" ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแห่งเราแล้ว... เราขอเตือนเธอทั้งหลายให้จำมั่นไว้ว่า... สิ่งทั้งปวงมีความเสื่อม และสิ้นไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด "

พระไตรปิฏกฉบับชาวบ้าน
       

พระวินัยปิฎก


พระสุตตันตปิฎก


พระอภิธรรมปิฎก

 


พระสูตร

กัจจานโคตตสูตร
เกสปุตตสูตร
กุตุหลสาลาสูตร
โกกนุทสูตร
ขันธ์สังยุต ทิฏฐิวรรค
เขมาเถรีสูตร
จูฬกัมมวิภังคสูตร
จูฬมาลุงโกยวาทสูตร
ตตถสูตร
ติมพรุกขสูตร
ทิฏฐิกถา
ทิฏฐิสังยุต จตุตถเปยยาล
ทิฏฐิสังยุต ตติยเปยยาล
ทิฏฐิสังยุต ทุติยเปยยาล
ทิฏฐิสังยุต โสตาปัตติวรรค
ทิฏฐิสูตร
ปรัมมรณสูตร
ปัญจัตตยสูตร
โปฏฐปาทสูตร
พรหมชาลสูตร
ภัททิยสูตร
โมคคัลลานสูตร
โรหิตัสสสูตรที่ ๑
วัจฉสูตร
สภิยสูตร
สามัญญผลสูตร
สารีปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๑
สารีปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๒
สารีปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๓
สารีปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๔
สาฬหสูตร
อนันทสูตร
อนุราธสูตร
อัคคิวัจฉโคตตสูตร
อุตติยสูตร
อเจลกัสสปสูตร
 

 

<<< กลับหอพระไตร >>>

ศีล

ศีล แปลว่าปกติหรือเย็นเป็นปกติ แปลว่าปกติ คือเป็นไปตามปกติ ของกาย วาจา ปราศจากเจตนาที่คิดคด แปลว่าเย็นนั้น คือทำให้ผู้มีศีลอยู่ในความร่มเย็น ไม่มีภัย ไม่มีเวรกับผู้ใด เพราะฉะนั้นศีลจึงเป็นการรักษากายวาจาให้เป็นปกติ เรียบร้อย ศีลทางกายเช่น ไม่เบียดเบียนสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่เสพเครื่องดองของมึนเมา ศีลทางวาจา เช่น การละเว้นจากการพูดเท็จ,ส่อเสียด เป็นต้น จึงเห็นได้ว่าศีลนั้นปราบปรามกิเลสอย่างหยาบ ที่ล่วงทางกาย และทางวาจา ศีลมีหลายประเภทแบ่งอย่างละเอียด เช่น ศีลคฤหัสถ์ สำหรับอุบาสก,อุบาสิกา เช่น ศีลห้า (เบญจศีล) ศีลสามเณร สามเณรี เช่น ศีล 10 (ทศศีล) ศีลสิกขมานา ศีลภิกษุณี (210 ข้อ) และศีลของภิกษุ (227 ข้อ) ถ้าแบ่งศีลอย่างย่อก็แบ่งเป็นสองประเภทคือ ศีลคฤหัสถ์ และศีลบรรพชิต

ศีล 5 ได้แก่

  1. ปาณาติปาตา เวรมณี ละเว้นสังหาร ประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายสัตว์อื่น
  2. อาทินนาทานา เวรมณี ละเว้นจากการขโมยสิ่งของ
  3. กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี ละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
  4. มุสาวาทา เวรมณี ละเว้นการพูดเท็จ โกหก หลอกลวง
  5. สุราเมรยมัชชปมาทัฎฐานา เวรมณี ละเว้นการเสพ เครื่องดอง ของมึนเมา

ศีล 8
คือ อัฎฐศีล ถ้าสมาทานรักษาพิเศษในวันอุโบสถ์ เรียกว่า อุโปสถศีล ได้แก่

  1. ปาณาติปาตา เวรมณี ละเว้นสังหาร ประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายสัตว์อื่น
  2. อาทินนาทานา เวรมณี ละเว้นจากการขโมยสิ่งของ
  3. กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี ละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
  4. มุสาวาทา เวรมณี ละเว้นการพูดเท็จ โกหก หลอกลวง
  5. สุราเมรยมัชชปมาทัฎฐานา เวรมณี ละเว้นการเสพ เครื่องดอง ของมึนเมา
  6. วิกาลโภชนา เวรมณี เว้นจากการบริโภคอาหารในยามวิกาล
  7. นัจจคีตวาทิตวิสูกทัสสน มาลาคันธวิเลปน ธารณมัณฑนวิภูสนัฎฐานา เวรมณี เว้นจากการฟ้อนรำขับร้อง บรรเลงดนตรี ดูการละเล่น อันเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์
  8. อัจจาสยนมหาสยนา เวรมณี เว้นจากที่นอนอันสูงใหญ่ หรูหราฟุ่มเฟื่อย

ศีล 10 หรือทศศีล ได้แก่
ข้อ 1-8 เหมือนกับในศีลแปด เพิ่มอีกสองข้อคือ

  1. มาลาคันธวิเลปนธารณมัณฑนวิภูสนฎฐานา เวรมณี เว้นจากการทัดทรงดอกไม้ของหอม และเครื่องลูบไล้ ซึ่งเป็นเครื่องประดับ
  2. ชาตรูปรชตปฎิคคหณา เวรมณี เว้นจากการรับเงินและทอง

ศีลจะขาดเพราะใจอย่างเดียวไม่ได้ เช่นนึกฆ่าสัตว์ เป็นต้น ศีลยังไม่ขาด เพราะยังไม่ได้ประกอบด้วยกายวาจา แต่ถ้าฆ่าด้วยกายเราหรือใช้เขาฆ่าด้วยวาจาเรา อย่างนี้ศีลขาดเป็นความผิดบาป

<<< กลับหอพระไตร >>>