" ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแห่งเราแล้ว... เราขอเตือนเธอทั้งหลายให้จำมั่นไว้ว่า... สิ่งทั้งปวงมีความเสื่อม และสิ้นไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด "

พระไตรปิฏกฉบับชาวบ้าน
       

พระวินัยปิฎก


พระสุตตันตปิฎก


พระอภิธรรมปิฎก

 


พระสูตร

กัจจานโคตตสูตร
เกสปุตตสูตร
กุตุหลสาลาสูตร
โกกนุทสูตร
ขันธ์สังยุต ทิฏฐิวรรค
เขมาเถรีสูตร
จูฬกัมมวิภังคสูตร
จูฬมาลุงโกยวาทสูตร
ตตถสูตร
ติมพรุกขสูตร
ทิฏฐิกถา
ทิฏฐิสังยุต จตุตถเปยยาล
ทิฏฐิสังยุต ตติยเปยยาล
ทิฏฐิสังยุต ทุติยเปยยาล
ทิฏฐิสังยุต โสตาปัตติวรรค
ทิฏฐิสูตร
ปรัมมรณสูตร
ปัญจัตตยสูตร
โปฏฐปาทสูตร
พรหมชาลสูตร
ภัททิยสูตร
โมคคัลลานสูตร
โรหิตัสสสูตรที่ ๑
วัจฉสูตร
สภิยสูตร
สามัญญผลสูตร
สารีปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๑
สารีปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๒
สารีปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๓
สารีปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๔
สาฬหสูตร
อนันทสูตร
อนุราธสูตร
อัคคิวัจฉโคตตสูตร
อุตติยสูตร
อเจลกัสสปสูตร
 

 

<<< กลับหอพระไตร >>>

ทิศ ๖

       ในการอยู่ในสังคมนั้นยังมีบุคคลประเภทต่างๆ อยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นข้างหน้า ข้างหลัง ข้างซ้าย ข้างขวา เปรียบเหมือนทิศต่างๆ ที่จะต้องรู้และประพฤติตัวให้ถูกต้องและเหมาะสมกับบุคคลประเภทนั้นๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของมนุษย์เพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยดี มีลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยกันและกัน ต่างก็มีกตัญญูกตเวทิตธรรมต่อกนและกัน อันจะช่วยให้สังคมเกิดการประสานร่วมมือสามัคคีกัน เป็นปึกแผ่นแน่นหนามีความเจริญรุ่งเรืองวัฒนาและสันติสุข นั่นคือ ทุกคนต้องรู้จักทิศต่างๆ ทั้ง ๖ รวมทั้งร็หน้าที่ของตนที่จะพึงปฏิบัติต่อทิศนั้นๆ แล้วปฏิบัติด้วยความจริงใจและจริงจัง กล่าวคือ

ทิศเบื้องหน้า : ได้แก่ บิดามารดา
บุตรพึงปฏิบัติต่อท่าน ดังนี้
  ๑.ท่านได้เลี้ยงเรามาแล้วเลี้ยงท่านตอบ
  ๒.ช่วยกิจของท่าน
  ๓.ดำรงวงศ์ตระกูล
  ๔.ประพฤติตนให้เป็นผู้สมควรรับทรัพย์มรดก
  ๕. เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทำบุญอุทิศให้ท่าน

บิดามารดา ย่อมอนุเคราะห์ตอบบุตร ดังนี้
  ๑. ห้ามมิให้ทำความชั่ว
  ๒.ให้ตั้งอยู่ในความดี
  ๓.ให้ศึกษาศิลปวิทยา
  ๔.หาภรรยาสามีที่สมควรให้
  ๕.มอบทรัพย์ให้ในสมัย

ทิศเบื้องขวา : ครู อาจารย์
ศิษย์พึงปฏิบัติต่อท่าน ดังนี้
    ๑.ด้วยลุกขึ้นยืนรับ
    ๒.ด้วยเข้าไปยืนคอยรับใช้
    ๓.ด้วยเชื่อฟัง
    ๔.ด้วยอุปัฏฐาก
    ๕.ด้วยเรียนศิลปวิทยาโดยเคารพ

ครู อาจารย์ย่อมอนุเคราะห์ศิษย์ตอบ ดังนี้
  ๑. แนะนำดี
    ๒.ให้เรียนดี
    ๓.บอกศิลปให้สิ้นเชิง
    ๔.ยกย่องให้ปรากฏในหมู่เพื่อนฝูง
    ๕.ทำความป้องกันทิศทั้งหลาย
    จะไปทิศทางไหนก็ไม่อดอยาก

ทิศเบื้องหลัง : บุตรภรรยา
สามีพึงปฏิบัติต่อภรรยาดังนี้
     ๑.ด้วยการยกย่องนับถือว่าเป็นภรรยา
     ๒.ด้วยไม่ดูหมิ่น
     ๓.ด้วยไม่ประพฤตินอกใจ
     ๔.ด้วยมอบความเป็นใหญ่ในบ้านให้
     ๕.ด้วยให้เครื่องแต่งตัว

ภรรยาย่อมอนุเคราะห์ตอบสามี ดังนี้
    ๑.จัดการงานดี
    ๒.สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามี
    ๓.ไม่ประพฤตินอกใจสามี
    ๔.รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ไว้
    ๕.ขยันไม่เกียจคร้านกิจการทั้งปวง

ทิศเบื้องซ้าย : มิตรสหาย
มิตรพึงปฏิบัติต่อมิตร ดังนี้
  ๑.ด้วยให้ปันสิ่งของ
  ๒.ด้วยเจรจาถ้อยคำไพเราะ
  ๓.ด้วยประพฤติประโยชน์
  ๔.ด้วยความเป็นผู้มีตนเสมอ (เสมอต้นเสมอปลาย)
  ๕.ด้วยไม่แกล้งกล่าวให้คลาดจากความเป็นจริง

มิตรย่อมอนุเคราะห์มิตรตอบ ดังนี้
   ๑.รักษามิตรผู้ประมาทแล้ว
   ๒.รักษาทรัพย์ของมิตรผู้ประมาทแล้ว
   ๓.เมื่อมีภัยเอาเป็นที่พึ่งพำนักได้
   ๔.ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ (ยามฉิบหาย)
   ๕.นับถือตลอดวงศ์ของมิตร

ทิศเบื้องต่ำ : บ่าว/ลูกจ้าง
นายพึงปฏิบัติต่อบ่าว/ลูกจ้างดังนี้
    ๑.ด้วยจัดการงานให้ทำตามสมควรแก่กำลัง
    ๒.ด้วยให้อาหารและรางวัล
    ๓.ด้วยรักษาพยาบาลในเวลาเจ็บไข้
    ๔.ด้วยแจกของมีรสแปลกๆดีๆให้กิน
    ๕.ด้วยปล่อยให้สมัย(ให้สนุกรื่นเริงเป็นครั้ง
    เป็นคราวตามสมควรแก่โอกาส

บ่าว/ลูกจ้างย่อมอนุเคราะห์ตอบนาย ดังนี้
    ๑.ลุกขึ้นทำงานก่อนนาย
    ๒.เลิกการงานหลังนาย
    ๓.ถือเอาแต่ของที่นายให้
    ๔.ทำการงานให้ดีขึ้น
    ๕.นำคุณของนายไปสรรเสริญในที่ต่างๆ

ทิศเบื้องบน: สมณพราหมณ์
เราพึงปฏิบัติต่อท่าน ดังนี้
   ๑.ด้วยกายกรรม คือ ทำอะไรๆประกอบด้วยเมตตา
   ๒.ด้วยวจีกรรม คือ ทำอะไรๆประกอบด้วยเมตตา
   ๓.ด้วยมโนกรรม คือทำอะไร ๆ ประกอบด้วยเมตตา
   ๔.ด้วยเป็ฯผู้ไม่ปิดบังเขา คือ มิได้ห้ามไม่ให้เข้าบ้านเรือน
   ๕.ด้วยให้อามิสทาน (สิ่งของ)

สมณพราหมณ์ ย่อมอนุเคราะห์ตอบ ดังนี้
   ๑.ห้ามมิให้กระทำชั่ว
   ๒.ให้ตั้งอยู่ในความดี
   ๓.อนุเคราะห์ด้วยน้ำใจอันงาม
   ๔.ให้ได้ฟังในสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง
   ๕.ทำสิ่งที่เคยฟังแล้วให้แจ่มแจ้ง
   ๖.บอกทางสวรรค์ให้

<<< กลับหอพระไตร >>>