
พ่อของหนู..คนดี..มีความลับ
ลูกสาวเอ๋ย..ดวงใจ..อย่าได้หลับ
จงขยับ..มาฟัง..เรื่องสำคัญ
หนูหูกลาง..สงสัย..อะไรหนอ
ที่คุณพ่อ..จะเล่า..เฝ้าแข็งขัน
เข้าไปนั่ง..แนบข้าง..มิ*งกัน
เห็นพ่อนั้น..หยิบบางอย่าง..มากำชู
พ่ออมยิ้ม..เป็นต่อ..รอทีท่า
แล้วถามว่า..สนใจ..ไหมลูกหนู
มีอะไร..อยู่ในมือ..จะให้ดู
ถ้าอยากรู้..เขกพื้น..ไปสามที
รีบทำตาม..คุณพ่อ..หนูขอเห็น
ว่าซ้อนเร้น..สิ่งใด..ในมือนี้
พ่อบอกว่า..ไม่พอ..อีกห้าที
มิรอรี..เขกพื้นตาม..คำพูดมา
แล้วก็เปลี่ยน..จากห้า..มาเป็นสิบ
หนูก็รีบ..ทำตาม..จนสิบห้า
พ่อขาพ่อ..ขออุทธรณ์..อ้อนวาจา
บอกหนูหน่อย..เถิดหนา..อย่าแกล้งกัน
พ่อหัวเราะ..แบมือ..ที่กำไว้
คือเหรียญห้า..ดวงใจ..สงสัยนั้น
เป็นเพียงสิ่ง..ธรรมดา..หาสำคัญ
แล้วก็กำ..มือพลัน..ปิดมันลง
ดูอีกไหม..ลูกจ๋า..ถ้าอยากรู้
พ่อของหนู..เอ่ยถาม..ความประสงค์
เขกพื้นเพียง..ห้าที..ขอลดลง
หนูส่ายหน้า..ว่าปลง..ไม่หลงกล
เอ้า.!!หนึ่งที..ก็ได้..พ่อให้สิทธิ์
หนูไม่คิด..อยากรู้..ดูอีกหน
พ่อบอกว่า..ฟรีก็ได้..ดวงกมล
หนูไม่สน..แม้พ่อโชว์..เหรียญออกมา
พ่อสอนว่า..นี่แหละลูก..คือความลับ
คนมักจับ..เอาใจ..ไปใฝ่หา
ทำทุกอย่าง..เพราะอยากรู้..นะลูกยา
สมปรารถนา..ก็ร้างลา..แม้ดูฟรี
สิ่งที่พึง..หวงแหน..ของลูกหญิง
มีค่ายิ่ง..นะดวงใจ..ไว้ศักดิ์ศรี
ให้ใครรู้..ก่อนเวลา..มันไม่ดี
เหมือนเหรียญห้า..ที่ดูฟรี..ไม่ต่างกัน
..........................................................
ลูกเอ๋ย..ฟังพ่อนะ
จงเลือกทำตัวให้มีค่า..
อย่าเลือกเป็นเหรียญห้า..ให้ดูฟรี
นะลูกรัก..ของพ่อ
..........................................................

* อิทธิฤทธิ์มนต์มหาเสน่ห์ *
แก้วประเสริฐ
* อิทธิฤทธิ์มนต์มหาเสน่ห์ *
* โอม...มหิศร์อิทธิฤทธิ์ดลกอไผ่แตกขุย
น้ำจงแตกฉลุยลุยจิตใจระรัว
สาวแก่แม่หม้ายใครไม่เอา*ทำผัว
หวาดระแวงกลัว*ให้วอดวาย..
สิทธิสวาหะฤาชาสวาโหม...โอมเพี้ยงๆๆฯ
********************
เสียงมนต์ก้องร้องกำกับสำทับอยู่
ศิษย์เคียงคู่ดูอาจารย์นั้นกล่าวร่าย
มนต์มหาเสน่ห์เล่ห์กลอีกมากมาย
เสียงสั่นคล้ายผีเข้าจ้าวทับทรง
มืออาจารย์เ*่ยวย่นปนเทียนเสก
อีกร่ายเวทย์เขียนอักขระตามประสงค์
ขันน้ำมนต์พรมพ่นจนนวลอนงค์
กายอ่อนลงเปลือยร่างสร้างโลกีย์
สะท้านทรวงหน่วงลึกคึกร่างร่อน
เงาสะท้อนแสงเทียนเวียนร่างฉวี
มือร่ายเทียนขวาน้ำมันซ่านชีวี
กายสตรีสุดผวาครามือคลำ
มนต์อุบาทว์สั่นสะท้านพล่านร่านจิต
กำกับชีวิตผ่อนตามความเลิศล้ำ
มือชำนาญของเฒ่าเข้าชอนชำ
แฝงเงื่อนงำลุกเร้าเคล้าอารมณ์
พอศิษย์สาวพร่ำเพ้อละเมอซ่าน
ร้องเรียกขานพล่านเสน่ห์อาจารย์ขย่ม
เสียงมนตรายิ่งสำทับปรับเริงรมย์
แทรกซึมบ่มโน้มชีวันขวัญชีวา
ครั้นเสร็จสิ้นพิธีกรรมนำสรรค์สู่
ว่ามนต์*สำแดงฤทธิ์สิทธิหวา
ไม่เกินเจ็ดวัน*จงรีบเข้ามา
กำกับเสน่หาครอบไว้ได้ซ้ำเติม
ฤทธิ์พรายเสกน้ำมันยันต์อักขระ
จะชำระจิตชอนไชเพราะได้เสริม
คนหลงใหลใฝ่รักจะพูนเพิ่ม
ล้วนจะเยิ้มเสน่หาแม่ยาใจ
ใช้ปัญญาตรองคิดก่อนผิดเสีย
เรื่องผัวเมียเด่นดังยังทำได้
ตัวของเราย่อมรู้สู่นอกใน
สิ่งทั้งหลายใครรู้เท่าตัวของเรา
ที่เขียนกลอนลงไว้ในที่นี้
มิได้มีเจตนาลามกเข้า
เห็นผู้คนหลงใหลด้วยมัวเมา
เชื่อโฉดเขลาเบาปัญญาแส่หาเอง.
*แก้วประเสริฐ.*

สิ่งที่เล็กแต่มากค่า
ไรไก่
ถึงแม้ฉันจะเป็นแค่กรวดเม็ดน้อย
สีเศร้าสร้อยดูไร้ค่าน่าใจหาย
นำมากองรวมกันนั้นมากมาย
สื่อความหมายภูเขาสูงได้เช่นกัน
ถึงแม้ฉันก้าวเดินได้แสนใกล้
แต่หัวใจหนักแน่นไม่หวาดหวั่น
หนทางไกลแม้นลำบากพร้อมลุยพลัน
ด้วยมาดมั่นถึงก้าวสั้นรวมได้ไกล
คำหนึ่งคำถึงสั้นสั้นแต่มีค่า
แก้ปัญหาหลุดพ้นความหมองไหม้
รสวจีหยาดหยดวางกลางใจ
ก่อเกิดให้เพิ่มในรักภักดิ์มิคลาย
สิ่งเล็กน้อยดูด้อยค่าคราพบเห็น
นำมาเป็นข้อคิดนิมิตรหมาย
ถึงน้อยนิดมากค่าเกินบรรยาย
ส่องลวดลายปรากฎงดงามจริง


 บทกวีรักของ      เหรียญ5
เมื่อ      2  พ.ย. 48  13:49:57น.
ณ ราตรี..ในบ้าน..ของวันนี้
พ่อของหนู..คนดี..มีความลับ
ลูกสาวเอ๋ย..ดวงใจ..อย่าได้หลับ
จงขยับ..มาฟัง..เรื่องสำคัญ
หนูหูกลาง..สงสัย..อะไรหนอ
ที่คุณพ่อ..จะเล่า..เฝ้าแข็งขัน
เข้าไปนั่ง..แนบข้าง..มิ*งกัน
เห็นพ่อนั้น..หยิบบางอย่าง..มากำชู
พ่ออมยิ้ม..เป็นต่อ..รอทีท่า
แล้วถามว่า..สนใจ..ไหมลูกหนู
มีอะไร..อยู่ในมือ..จะให้ดู
ถ้าอยากรู้..เขกพื้น..ไปสามที
รีบทำตาม..คุณพ่อ..หนูขอเห็น
ว่าซ้อนเร้น..สิ่งใด..ในมือนี้
พ่อบอกว่า..ไม่พอ..อีกห้าที
มิรอรี..เขกพื้นตาม..คำพูดมา
แล้วก็เปลี่ยน..จากห้า..มาเป็นสิบ
หนูก็รีบ..ทำตาม..จนสิบห้า
พ่อขาพ่อ..ขออุทธรณ์..อ้อนวาจา
บอกหนูหน่อย..เถิดหนา..อย่าแกล้งกัน
พ่อหัวเราะ..แบมือ..ที่กำไว้
คือเหรียญห้า..ดวงใจ..สงสัยนั้น
เป็นเพียงสิ่ง..ธรรมดา..หาสำคัญ
แล้วก็กำ..มือพลัน..ปิดมันลง
ดูอีกไหม..ลูกจ๋า..ถ้าอยากรู้
พ่อของหนู..เอ่ยถาม..ความประสงค์
เขกพื้นเพียง..ห้าที..ขอลดลง
หนูส่ายหน้า..ว่าปลง..ไม่หลงกล
เอ้า.!!หนึ่งที..ก็ได้..พ่อให้สิทธิ์
หนูไม่คิด..อยากรู้..ดูอีกหน
พ่อบอกว่า..ฟรีก็ได้..ดวงกมล
หนูไม่สน..แม้พ่อโชว์..เหรียญออกมา
พ่อสอนว่า..นี่แหละลูก..คือความลับ
คนมักจับ..เอาใจ..ไปใฝ่หา
ทำทุกอย่าง..เพราะอยากรู้..นะลูกยา
สมปรารถนา..ก็ร้างลา..แม้ดูฟรี
สิ่งที่พึง..หวงแหน..ของลูกหญิง
มีค่ายิ่ง..นะดวงใจ..ไว้ศักดิ์ศรี
ให้ใครรู้..ก่อนเวลา..มันไม่ดี
เหมือนเหรียญห้า..ที่ดูฟรี..ไม่ต่างกัน
..........................................................
ลูกเอ๋ย..ฟังพ่อนะ
จงเลือกทำตัวให้มีค่า..
อย่าเลือกเป็นเหรียญห้า..ให้ดูฟรี
นะลูกรัก..ของพ่อ
..........................................................

* อิทธิฤทธิ์มนต์มหาเสน่ห์ *
แก้วประเสริฐ
* อิทธิฤทธิ์มนต์มหาเสน่ห์ *
* โอม...มหิศร์อิทธิฤทธิ์ดลกอไผ่แตกขุย
น้ำจงแตกฉลุยลุยจิตใจระรัว
สาวแก่แม่หม้ายใครไม่เอา*ทำผัว
หวาดระแวงกลัว*ให้วอดวาย..
สิทธิสวาหะฤาชาสวาโหม...โอมเพี้ยงๆๆฯ
********************
เสียงมนต์ก้องร้องกำกับสำทับอยู่
ศิษย์เคียงคู่ดูอาจารย์นั้นกล่าวร่าย
มนต์มหาเสน่ห์เล่ห์กลอีกมากมาย
เสียงสั่นคล้ายผีเข้าจ้าวทับทรง
มืออาจารย์เ*่ยวย่นปนเทียนเสก
อีกร่ายเวทย์เขียนอักขระตามประสงค์
ขันน้ำมนต์พรมพ่นจนนวลอนงค์
กายอ่อนลงเปลือยร่างสร้างโลกีย์
สะท้านทรวงหน่วงลึกคึกร่างร่อน
เงาสะท้อนแสงเทียนเวียนร่างฉวี
มือร่ายเทียนขวาน้ำมันซ่านชีวี
กายสตรีสุดผวาครามือคลำ
มนต์อุบาทว์สั่นสะท้านพล่านร่านจิต
กำกับชีวิตผ่อนตามความเลิศล้ำ
มือชำนาญของเฒ่าเข้าชอนชำ
แฝงเงื่อนงำลุกเร้าเคล้าอารมณ์
พอศิษย์สาวพร่ำเพ้อละเมอซ่าน
ร้องเรียกขานพล่านเสน่ห์อาจารย์ขย่ม
เสียงมนตรายิ่งสำทับปรับเริงรมย์
แทรกซึมบ่มโน้มชีวันขวัญชีวา
ครั้นเสร็จสิ้นพิธีกรรมนำสรรค์สู่
ว่ามนต์*สำแดงฤทธิ์สิทธิหวา
ไม่เกินเจ็ดวัน*จงรีบเข้ามา
กำกับเสน่หาครอบไว้ได้ซ้ำเติม
ฤทธิ์พรายเสกน้ำมันยันต์อักขระ
จะชำระจิตชอนไชเพราะได้เสริม
คนหลงใหลใฝ่รักจะพูนเพิ่ม
ล้วนจะเยิ้มเสน่หาแม่ยาใจ
ใช้ปัญญาตรองคิดก่อนผิดเสีย
เรื่องผัวเมียเด่นดังยังทำได้
ตัวของเราย่อมรู้สู่นอกใน
สิ่งทั้งหลายใครรู้เท่าตัวของเรา
ที่เขียนกลอนลงไว้ในที่นี้
มิได้มีเจตนาลามกเข้า
เห็นผู้คนหลงใหลด้วยมัวเมา
เชื่อโฉดเขลาเบาปัญญาแส่หาเอง.
*แก้วประเสริฐ.*

สิ่งที่เล็กแต่มากค่า
ไรไก่
ถึงแม้ฉันจะเป็นแค่กรวดเม็ดน้อย
สีเศร้าสร้อยดูไร้ค่าน่าใจหาย
นำมากองรวมกันนั้นมากมาย
สื่อความหมายภูเขาสูงได้เช่นกัน
ถึงแม้ฉันก้าวเดินได้แสนใกล้
แต่หัวใจหนักแน่นไม่หวาดหวั่น
หนทางไกลแม้นลำบากพร้อมลุยพลัน
ด้วยมาดมั่นถึงก้าวสั้นรวมได้ไกล
คำหนึ่งคำถึงสั้นสั้นแต่มีค่า
แก้ปัญหาหลุดพ้นความหมองไหม้
รสวจีหยาดหยดวางกลางใจ
ก่อเกิดให้เพิ่มในรักภักดิ์มิคลาย
สิ่งเล็กน้อยดูด้อยค่าคราพบเห็น
นำมาเป็นข้อคิดนิมิตรหมาย
ถึงน้อยนิดมากค่าเกินบรรยาย
ส่องลวดลายปรากฎงดงามจริง


 บทกวีรักของ      เหรียญ5
เมื่อ      2  พ.ย. 48  13:49:55น.
ณ ราตรี..ในบ้าน..ของวันนี้
พ่อของหนู..คนดี..มีความลับ
ลูกสาวเอ๋ย..ดวงใจ..อย่าได้หลับ
จงขยับ..มาฟัง..เรื่องสำคัญ
หนูหูกลาง..สงสัย..อะไรหนอ
ที่คุณพ่อ..จะเล่า..เฝ้าแข็งขัน
เข้าไปนั่ง..แนบข้าง..มิ*งกัน
เห็นพ่อนั้น..หยิบบางอย่าง..มากำชู
พ่ออมยิ้ม..เป็นต่อ..รอทีท่า
แล้วถามว่า..สนใจ..ไหมลูกหนู
มีอะไร..อยู่ในมือ..จะให้ดู
ถ้าอยากรู้..เขกพื้น..ไปสามที
รีบทำตาม..คุณพ่อ..หนูขอเห็น
ว่าซ้อนเร้น..สิ่งใด..ในมือนี้
พ่อบอกว่า..ไม่พอ..อีกห้าที
มิรอรี..เขกพื้นตาม..คำพูดมา
แล้วก็เปลี่ยน..จากห้า..มาเป็นสิบ
หนูก็รีบ..ทำตาม..จนสิบห้า
พ่อขาพ่อ..ขออุทธรณ์..อ้อนวาจา
บอกหนูหน่อย..เถิดหนา..อย่าแกล้งกัน
พ่อหัวเราะ..แบมือ..ที่กำไว้
คือเหรียญห้า..ดวงใจ..สงสัยนั้น
เป็นเพียงสิ่ง..ธรรมดา..หาสำคัญ
แล้วก็กำ..มือพลัน..ปิดมันลง
ดูอีกไหม..ลูกจ๋า..ถ้าอยากรู้
พ่อของหนู..เอ่ยถาม..ความประสงค์
เขกพื้นเพียง..ห้าที..ขอลดลง
หนูส่ายหน้า..ว่าปลง..ไม่หลงกล
เอ้า.!!หนึ่งที..ก็ได้..พ่อให้สิทธิ์
หนูไม่คิด..อยากรู้..ดูอีกหน
พ่อบอกว่า..ฟรีก็ได้..ดวงกมล
หนูไม่สน..แม้พ่อโชว์..เหรียญออกมา
พ่อสอนว่า..นี่แหละลูก..คือความลับ
คนมักจับ..เอาใจ..ไปใฝ่หา
ทำทุกอย่าง..เพราะอยากรู้..นะลูกยา
สมปรารถนา..ก็ร้างลา..แม้ดูฟรี
สิ่งที่พึง..หวงแหน..ของลูกหญิง
มีค่ายิ่ง..นะดวงใจ..ไว้ศักดิ์ศรี
ให้ใครรู้..ก่อนเวลา..มันไม่ดี
เหมือนเหรียญห้า..ที่ดูฟรี..ไม่ต่างกัน
..........................................................
ลูกเอ๋ย..ฟังพ่อนะ
จงเลือกทำตัวให้มีค่า..
อย่าเลือกเป็นเหรียญห้า..ให้ดูฟรี
นะลูกรัก..ของพ่อ
..........................................................

* อิทธิฤทธิ์มนต์มหาเสน่ห์ *
แก้วประเสริฐ
* อิทธิฤทธิ์มนต์มหาเสน่ห์ *
* โอม...มหิศร์อิทธิฤทธิ์ดลกอไผ่แตกขุย
น้ำจงแตกฉลุยลุยจิตใจระรัว
สาวแก่แม่หม้ายใครไม่เอา*ทำผัว
หวาดระแวงกลัว*ให้วอดวาย..
สิทธิสวาหะฤาชาสวาโหม...โอมเพี้ยงๆๆฯ
********************
เสียงมนต์ก้องร้องกำกับสำทับอยู่
ศิษย์เคียงคู่ดูอาจารย์นั้นกล่าวร่าย
มนต์มหาเสน่ห์เล่ห์กลอีกมากมาย
เสียงสั่นคล้ายผีเข้าจ้าวทับทรง
มืออาจารย์เ*่ยวย่นปนเทียนเสก
อีกร่ายเวทย์เขียนอักขระตามประสงค์
ขันน้ำมนต์พรมพ่นจนนวลอนงค์
กายอ่อนลงเปลือยร่างสร้างโลกีย์
สะท้านทรวงหน่วงลึกคึกร่างร่อน
เงาสะท้อนแสงเทียนเวียนร่างฉวี
มือร่ายเทียนขวาน้ำมันซ่านชีวี
กายสตรีสุดผวาครามือคลำ
มนต์อุบาทว์สั่นสะท้านพล่านร่านจิต
กำกับชีวิตผ่อนตามความเลิศล้ำ
มือชำนาญของเฒ่าเข้าชอนชำ
แฝงเงื่อนงำลุกเร้าเคล้าอารมณ์
พอศิษย์สาวพร่ำเพ้อละเมอซ่าน
ร้องเรียกขานพล่านเสน่ห์อาจารย์ขย่ม
เสียงมนตรายิ่งสำทับปรับเริงรมย์
แทรกซึมบ่มโน้มชีวันขวัญชีวา
ครั้นเสร็จสิ้นพิธีกรรมนำสรรค์สู่
ว่ามนต์*สำแดงฤทธิ์สิทธิหวา
ไม่เกินเจ็ดวัน*จงรีบเข้ามา
กำกับเสน่หาครอบไว้ได้ซ้ำเติม
ฤทธิ์พรายเสกน้ำมันยันต์อักขระ
จะชำระจิตชอนไชเพราะได้เสริม
คนหลงใหลใฝ่รักจะพูนเพิ่ม
ล้วนจะเยิ้มเสน่หาแม่ยาใจ
ใช้ปัญญาตรองคิดก่อนผิดเสีย
เรื่องผัวเมียเด่นดังยังทำได้
ตัวของเราย่อมรู้สู่นอกใน
สิ่งทั้งหลายใครรู้เท่าตัวของเรา
ที่เขียนกลอนลงไว้ในที่นี้
มิได้มีเจตนาลามกเข้า
เห็นผู้คนหลงใหลด้วยมัวเมา
เชื่อโฉดเขลาเบาปัญญาแส่หาเอง.
*แก้วประเสริฐ.*

สิ่งที่เล็กแต่มากค่า
ไรไก่
ถึงแม้ฉันจะเป็นแค่กรวดเม็ดน้อย
สีเศร้าสร้อยดูไร้ค่าน่าใจหาย
นำมากองรวมกันนั้นมากมาย
สื่อความหมายภูเขาสูงได้เช่นกัน
ถึงแม้ฉันก้าวเดินได้แสนใกล้
แต่หัวใจหนักแน่นไม่หวาดหวั่น
หนทางไกลแม้นลำบากพร้อมลุยพลัน
ด้วยมาดมั่นถึงก้าวสั้นรวมได้ไกล
คำหนึ่งคำถึงสั้นสั้นแต่มีค่า
แก้ปัญหาหลุดพ้นความหมองไหม้
รสวจีหยาดหยดวางกลางใจ
ก่อเกิดให้เพิ่มในรักภักดิ์มิคลาย
สิ่งเล็กน้อยดูด้อยค่าคราพบเห็น
นำมาเป็นข้อคิดนิมิตรหมาย
ถึงน้อยนิดมากค่าเกินบรรยาย
ส่องลวดลายปรากฎงดงามจริง


 บทกวีรักของ      ผู้ชายขายขาด
เมื่อ      1  พ.ย. 48  18:26:31น.
แสนรุ่มร้อนใจต้องของสาธารณะ
ทุกขณะจิตคิดใฝ่อยากได้เขา
ยอมทุกอย่างให้คนเด่นเป็นของเรา
จะโศกเศร้าภายหลังยังหมายปอง
คนของหลวงคู่ควงมากฉันอยากได้
ทำอย่างไรจะได้เคียงเพียงเราสอง
มีเพียงใจดวงเดียวมาเกี่ยวดอง
รู้ว่าร้องในสักวันฉันไม่กลัว
เล่นกับไฟใจดื้อขอซื้อขาด
เพราะอำนาจรักหลงเขาลืมเงาหัว
ของต้องห้ามน่าปลื้มจนลืมตัว
ยอมพันพัวอื้อฉาวถูกสาวรุม
ใจหนอใจใยสมัครรักของหลวง
ยามติดบ่วงรุ่มร้อนนอนกลัดกลุ้ม
ต้องมีทางที่ใจเขาเราได้กุม
ขอยอมทุ่มทุกอย่างเพื่อทางรัก
ใจเจ้าเอยไยรั้นฝันอยู่ได้
รู้แก่ใจจะร้าวรานอาการหนัก
ไฟเสน่หายั่วเย้าแมงเม่านัก
ยอมสมัครชีพเราเฝ้ากองไฟ
หากเจ็บมาไม่กล้าโทษโกรธใครหรอก
รู้ช้ำชอกเพราะทำตนให้หม่นไหม้
หญิงดีดีมีมากไม่หลายใจ
ดันไปใฝ่ของเขาปวดร้าวใจ


 บทกวีรักของ      เหงา
เมื่อ      1  พ.ย. 48  15:38:16น.
ยามเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
ดูเคว้งคว้างจิตฉันนั้นหวั่นไหว
ปล่อยความคิดล่องลอยเหมือนคอยใคร
จะมีไหมใครคนนั้นที่ฉันรอ
จึงอยู่อย่างเงียบงันในวันนี้
เหงาสิ้นดีใจนั้นมันเริ่มท้อ
ความโศกเศร้าถมอุราน้ำตาคลอ
มาช่วยต่อเติมใจให้แก่กัน
ยามหลับตาเมื่อใดใจสะอื้น
ทุกค่ำคืนอ้างว้างเหมือนค้างฝัน
แสนโดดเดี่ยวเศร้าทรวงดวงชีวัน
กายหนาวสั่นจิตท้อทรมาน
เพียงเดียวดายในวิถีของชีวิต
คราวหวนคิดยิ่งพาน่าสงสาร
ทางข้างหน้าท้อแท้แค่ร้าวราน
คงจะผ่านทางไปไร้คนเคียง





 บทกวีรักของ      หัวใจขบถ
เมื่อ      1  พ.ย. 48  15:35:11น.
เคยพลาดพลั้งแพ้พ่ายไร้สภาพ
จนเข็ดหลาบกลัวเกรงเพลงบทเหงา
ความทรงจำเก่าก่อนยังหลอนเรา
ตามเป็นเงาสนิทแนบแทบทุกครา
ยังหวาดหวั่นพรั่นพรึงถึงความเจ็บ
ที่แนมเหน็บหยอกเอินเกินรักษา
ปล่อยกาลผันผ่านลับนับเวลา
ให้เยียวยาหัวใจหายตรอมตรม
ริ้วรอยแผลเลือนรางอย่างช้าช้า
ท่ามอุราเปลี่ยวเหงาเศร้าขื่นขม
บางครั้งต้องกล้ำกลืนฝืนอารมณ์
กดเก็บข่มสายสวาทที่บาดใจ
แต่วันนี้ไยขบถกับอดีต
ที่เฉือนกรีดดวงมานจนหวั่นไหว
ฤๅลืมเลือนรอยหมองครองทรวงใน
จึงเปิดใจให้ความรักเข้าทักทาย๚ะ๛




 บทกวีรักของ      ใครสักคน
เมื่อ      1  พ.ย. 48  12:11:47น.
เหนื่อยหนัก...พักตรงนี้ได้ไหม
หัวใจกำลัง อ่อนและรอนล้า
พลังงาน เริ่มลดลงไม่คงวา
น้ำตา เริ่มเริงร่า ท้าหัวใจ
มีไหม? ใครสักคนหนึ่ง
ไม่ต้องพูดคำซึ้ง ๆ หวาน ๆ ให้ใจไหว
ไม่ต้องปลอบโยน แสดงความห่วงมากมายเกินไป
ไม่ต้องเช็ดน้ำตา ที่รินไหล ให้รู้สึกดี
ขอแค่...นั่งอยู่เคียงข้าง ใกล้ ๆ
เกาะกุมมือกันไว้...แค่นี้
สบตาให้รู้ ว่าข้างกายฉันยังมี
คนหนึ่งคนนี้ ที่ห่วงใยกัน


 บทกวีรักของ      คนไกล
เมื่อ      1  พ.ย. 48  11:25:41น.
สื่อถึงคน อยู่ไกล ใจแสนรัก
ยังแน่นหนัก รักปอง เฝ้าครองขวัญ
ใจดวงเดิม หากเติม เพิ่มทุกวัน
มิแบ่งปัน ใครแล้ว นะแก้วตา.....
คิดถึงเธอ คิดถึง ใจแทบขาด
ยังคงหวาด หวั่นไป อาลัยหา
เคยอิงแอบ แนบชิด ยามนิทรา
สองวิญญา ร้อยเรียง คู่เคียงกัน.....
สื่อกลางจิต เพื่อเธอ ยังเพ้อพร่ำ
ดุจลำนำ เพลงกลอน สุนทรสรรค์
ฝากสายลม พรมพร่าง กลางแสงจันทร์
จวบถึงวัน เธอกลับ มารับใจ......
** คิดถึงนะ.. คิดถึง..ใจจะขาด...
แต่ไม่อาจ บอกเธอ เพ้อขานไข
ด้วยเป็นหญิง มิกล้าเอ่ย เผยความนัย
ทั้งที่ใจ รักแท้ มอบแด่เธอ....ฯ


 บทกวีรักของ      ศรัทธา
เมื่อ      1  พ.ย. 48  10:56:32น.
น้ำหยดลงหินทุกวันมันยังกร่อน
ทะเลทรายแสนร้อนคนข้ามได้
เขาเสียดฟ้าค้นหาทางก้าวย่างไป
สาอะไรกับหัวใจใครสักคน
คำสัญญาค่าแรกรักสลักมั่น
ย่อมมีวันผันไปใจสับสน
หลายสิ่งสรรมันเข้ามาพาใจจน
เป็นเหตุผลคนเปลี่ยนคำนำสัญญา
รักนิรันดร์มันไม่มีอยู่ในโลก
วิปโยคบ้างโศกเศร้าเหงาหนักหนา
แรกของรักสลักไว้ไม่ร้างรา
ผ่านเวลาค่าถดถอยจนด้อยไป
เพราะทุกสิ่งไม่จีรังยั่งยืนนาน
รักหรือฝันวันผ่านกาลแฝงไว้
ความเปลี่ยนแปรแก่ทุกสิ่งแม้มั่นใจ
ความอ่อนไหวเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
เพียงเรานี้มีศรัทธาเป็นค่าตั้ง
ด้วยพลังพยายามตามค้นหา
เก็บความรักค่อยถักทอต่ออุรา
อย่าได้ล้าพาให้มั่นไม่หวั่นใจ

 บทกวีรักของ      มองต่างมุม
เมื่อ      1  พ.ย. 48  10:52:50น.
เหรียญหนึ่งนั้นมีมุมมองทั้งสองด้าน
อยู่ที่การพินิจคิดด้านไหน
ด้านหนึ่งดูงดงามตามที่ใจ
จึงสร้างใส่สิ่งสวยด้วยอัตตา
จึงตัดสินสิ่งใดอย่างใจคิด
เห็นวิจิตด้านหนึ่งจึงไขว่หา
ด้วยลืมใช้สติพิจารณา
ลืมไปว่าที่ดูอยู่ด้านเดียว
อีกด้านหนึ่งไม่พลิกดูให้รู้แจ้ง
ทำเหมือนแกล้งเชือนแชมิแลเหลียว
กลัวผิดหวังในดวงแดแน่นักเทียว
กลัวไม่เกี่ยวกับสิ่งนั้นฝันให้เป็น
แล้ววันหนึ่งเหรียญนั้นมันกลับด้าน
ทรมานหัวใจเมื่อได้เห็น
มองเห็นสิ่งลำบากยากลำเค็ญ
ที่ซ่อนเร้นปิดไว้ไม่อยากมอง
ทั้งชีวิตเศร้าสลดแสนหดหู่
เมื่อได้รู้ด้วยสองตาพาหม่นหมอง
สิ่งสวยงามที่รู้สึกนึกลำพอง
กลายเป็นของไม่คาดคิดในจิตใจ
เพราะเพียงมองด้านหนึ่งจึงไม่ทราบ
มองเพียงภาพด้านดีมิสงสัย
พอมารู้มาเห็นความเป็นไป
จึงมิอาจปลงได้ใจตัวเอง


 บทกวีรักของ      บ่น
เมื่อ      1  พ.ย. 48  10:42:48น.
เบื่อมากมายหลายล้านเหตุการณ์เบื่อ
เบื่อเหลือเชื่อเบื่อได้ไม่จำกัด
เบื่อเส้นทางที่รถติดชะมัด
เบื่อคนขัดคอเราไม่เข้ารอย
เบื่อฝนฟ้ามาพรำให้ย่ำเปรอะ
เบื่อเรื่องราวเลอะเทอะพวกชอบฝอย
เบื่อนัดหมายที่ช้าต้องมาคอย
เบื่อไม่น้อยการงานบานตะไท
เบื่อคนพูดไม่ตรงคงเรื่องราว
เบื่อการคิดสืบสาวเพื่อแก้ไข
เบื่อคำพูดจากปากต่างกับใจ
เบื่อโรคภัยที่มีทุกวี่วัน
เบื่อกับความเจ็บใจในบางคน
เบื่อรอผลบางสิ่งที่อิงฝัน
เบื่อความทุกข์ที่มีทั้งร้อยพัน
เบื่อที่สุดคือใจนั้นที่ต้องทน
บ่นไปไยบ่นไปก็ยิ่งเบื่อ
บ่นแล้วใจคลุมเครือทั้งสับสน
บ่นมากมายขยายเรื่องให้วกวน
บ่นแล้วยิ่งเกิดผลให้ท้อใจ
บ่นนานนานพาลเบื่อตัวเองบ่น
บ่นแล้วงานยังล้นมิลื่นไหล
บ่นกี่ครั้งเขายังพูดเรื่อยไป
บ่นทำไมกับเจ็บป่วยไม่ช่วยเลย
บ่นพร่ำไปหาใช่เป็นเรื่องดี
บ่นอย่างนี้เปลืองพลังกว่านั่งเฉย
บ่นมากมากปากถึงหูน่าเกลียดเอย
บ่นแล้วยิ่งคุ้นเคยกับอ่อนแอ
ทนเอาไว้ตั้งใจฝ่าให้พ้น
ทนลำบากตรากตนทนบาดแผล
ทนเจ็บปวดรวดร้าวเหงาดวงแด
ทนเอาไว้อย่าแพ้กิเลสลวง
ทนต่อสู้รู้ข่มปมความโกรธ
ทนการโอดครวญไว้ให้หนักหน่วง
ทนทำงานเบิกบานไม่ท้อทรวง
ทนคือฐานของปวงสำเร็จการ

 บทกวีรักของ      กุ้ง
เมื่อ      31  ต.ค. 48  00:09:13น.
อธิษฐานต่อดาวที่พราวฟ้า
ขอจันทราชี้ทางคนร้างหวัง
เมตตาคนหัวใจใกล้จะพัง
ถูกความหลังฝังแน่นลงแก่นใจ
๏ โปรดนำพาคำรักหนักหน่วงจิต
สู่ชีวิตที่ถูกพรากจากเคยใกล้
นางอันเป็นที่รักปักทรวงใน
บัดนี้ไกลเกินคว้ามาชื่นชม
๏ โชคชะตาเล่นกลคนรักมั่น
ต้องจากกันสุดหล้าน่าขื่นขม
ใจสองดวงดั่งห่วงคล้องต้องตรอมตรม
ตัวข้าจมน้ำตาสุดอาลัย
๏ ทุกคืนพร่ำเพ้อหาอย่างบ้าคลั่ง
มิอาจรั้งแก้วตากลับมาได้
จึงฝากดาวและเดือนย้ำเตือนใจ
แม้จากไปรักข้ายังจะยั่งยืน
๏ ขอเธอจำคำมั่นอันเคยให้
จะไม่รักหญิงใดไม่เป็นอื่น
ตราบวันร่างถูกโลกฝังกลบกลืน
มิขอคืนลมปากฝากรักเธอ ...


 บทกวีรักของ      นา
เมื่อ      30  ต.ค. 48  23:22:57น.
โลกของฉันมันแสนจะเงียบเหงา
มีความเศร้าต่อเติมเพิ่มความหนาว
ไฉนรักแสนรักไม่ยืนยาว
จนต้องกล่าวแน่ชัดตัดเยื่อใย
ก็คงต้องทำใจเมื่อไกลเขา
รักของเราเหมือนฝันอันยิ่งใหญ่
แต่จบลงแสนสั้นนั้นเร็วไป
แทบคลั่งไคล้สุดทนจนด้วยคำ
มีความผิดคิดร้ายไหมตัวฉัน
เพียงฉับพลันหนีหายกลายครวญคร่ำ
หากเธอพบรักใหม่โปรดได้จำ
แม้แสนช้ำยังสุขใจไปด้วยเธอ
อวยพรว่าขอให้ได้สมหวัง
ทุกสิ่งดั่งคิดไว้สวยใสเสมอ
หากชาติหน้ามีจริงยิ่งอยากเจอ
แม้รักเก้ออีกครั้งยังเต็มใจ
น้ำตานองสองแก้มแกมความเศร้า
คงเป็นเพราะตัวเราช่างเผลอไผล
ทำเข้มแข็งแสร้งว่ามิเป็นไร
แต่ภายในร่ำร้องนองน้ำตา
คิดถึงมากสุดทนจนปวดร้าว
ไม่มีข่าวจากเธอพร่ำเพ้อหา
อยากฟังเสียงซ้ำย้ำเจรจา
แต่ทุกคราทนรอท้อฤทัย
ขออย่าคิดถึงฉันนะวันนี้
หากคนดีพักผ่อนนอนหลับไหล
จะมาหาคราฝันอย่างมั่นใจ
จวบฟ้าใหม่อีกครั้งหวังเหมือนเดิม


 บทกวีรักของ      น้ำ
เมื่อ      30  ต.ค. 48  22:37:27น.
เสียงทั้งลมทั้งฝนบนฟ้าป่วน
เสียงฟ้าครวญหวนไห้ใจหม่นหมอง
เสียงฝนหลั่งดั่งว่าน้ำตานอง
คราเราสองต้องพรากต้องจากกัน
แสนอาลัยห่วงหาเธอลาจาก
เธอมาพรากจากแล้วแก้วตาขวัญ
พี่ร่ำไห้ไร้สุขทุกคืนวัน
ต้องรำพันผู้เดียวแสนเปลี่ยวใจ
แสนโดดเดี่ยวเอกาและว้าเหว่
ใจหันเหโหยหาน้ำตาไหล
ก่อนเคยเคียงคู่เคล้าเจ้าจากไกล
คนเคยใกล้มา*งต้องร้างลา
ขอจงคืนกลับมาหากันใหม่
เติมเชื้อไฟรักแล้งให้แรงกล้า
ช่วยปลุกปลอบหายเศร้าร้าววิญญา
ขอเธอมาลบความเศร้าเหงาหัวใจ

 บทกวีรักของ      น้ำ
เมื่อ      30  ต.ค. 48  22:34:40น.
ทั้งเสียงลมและฝนจนปั่นป่วน
แต่เสียงครวญในใจนั้นร้ายกว่า
ด้วยคิดถึงจนร้าวรวดปวดอุรา
ยังโหยหาทุกวันฝันทุกคืน
ก็เป็นได้แค่เพียงความคิดฝัน
อยากพบกันสักหนจนสุดฝืน
รักเหลือล้นจนสุดจะกล้ำกลืน
แสนขมขื่นดวงใจไม่สมปอง
ที่เคยบอกว่ารักมากเหลือล้น
จึงดิ้นรนมากมายหมายเกี่ยวข้อง
แต่กลับกลายชอกช้ำน้ำตานอง
เรามิใช่เจ้าของที่แท้จริง
ให้โชคดีมีสุขในทุกอย่าง
ความอ้างว้างประทับกับใจหญิง
จะเก็บรักเอาไว้ไม่ประวิง
เรื่องช่วงชิงจากใครฉันไม่ทำ
เชิญก้าวไปในทางอย่างที่เลือก
ความเย็นเยือกในใจให้ครวญคร่ำ
บทเรียนนี้จบท้ายได้จดจำ
ทุกถ้อยคำจากชายร้ายสุดทน


 บทกวีรักของ      000
เมื่อ      30  ต.ค. 48  22:28:41น.
เสียงทั้งลมทั้งฝนบนฟ้าป่วน
เสียงฟ้าครวญหวนไห้ใจหม่นหมอง
เสียงฝนหลั่งดั่งว่าน้ำตานอง
คราเราสองต้องพรากต้องจากกัน
แสนอาลัยห่วงหาเธอลาจาก
เธอมาพรากจากแล้วแก้วตาขวัญ
พี่ร่ำไห้ไร้สุขทุกคืนวัน
ต้องรำพันผู้เดียวแสนเปลี่ยวใจ
แสนโดดเดี่ยวเอกาและว้าเหว่
ใจหันเหโหยหาน้ำตาไหล
ก่อนเคยเคียงคู่เคล้าเจ้าจากไกล
คนเคยใกล้มา*งต้องร้างลา
ขอจงคืนกลับมาหากันใหม่
เติมเชื้อไฟรักแล้งให้แรงกล้า
ช่วยปลุกปลอบหายเศร้าร้าววิญญา
ขอเธอมาลบความเศร้าเหงาหัวใจ


 บทกวีรักของ      
เมื่อ      30  ต.ค. 48  18:36:12น.
ทั้งเสียงลมและฝนจนปั่นป่วน
แต่เสียงครวญในใจนั้นร้ายกว่า
ด้วยคิดถึงจนร้าวรวดปวดอุรา
ยังโหยหาทุกวันฝันทุกคืน
ก็เป็นได้แค่เพียงความคิดฝัน
อยากพบกันสักหนจนสุดฝืน
รักเหลือล้นจนสุดจะกล้ำกลืน
แสนขมขื่นเธอนั้นไม่หันมอง ...

 บทกวีรักของ      
เมื่อ      30  ต.ค. 48  17:44:26น.
เงารางรางรำไรยังไหวพร่า
คอยลวงตาเหมือนมีอยู่ที่นั่น
กลางเปลวแดดแววดาวสกาวจันทร์
คลับคล้ายควันลอยคว้างอย่างเคยเป็น
แต่ป่วยการเข้าใกล้เพื่อไขว่คว้า
แล้วพบว่าไม่มีอย่างที่เห็น
ความว่างเปล่าปรายตายิ้มชาเย็น
เย้ยคนเข็ญจนขมจมคร่ำครวญ
อาจเคยมีเมล็ดพันธุ์ความฝันใฝ่
เฝ้าหวังให้แตกกล้ามาเต็มสวน
เหนือดินแล้งแห้งผากยากไถพรวน
สุดท้ายล้วนเมล็ดลีบ......ใจตีบตัน
คนต้อยต่ำขาดต้นทุนหนุนชีวิต
หรือมีสิทธิ์ก่นสร้างเส้นทางฝัน
ไร้เรี่ยวแรงแห่งรักช่วยผลักดัน
ความเหงาคอยบีบคั้นคับข้องใจ
จึงจมปลักดักดานกับการท้อ
ฝันที่รอเลอะเลือนเหมือนเหลวไหล
ปล่อยชีวิตเคว้งคว้างหมดทางไป
ศพเดินได้เดินหลงกลางดงคน
เงารางรางรำไรยังไหวพร่า
ภาพลวงตาแอบแฝงทุกแห่งหน
ผู้ลืมทิศหลงทางกลางมืดมน
จมวังวนคืนวันอันเปล่าเปลือง

 บทกวีรักของ      
เมื่อ      30  ต.ค. 48  17:42:12น.
มายาภาพงามในความฝัน
เติมต่อคืนวันที่ขาดหาย
บางส่วนวิ่นว่างกลับพร่างพราย
คลับคล้ายเติมใจแต่ไม่เต็ม
ภาพร่างลากยาวสาวอดีต
ภาพเก่าสีซีดวาดจนเข้ม
รอยชื้นรื้นน้ำตายังปร่าเค็ม
ถูกกระเทาะเลาะเล็มมิลืมเลือน
รอยแผลลึกฝังทั้งชีวิต
มีสิทธิ์คอยเฝ้าเงาดำเปื้อน
อยากกลบลบรอยภาพคอยเตือน
ก่นเดือนบ่นดาวก็เท่านั้น
ภาพเธอ-ฉันรำไรยังไหวพร่า
ลวงตาหลอนใจเหมือนในฝัน
หัวใจเย็นเยียบและเงียบงัน
แต่ฝันไม่เคยจบพร้อมศพคน

 บทกวีรักของ      
เมื่อ      30  ต.ค. 48  17:24:45น.
เธอถามฉันวันวานหายไปไหน
ฉันหายไปราวลมรำเพยผ่าน
แล้วกลับมาพร้อมแสงดาวบนสายธาร
และกรุ่นกลิ่นดอกไม้หวานจากภูดอย
ฉันหายไปค้นหาเวลาชีวิต
ท่ามกลางความมืดมิดอันเศร้าสร้อย
ท่ามกลางตึกระฟ้าระดะรอย
ฉันยังคอยกลิ่นหญ้าระคนกัน
ฉันหายไปนั่งนิ่งในคืนเพ็ญ
ลมพัดเย็นชวนเรไรมาสังสรรค์
ฉันนั่งฟังเพลงผิวจากป่าชัน
ที่กระท่อมลานจันทร์ตลิ่งดาว
ฉันนั่งคิดชีวิตตอนเป็นเด็ก
โลกใบเล็กอุ่นไอไม่เหน็บหนาว
แหงนมองฟ้าคราใดใจเต้นราว
โลกกว้างขึ้นทุกคราวกระพริบตา
ในแดดเช้าน้ำค้างพร่างใบไม้
หยดน้ำไหวยามฉันเป่าใบหญ้า
ระบำฝุ่นหมุนคว้างเมื่อบ่ายมา
ค่ำเอ่ยลาตะวันอันรองเรือง
โลกอบอุ่นใบเล็กของเด็กน้อย
กลับเงียบหงอยปราศจากการเล่าเรื่อง
ฉันว่ายเวิ้งวังวนของคนเมือง
มิรู้เปลืองเท่าไรใช้เวลา
ฉันหายไปเพียงเขียนกวีสักบท
เพื่อแทนทดสิ่งที่ฉันโหยหา
หัวใจยังต้องการฝันนำพา
ให้รู้ว่าชีวิตมีชีวิต…


 บทกวีรักของ      ป.ปลา
เมื่อ      30  ต.ค. 48  17:00:28น.
หยดน้ำค้าง แผ่วพรม ชโลมโลก
กลีบดอกโศก หล่นลงดิน อย่างสิ้นหวัง
รอยแผลเก่า ยืดเยื้อ เจ็บเรื้อรัง
เขาคงชัง น้ำหน้า ยิ่งกว่าใคร
สีทองฉาย แสงแรก ประดับดิน
นกกาบิน คู่เคียง ส่งเสียงใส
ปลายขอบฟ้า เรืองรอง ผ่องอำไพ
คนเหงาใจ ทอดถอน นอนไม่ลง
ใต้ผ่าห่ม ผืนใหญ่ ดูไกล*ง
ตะแคงข้าง มองแผ่นหลัง ยังลุ่มหลง
ใครหนอพูด แน่นหนัก รักยืนยง
ข่มตาปลง ยอมหลับ กับน้ำตา


 บทกวีรักของ      kohzo
อีเมลล์   kohzo1974@hotmail.com
เมื่อ      18  ต.ค. 48  16:01:14น.
เมามายใช่ไร้รัก ไร้รักใช่เมามาย....

 บทกวีรักของ      หนอนตำรา
อีเมลล์   yut-@hotmail.com
เมื่อ      12  ต.ค. 48  09:38:54น.
แด่..นา&นัน
*มันคนบ้ารักเกินหักจิต
รักเกินคิดประเมิณประมาณหมาย
ถึงแม้ผลรักนั้นจะกลับกลาย
ก้อมิวายที่จะรักอีกต่อไป
....................................จาก ยุทธ..

 บทกวีรักของ      ไรเร
เมื่อ      8  ต.ค. 48  09:11:26น.
เมฆทะมึนเคลื่อนคล้อยลอยลงต่ำ
ก่อนฝนพรำฉ่ำชื่นทั้งพื้นผิว
ลมก็พัดยอดไม้จนไหวปลิว
เป็นแถวทิวพริ้วไหวตามสายลม
ชีวิตเหมือนมืดมนก่อนฝนตก
ต้องระหกระเหินเกินขื่นขม
ความลำบากตรากตรำต้องตรอมตรม
มิเคยได้อภิรมย์สมฤทัย
ได้ยินเสียงคำรามกัมปนาท
สายฟ้าฟาดชีวันก็หวั่นไหว
เหมือนสวรรค์เกรี้ยวโกรธพิโรธใคร
หรือเพราะได้พิพากษาชีวาคน
จึงบันดาลฝนฉ่ำชำระล้าง
จิตและร่างทุกข์คลายหายหมองหม่น
คงเพริศแพร้วแสงสว่างกลางกมล
เลิกสับสนพ้นทุกข์สุขสักที
เมื่อสายฝนรินรดหยดสุดท้าย
ดวงตะวันเฉิดฉายประกายสี
ส่องสว่างทั่วทั้งธรณี
เห็นวิถีให้ก้าวอีกยาวนาน
แหงนมองฟ้าสดใสไร้เมฆฝน
คงหลุดพ้นก้าวข้ามความร้าวฉาน
มีวันนี้ปราโมทย์คงโปรดปราน
ส่งสะพานสายรุ้งมาจากฟ้าไกล

 บทกวีรักของ      ป.ปลา
อีเมลล์   หัวใจ
เมื่อ      19  ก.ย. 48  19:44:51น.
มีหัวใจดวงหนึ่งซึ่งช้ำชอก
อยากเอาออกมาเทมาเร่ขาย
หากคนซื้อจริงใจไม่ทำลาย
จักจำหน่ายไม่เกี่ยงเลี่ยงราคา
เพราะเก็บเอาไว้นานร้าวรานจิต
เหมือนชีวิตอับจนคนไร้ค่า
จึงประกาศมีไหมใครเมตตา
ช่วยเยียวยาใจยับรับเอาไป ฯ
ใจบอบบางวางรอหมอมาช่วย
ความเจ็บป่วยด้วยรักถูกผลักไส
ทรมานนานนักเกินหักใจ
จะได้ใครดูแลแก้กลับคืน?


 บทกวีรักของ      ป.ปลา
อีเมลล์   วสัน์สวาท
เมื่อ      19  ก.ย. 48  14:10:42น.
ความร้อนรุมสุมทรวงช่วงเมษา
รอเวลาล่วงกาลผ่านคิมหันต์
ก็ย่างเข้าพฤษภามาหลายวัน
มิถุนาพาฝันวสันต์เยือน
เมฆพยับเกาะกุมเป็นกลุ่มก้อน
ความรุ่มร้อนค่อยคลายมลายเหมือน
เพลงพระพายพลิ้วสะบัดพัดมาเตือน
ฟ้าสะเทือนส่งสำเนียงเสียงคำราม
ดังกึกก้องพสุธาฟ้าพิโรธ
คล้ายกริ้วโกรธใครมาน่าเกรงขาม
จากที่เคยแลเห็นเป็นสีคราม
น่าครั่นคร้ามมืดครึ้มทะมึนดำ
เมื่อวสันต์พร่างพรูสู่พฤกษา
พงพนาทั่วแคว้นแสนชุ่มฉ่ำ
ฤดูกาลหว่านกล้านาที่ดำ
เมื่อมีน้ำเจิ่งนองทั่วท้องนา
ฉันนั่งเหม่อเผลอมองช่องหน้าต่าง
คิดถึงนางน้องนวลครวญเพ้อหา
เห็นสายฝนพร่างพราวราวน้ำตา
หยาดจากฟ้าร่วงหล่นบนผืนดิน
ครั้งวสันต์พร่างพราวในคราวก่อน
ลองนึกย้อนภาพความหลังยังถวิล
อยู่ตรงนี้มองฝนฟ้าธาราริน
ยังหอมกลิ่นกายเจ้าเร่าร้อนใจ
ละอองฝนฉ่ำเย็นกระเซ็นซ่าน
สั่นสะท้านคลอเคล้าเจ้าหวั่นไหว
ต่างเปียกปอนแต่เมื่อพิงอิงอุ่นไอ
เหมือนมีไฟร้อนรุมสุมอุรา
เฝ้าเล้าโลมลูบไล้ตามไรผม
อยากเชยชมพุ่มพวงดวงยี่หวา
ในอ้อมแขนคลอเคล้าเจ้าขวัญตา
ปรารถนาพิสวาทมิคลาดคลาย
เชยพักตร์นางประคองแก้มแต้มจุมพิต
แนบสนิทโฉมพธูมิรู้หน่าย
เนื้อแนบเนื้อหอมละมุนอุ่นใจกาย
หลอมละลายรื่นภิรมย์สมฤดี
ดั่งพายุปรารถนาเริ่มพาพัด
โถมเข้าซัดสาดใส่ในวิถี
อัศจรรย์โปรยปรายสายวารี
บ้างเร็วรี่บ้างฉะเฉื่อยระเรื่อยริน
บางครั้งเอื่อยดุจว่าจะซาแล้ว
ดูผะแผ่วพระพายคล้ายจะสิ้น
เรี่ยวแรงล้าร่วงหล่นบนผืนดิน
ระรวยรินปริ่มว่าจะขาดรอน
แล้วก็พลันกระหน่ำซ้ำสาดซัด
กรรโชกพัดถั่งโถมจนโอนอ่อน
ทั่วพฤกษาคงมั่นยังสั่นคลอน
รากจักถอนถึงโคนเกือบโค่นลง
เมื่อพิรุณรินรดหยดสุดท้าย
ทั้งใจกายภิรมย์สมประสงค์
นภาภางค์สว่างแล้วมิแคล้วคง
ลืมไม่ลงวสันต์สวาทมิคลาดคลาย
ยามฝนมาคราใดใจคิดถึง
เพ้อรำพึงอนงค์นางมา*งหาย
คงลืมสิ้นความฝันพลันกลับกลาย
ไปกับสายพิรุณลับไม่กลับมา

 บทกวีรักของ      เย่ซา
เมื่อ      16  ก.ย. 48  10:55:44น.
โอ้ความรักเป็นอย่างไรใครรู้บ้าง
ทุกก้าวย่างเป็นอย่างไรใครจะเห็น
ฉันคนหนึ่งทีซึ่งยังรักไม่เป็น
ยังไม่เห็นคุณค่าน่าเสียดาย.....................


 บทกวีรักของ      เตียาเสี่ยน
อีเมลล์   P_samui@yahoo.co.th
เมื่อ      7  ก.ย. 48  10:35:18น.
เมื่อมีความรักมันมักจะเกิดขึ้นพร้อมๆกับความคาดหวัง
เมื่อเกิดความคาดหวังมันมักจะเดินทางไปพร้อมๆกับความทุกข์
เมื่อเกิดความรักจงลดความคาดหวังและเปลี่ยนจากความคาดหวังเป็นความชื่นชม
เมื่อชื่นชมจากแก่นแท้ของความรักและไร้ความคาดหวัง
ท่านจะมีแต่สุข สุขโดยไม่หวัง

 บทกวีรักของ      ลอยไปในสายลม
อีเมลล์   pool_nut19@hotmail.com
เมื่อ      6  ก.ย. 48  19:32:13น.
ฉันรักเธอเธอรู้ไหมว่าฉันรัก
รักมากนักรักเสมอมิเปลี่ยนผัน
ขอให้เธอรับรู้ไว้ในทุกวัน
ว่าตัวฉันนั้นรักมั่นนิรันดร.....
 
หน้า  | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook