บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

รวมธรรมบรรยายของ หลวงพ่อชา สุภัทโท

ภาวนาพุทโธ น้ำตาไม่ไหล 3

            ทุกวันนี้ยากลำบาก คนดีๆ ต้องหาที่อยู่ให้ถูกจึงทำได้ ว่าจะทำดีๆ ต้องเลือกที่อีก เพราะมันขวางหลักทางโลกเขา ฉะนั้นจึงให้ค่อยพิจารณาพวกเรา ถ้าทำไม่ดีจะว่าดีขนาดไหนมันก็ไม่ไปได้ จึงให้เราเข้าใจว่าศีลธรรมมันขาดจากบ้านเมืองทั้งหลาย ลูกสาวลูกชายเป็นอย่างไร สอนง่ายไหมทุกวันนี้? คงจะมีแต่พ่อกับแม่เลี้ยงควายอีตู้ทุกวันนี้ แต่ก่อนบ้านก่อนเราคนโง่หรอกจะไปนุ่งเสื้อผ้าลายๆ อย่างนั้นไม่ได้ อายกัน คนเฒ่าคนแก่ไม่เคยนุ่งหรอก อาย จะไปนุ่งผ้าของเจ๊กของจีนไม่อยากนุ่ง ต้องนุ่งผ้าแม่บ้านทอเอง ผ้าขาวเอามาย้อมสีครามตามที่เคยทำมา ตัดเสื้อผ้าให้ลูกสาวลูกชายให้พ่อบ้านนุ่งห่ม ถ้าไปเห็นนุ่งเสื้อขาวๆ ลายๆ ของเจ๊กแล้วแม่บ้านอาย ทำไมถึงอาย เพราะไม่คุ้มลูกคุ้มผัว(เป็นแม่บ้านที่ใช้การไม่ได้) อายมากแต่ก่อน

            ฉะนั้นการบ้านการเมืองต้องช่วยกัน เพื่อให้จิตของเราสูงขึ้นๆ มันเป็นอย่างนี้ มันทิ้งจากของเดิมไป การประพฤติปฏิบัติก็จะหมดไปเรื่อย(การปฏิบัติธรรมกรรมฐาน) เห็นไหมทุกวันนี้ หมูไทย หมูหน้าเล็กๆ ตัวน้อย มันไปไหนหมด นี่เห็นไหม เห็นแต่หมูพันธุ์อื่นไปไม่แน่บางทีคนอาจจะกลายเป็นอื่นก็ได้มีทั้งเจ๊ก จีน ไทย ลาว ไม่รู้ว่าไปทางไหน มันเปลี่ยนไปหมด พวกฝรั่งเข้ามาแต่ละครั้งหลายหมื่นเอาทิ้งไว้ (เด็กลูกครึ่ง) แผ่ขยายกันไปกระจัดกระจาย ความเห็นต่างๆ ก็ค่อยเปลี่ยนไปๆ เราทั้งหลายชอบตื่นเต้น เห็นอะไรก็ตื่นเต้น เช่น หยูกยาเป็นตัวอย่าง อาตมาไปเมืองนอกอยากฉันยาประจำบ้านเขาไม่มี ถ้าไม่สบายเขาไปที่โรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจหมอเขียนใบสั่งยาให้ เขาจึงซื้อยามากิน แต่แถวบ้านเรามีเงินในกระเป๋าซื้อกินเอง ยาทัมใจ ยาปวดหาย ถ้าปวดเมื่อซื้อกินเลย เก่ง คนไทยเราตายไม่เหลือ แต่พวกฝรั่งยาเขาไม่ซื้อกินเองเขากลัว ยาเป็นของมีพิษ ไม่ใช่ว่าดีอย่างเดียว บางคนอยากอ้วนกินจนตัวฉุ ทุกวันนี้จึงเป็นเหตุให้เกิดอันตราย เพราะไม่รู้เรื่องอะไร เจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ กินยาเลย แก้ปวดสักห่อก็หาย กินไปนานๆ ห่อหนึ่งไม่หาย เอาสองห่อดีขึ้นสักหน่อย พอแก้ได้ อีกหลายปีต่อๆ มา 2 ห่อไม่ไหวแล้ว ต้องเอา 3 ห่อถึงจะดีขึ้นหน่อย อีกหลายๆ ปีต่อมาไม่ไหวเอา 4 เลย แล้วก็เอาวันละ 5,6 ห่อเลยเถิดเลยทีนี้ มันก็เลยเกิดอันตรายแก่ร่างกาย

            ฉะนั้นเรื่องศีลธรรมพวกเรานี้ห่างไกลมาก คยเรื่องศีลธรรมนี้เก่ง พอคุยไปคุยมา กลับพูดว่า “ดีอยู่แต่ผมทำไม่ได้” พูดไปทำนองนี้ ถ้าไปสอนก็พูดว่า “ผมรู้อยู่ แต่ผมยังไม่เอา” ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะเอา ให้พวกเราไปพิจารณาดู วันนี้ก็ต่างจากวานนี้ พรุ่งนี้มะรืนนี้ก็ต่างจากวันนี้วันนี้เป็นคนอย่างหนึ่ง พรุ่งนี้เป็นคนอีกอย่างหนึ่ง วันต่อไปก็เป็นคนอีกอย่างหนึ่งคือมันแก่ไปๆ ไม่ใช่คนๆ เก่านะ เมื่อวานนี้เป็นคนเก่า พอข้ามวันมาเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ถ้าไม่เป็นคนใหม่มันจะแก่ได้หรือ มันก็เหมือนเดิมซิถ้าเป็นคนเก่า อันนี้มันเป็น เราไม่ได้พิจารณาดูการเปลี่ยนแปลงของมัน มันผ่านมาเรื่อยๆ วัน เดือนปีเก็บเราไปเรื่อยๆ ความเจ็บความแก่มันเปลี่ยนมาทุกระบบ เราไม่รู้อะไร แต่เราไม่ค่อยรู้จัก พระพุทธองค์ท่านสอนว่าให้พิจารณา “วันคืนล่วงไป ล่วงไป บัดนี้เราทำอะไรอยู่” ท่านให้หมั่นเตือนตัวเอง ถามตัวเองเรื่อยๆ แต่พวกเราสงสัยไม่ได้ถามละมัง ตั้งแต่เข้ามานี่ระลึกถึงความตายบ้างหรือเปล่า? คงจะคิดหาแต่ความเป็นละมังความตายตั้งแต่เช้ามาจนถึงบัดนี้ คงจะไม่คิดสักที นี่มันเป็นเรื่องอย่างนี้ ฉะนั้นพระพุทธองค์ท่านให้มีสติและให้พิจารณา ให้ทันเวลาอย่าให้สายเกินไป ถ้าสายเกินไปแล้วมันจะหลง

 

            เมืองไทยเราถ้ามีธรรมะมันจะอบอุ่นดี อบอุ่นมากถ้าเป็นเมืองอื่นกับเมืองไทยเรามันต่างกัน เมืองไทยเราเลี้ยงลูกแล้วก็เลี้ยงหลาน แล้วก็เลี้ยงเหลน เมืองนอกเขาเลี้ยงแต่ลูกเท่านั้น มันพอคุ้มตัวเองได้เขาก็ปล่อยให้เป็นอิสระ แต่พวกเราลูกไปอยู่ไหนก็ต้องเป็นหว่งเป็นใยมาก แต่เขา(ฝรั่ง) ถ้าแก่แล้วก็อยู่ 2 คนตายายเท่านั้นหรือกับแมวกับสุนัข ส่วนลูกจะไปไหนเขาไม่ห่วง ได้ให้วิชาความรู้แล้ว แต่พวกเราวุ่นวายมาก ถ้ามองมาดูทางบ้านเราแล้วทุกข์มาก ต้องอยู่รวมเป็นกลุ่มเป็นก้อนแย่งกันกิน ทุกข์ ตกนรก ไม่หยุดสักที แต่เขาเปลื้องความทุกข์ออก ลูกหญิงลูกชายพอบรรลุนิติภาวะแล้วเขาปล่อยให้เป็นอิสระเลย จะไปอยู่เมืองไหน รัฐไหนก็ช่างเขาไม่ห่วง จะไปเป็นครูเป็นอะไรก็ตาม มีลูกมีผัวก็ตาม เลิก คุณกับฉันเลิกกันเท่านั้นพอ ไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสินกัน พ่อแม่ก็แยกไปอยู่ต่างหากซะ สบาย แต่พวกเราดมตั้งแต่ก้นจนถึงหัวไม่เลิกสักที(ดมลูกหลงลูก) ผลสุดท้าย
มันทำเราให้น้ำตาตกแล้วมันก็หนีไป

            ประเพณีของเราถ้ามีศีลธรรมมักจะอบอุ่นมากแต่พวกเขา(ฝรั่ง) แก่มาก็เข้าโรงพยาบาล(สถานสงเคราะห์คนชรา) ไม่อบอุ่นแน่ถ้าเป็นอย่างนี้ ถ้าไปพูดศีลธรรมให้ฟังไม่ได้ เมืองนอกถ้าไปพูดเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย เขาอยากจะลุกหนี คือเขาไม่อยากตาย เขาไม่อยากแก่ เขาไม่อยากเจ็บ เขาไม่อยากฟัง เขาอยากหนุ่มอยู่เรื่อยๆไปคนแก่เขาถ้าหนังเหี่ยวย่น เขาก็ไปผ่าตัดออกเย็บเข้าใหม่ให้ตึงขึ้นเหมือนหน้ากองเพลเลยแหละ เย็บไปเย็บมาเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ยิ่งเลวร้ายกว่าเดิมไปอีก เอาสีแดงสีดำทาไว้แต่งไว้ยังกับเปรต ยิ่งร้ายกว่าเดิมอีกแต่งใหม่มันก็ไปไม่ไหวเพราะมันเป็นอย่างนี้ ถึงว่าพวกเราพอระลึกได้ก็ให้ระลึกถึงตัวเอง เกิดมามันก็ทุกข์ยากอย่างนี้แหละ เพราะมันไม่ใช่พระนิพพาน จะหาความสบายไม่มีหรอก ถ้ามันยุ่งมันยากก็ปล่อยก็วางมันซะมันถึงจะได้ความสบาย “ชั่งหัวมันเถอะ ปล่อย” ว่าอย่างนี้มันจึงจะสบาย ถ้าจะไปเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานเลี้ยงเหลนให้มันใหญ่ให้หมดอย่างนี้มันก็ไม่ไหวแล้ว โลกมันเป็นอย่างนี้<< ย้อนกลับ

การปล่อยวาง
จิตที่ตื่นรู้
ตามดูจิต
สมถวิปัสสนา
บัว 4 เหล่า
ธาตุ 4
มรรค 8
ทางพ้นทุกข์
บ้านที่แท้จริง
ฝึกจิตให้มีกำลัง
ตุจโฉโปฏฐิละ
การทำจิตให้สงบ
อ่านใจธรรมชาติ
สองหน้าของสัจธรรม
ทางสายกลาง
ธรรมะกับธรรมชาติ
นอกเหตุเหนือผล
อยู่กับงูเห่า
ภาวนาพุทโธ
อยู่เพื่ออะไร
อยากเกิดแต่ไม่อยากตาย
ไม่มีอะไรได้ไม่มีอะไรเสีย
ปลาไม่เห็นน้ำ
สงบจิตได้ปัญญา
สมาธิภาวนา
ธรรมะเชิงอุปมาอุปมัย
  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook