บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

รวมธรรมบรรยายของ หลวงพ่อชา สุภัทโท บ้านที่แท้จริง

3

           พระพุทธเจ้าท่านจึงให้วาง ถ้าวางแล้วก็เห็นความจริง ถ้าไม่วางมันก็ไม่เห็นความจริงมันเป็นอยู่อย่างนี้ ใครทั้งหมดในสกลโลกนี้มันก็เป็นอย่างนี้ อย่างนั้นโยมยายไม่ควรห่วงใย ไม่ควร เกาะ เกี่ยว ถึงแม้มันจะคิด ก็ให้มันคิด แต่ว่าคิดให้อยู่กับปัญญา ให้คิดด้วยปัญญา อย่าคิดด้วยความโง่นึกถึงลูกก็นึกถึงด้วยปัญญา อย่านึกถึงด้วยความโง่นึกถึงหลานก็ให้นึกถึงด้วยปัญญา อย่านึกถึงด้วยความโง่ อะไรๆ ทั้งหมดนั่นแหละเราคิดก็ได้ เรารู้มันก็ได้ แต่เราคิดด้วยปัญญา เรารู้ด้วยปัญญารู้ด้วยปัญญาก็ต้องปล่อย รู้ด้วยปัญญูาก็ต้องวางถ้ารู้ด้วยปัญญาคิดด้วยปัญญา มันจะไม่มีทุกข์ มันจะมีความเบิกบาน มีความสำราญู มีความสงบมีความระงับเป็นอันเดียว จิตใจเรามารวมอยู่อย่างนี้อะไรที่เราจะต้องอาศัยอยู่ในปัจจุบันในคราวนี้ ก็คือลม ลมหายใจนี่แหละ บัดนี้เป็นภาระของคุณยายคนเดียว ไม่เป็นภาระของคนอื่น ภาระของคนอื่นให้เป็นของคนอื่นเขา ธุระหน้าที่ของเราก็เป็นธุระหน้าที่ของเราธุระหน้าที่ของเราในเวลานี้ ก็คือ พยายามวางความรู้สึกไว้ที่จิตของเรา ไม่ให้กระวนกระวาย เป็นธุระหน้าที่ของเรา เรารู้จักธุระหน้าที่ของเราในเวลานี้เราเป็นอะไรอยู่ในเวลานี้ เราอยู่อย่างไร จิตเราเป็นอย่างไร จิตเรากังวลกับอะไรมั้ย จิตเราเป็นห่วงใยมั้ย ให้ตรวจตราดูจิตของเราในเวลาที่เราป่วยนี้ อย่าไปเอาธุระของลูกมาทำ อย่าไปเอาธุระของหลานมาทำ อย่าไปเอาธุระของคนอื่นมาทำ อย่าเอาธุระของอะไรอะไรทั้งปวงมาทำทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่หน้าที่ของเรา ในเวลานี้ เราควรจะปล่อยแล้ว เราควรจะวางแล้ว อาการที่ควรจะปล่อยจะวางนี้ จะทำความสงบนี้เป็นธุระของเราเป็นหน้าที่ของเรา ที่เราจะต้องทำในปัจจุบัน เมื่อเวลาเราป่วยอยู่เดี๋ยวนี้ให้รวมจิตเข้ามาเป็นหนึ่งนี่คือธุระหน้าที่ของเรา เรื่องอะไรก็ปล่อยให้เขาซะเรื่องรูปก็ปล่อยให้เขาซะ เรื่องเสียงก็ปล่อยใหเขาซะเรื่องกลิ่นก็ปล่อยใหเขาซะ เรื่องรสก็ปล่อยให้เขาซะ เรื่องอะไรๆก็ปล่อยให้เขาแล้ว เราจะทำธุระหน้าที่ของเรา

            มันจะมีอะไรเกิดเป็นอารมณ์ขึ้นมา ก็นึกในใจว่าอย่ามากวนฉัน ไม่ใช่ธุระหน้าที่ของฉันความวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ตาม ว่าเราจะกลัว กลัวในชีวิตของเรา กลัวอันตรายเพราะเราจะตายอย่างนี้เป็นต้น คิดถึงคนโน้น แล้วก็คิดถึงคนนี้เมื่อมันเกิดขึ้นมาในจิตอย่างนั้น เราก็บอกในใจเราว่า อย่ามากวนฉัน ไม่ใช่ธุระของฉันๆ อย่างนี้ ไว้ในโจของเรา เพราะว่าเราเห็นธรรมทั้งหลายที่มันเกิดขึ้นมา

           ธรรม คือ อะไร
ธรรม คือ ทุกสิ่งทุกอย่าง
อะไรที่จะไม่เป็นธรรมก็ไม่มีแล้ว

 

           โลกคืออะไร โลกคืออารมณ์ที่มันมายุแหย่กวนยายอยู่เดี๋ยวนี้แหละ เดี๋ยวคนนั้นจะเป็นอย่างไง เดี๋ยวคนนี้จะเป็นอย่างไง เมื่อเราตายไปนี่ใครจะดูแลเขา ใครจะเป็นยังไงอะไรไหม อย่างนี้น่ะเป็นโลกทั้งนั้นแหละ ถึงแม้ว่าเราคิดขึ้นมาแล้ว เราก็กลัวจะตาย กลัวจะแก่ กลัวจะเจ็บ กลัวทั้งหลายมันเป็นโลกทั้งนั้นแหละ ทิ้งโลกเสีย มันเป็นโลก โลกนี้มันเป็นอย่างนั้น ถ้ามันมีขึ้นมาในใจก็รู้จักเออ! โลกนี้คืออารมณ์ อารมณ์นี้มันมาบังจิตไม่ให้เห็นจิตของตนอย่างนั้น อะไรๆทุกอย่างนั่นแหละ ถ้ามันเกิดขึ้นมาให้โยมคิดว่า

            อันนี้ไม่ใช่ธุระของฉัน
เป็น เรื่อง อนิจจัง
เป็นเรื่องทุกขัง
เป็นเรื่องอนัตตา

           เราจะคิดว่าอยากอยู่ไปนานๆ อย่างนี้ก็ให้เกิดทุกข์ เราอยากจะตายเสียเดี๋ยวนี้ ให้เร็วๆเดี๋ยวนี้ อันนี้ก็ไม่ถูกทางนะยายนะ เป็นทุกข์ เพราะว่าสังขารนี้ไม่ใช่ของเรา เราจะไปตกแต่งอะไรมันก็ไม่ได้หรอก มันเป็นของมันอยู่อย่างนั้น ตกแต่งได้ก็นิดหน่อยๆ เป็นต้นว่าตกแต่งร่างกายของเราให้สะสวย ใหมันสะอาด หรือเด็กๆเขาดูสิ มันทาปากทำเล็บให้มันยาว ทำอะไรให้มันสะสวยเลียมันก็แค่นั้นแหละโยม เมื่อแก่มาแล้วก็รวมในกระป๋องเดียวกันเท่านั้น ไม่มีอะไร ตกแต่งแค่นั้นแหละ ตกแต่งจริงๆไม่ได้หรอก ก็เป็นอย่างนั้นเรื่องของสังขารนั้น จะตกแต่งได็ก็เรื่องจิตใจของเรา

           บ้านที่ยายอยู่นี้ ยายก็สร้างขึ้นมา สองตายายสร้างขึ้นมาก็ได้อยู่สร้างบ้าน หรือคนคนอื่นก็เหมือนกัน ตึกรามบ้านช่องทั้งหลายก็สร้างขึ้นมาได้ อย่างบ้านคุณหมออุทัย อาตมาก็เคยไปขึ้นบ้านใหม่ให้ อยู่ที่นั่น สร้างขึ้นสะสวยใหญ่โตก็ได้นะสร้างน่ะสร้างบ้านข้างนอก ใครๆก็สร้างกันได้ทั้งนั้นแหละ แต่ว่าพระพุทธองค์ท่านเรียกว่า บ้านข้างนอก ไม่ใช่บ้านที่แท้จริง มันเป็นบ้านโดยสมมุติ บ้านอยู่ในโลกมันก็เป็นไปตามโลกนั่นแหละบางคนก็ลืมนะ ได้บ้านใหญ่บ้านโต สนุกสุขสำราญูลืมบ้านจริงๆของเรา บ้านที่จริงของเราอยู่ที่ไหนบ้านที่จริงของเราคือมีความรู้สึกที่มันสงบ คือ ความสงบนั่นแหละเป็นบ้านของเราจริงๆ

           บ้านที่เราอยู่นี้ หรือบ้านที่ไหนอะไรก็ตามทีเถอะ บ้านก็สวย แต่อยู่กันไม่ค่อยสงบ เดี๋ยวก็เพราะอันโนั้น เดี๋ยวก็เพราะอันนี้เดี๋ยวห่วงอันนั้น เดี๋ยวก็ห่วงอันนี้อยู่อย่างนี้ เรียกว่าไม่ไช่บ้านเรา ไม่ใช่บ้านข้างใน มันเป็นบ้านข้างนอก อีกประเดี๋ยววันใดวันหนึ่งเราก็เลิกมันเท่านั้นแหละ บ้านนี้เราอยู่ไม่ได้หรอก มันเป็นบ้านของโลก ไม่ใช่บ้านของ เรา บ้านข้างในก็คือสกลร่างกายของเรานี้เองก็ยังเห็นว่าเป็นตัวเป็นตน เป็นเราเป็นเขาอีก อันนี้ก็เป็นบ้านหลังหนึ่งซึ่งติดอยู่กับตัวของเรา ที่เราเข้าใจว่าตัวเราหรือของเรานี้ อันนี้ก็ไม่ใช่อีก อันนี้ก็เป็นบ้านของโลก ไม่ใช่บ้านของเราอย่างแท้จริงอย่างนั้นคนจึงชอบแต่จะสร้างบ้านข้างนอก ไม่ชอบสร้างบานข้างใน บ้านที่อยู่จริงๆ ให้มันสงบจริงๆไม่ค่อยจะเห็นกัน ไม่ค่อยจะสร้างกัน ไปสร้างแต่ข้างนอก ก็เพราะมันเป็นอย่างนี้แหละ << ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

การปล่อยวาง
จิตที่ตื่นรู้
ตามดูจิต
สมถวิปัสสนา
บัว 4 เหล่า
ธาตุ 4
มรรค 8
ทางพ้นทุกข์
บ้านที่แท้จริง
ฝึกจิตให้มีกำลัง
ตุจโฉโปฏฐิละ
การทำจิตให้สงบ
อ่านใจธรรมชาติ
สองหน้าของสัจธรรม
ทางสายกลาง
ธรรมะกับธรรมชาติ
นอกเหตุเหนือผล
อยู่กับงูเห่า
ภาวนาพุทโธ
อยู่เพื่ออะไร
อยากเกิดแต่ไม่อยากตาย
ไม่มีอะไรได้ไม่มีอะไรเสีย
ปลาไม่เห็นน้ำ
สงบจิตได้ปัญญา
สมาธิภาวนา
ธรรมะเชิงอุปมาอุปมัย
  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook