บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

รวมธรรมบรรยายของ หลวงพ่อชา สุภัทโท

ธรรมะเชิงอุปมาอุปมัย
รวบรวมคำอุปมาของ หลวงพ่อชา สุภัทโท (พระโพธิญาณเถร)

13

วางแก้ว
ให้ทำด้วยการปล่อยวาง อย่าไปยึด ยึดอย่าให้มันมั่น
เข้าใจไหมอย่าไปยึด แก้วใบนี้น่ะเรายึดมาดูเสียก่อน รู้แล้วก็วางมัน
นี่เรียกว่าอย่าไปยึดมั่น คือยึดอย่าให้มันมั่น
ยึดมาดูรู้เรื่องมันแล้วก็วางมัน สบาย อันนี้ก็เหมือนกันฉันนั้น


กล้วย
ผมก็บวชมา เข้าวัดตั้งแต่อายุ 9
ขวบเลยพยายามมันอยู่อย่างนี้ แต่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องหรอกสมัยก่อน
มารู้เมื่อเป็นพระนั่นแหละ พอบวชมาแล้ว โอ้โฮ้! มันกลัวทั้งนั้นแหละ
มันคล้าย ๆ ว่าเห็นกามที่เขาอยู่นะ ไม่เห็นความสนุกกับเขา
แต่เห็นความทุกข์มากกว่า มันคล้าย ๆ กับกล้วยน้ำว้าใบหนึ่ง
เราไปทานมัน มันก็หวานดีอยู่ มันมีรสหวานก็รู้อยู่
แต่เวลานี้ รู้อยู่ว่าเขาเอายาพิษไปฝังไว้ในกล้วยใบนั้น
แม้จะรู้อยู่ว่ามันหวานเท่าไรก็ช่าง ถ้ากินไปแล้วมันจะตายใช่ใหม?
ความเห็นมันเป็นเช่นนั้นทุกที
ว่าจะกินก็เห็นยาพิษฝังอยู่ในนั้นทุกทีนั่นแหละ
มันก็เลยถอยออกมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีอายุพรรษามากขนาดนี้แล้ว
ถ้าเรามองเห็นแล้ว มันก็ไม่น่ากินเลยนะ


เรียนตามแบบ รบนอกแบบ
มีพระนักปริยัติบางรูป ท่านค้นคว้าตามตำรา
เพราะได้เรียนมามาก อาตมาว่าทดลองดูเถอะ การกางแบบกางตำรานี่
ถึงเวลาเรียน ๆ ตามแบบ แต่เวลารบ ๆ นอกแบบ
ไปรบตามแบบมันสู้ข้าศึกไม่ไหว ถ้าเอากันจริงจังแล้วต้องรบนอกแบบ


มือ
ผู้ที่เรียนปริยัติ และผู้ปฏิบัติธรรมมักจะเข้าใจกันผิด
ผู้เรียนปริยัติมักจะพูดว่า
"พระที่เอาแต่ปฏิบัตินั้นท่านว่าตามความเห็นของท่าน" เขาพูดเช่นนั้น
โดยไม่มีหลักฐานอะไร
ที่จริงแล้วในความหมายหนึ่ง ทั้งสองอย่างก็เป็นอันเดียวกัน
เราจะเข้าใจดีขึ้น ถ้าเปรียบเทียบกับฝ่ามือและหลังมือ
เมื่อเรายื่นมือออกมารู้สึกคล้ายกับว่าฝ่ามือหายไป
ที่จริงมันไม่ได้หายไปไหน มันแค่ซ่อนอยู่ข้างใต้เท่านั้น
ทำนองเดียวกันเมื่อหงายมือขึ้น หลังมือก็หายไป
ความจริงมันไม่ได้หายไปไหน แต่อยู่ข้างใต้นั้นเอง
ควรจำเรื่องนี้ไว้ใช้ในการพิจารณาการปฏิบัติ
ถ้าคิดว่ามันหายไปแล้ว เราก็หยุดการศึกษาและหวังให้ได้ผล
แต่ไม่ว่าเราจะศึกษาธรรมะมากเพียงไรก็ตาม
เราจะไม่เข้าใจเพราะเรายังไม่รู้ตามความเป็นจริง
ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติที่แท้ของธรรมะแล้ว เราก็จะเริ่มปล่อยวาง
อันนี้เป็นการยอมรื้อถอนความยึดมั่นออก ไม่ยึดติดอะไรอีกแล้ว
หรือหากจะยึด มันก็จะน้อยลง ๆ
นี่คือ ความแตกต่างของปริยัติและปฏิบัติ


ตกต้นไม้
ปฏิจจสมุปบาทธรรมก็เหมือนกัน
อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร สังขารเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ
วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป ฯลฯ เราเคยเล่าเรียนมาศึกษามา
ก็เป็นจริงคือท่านแยกเป็นส่วน ๆ ไป เพื่อให้นักศึกษารู้
แต่เมื่อมันเกิดมาจริง ๆ แล้วนับไม่ทันหรอก
อุปมาเหมือนเราตกจากยอดไม้ก็ตุ๊บถึงดินโน่น
ไม่รู้ว่ามันผ่านกิ่งไหนบ้าง จิตเมื่อถูกอารมณ์ปุ๊บขึ้นมา
ถ้าชอบใจก็ถึงดีโน่น อันที่ติดต่อกันเราไม่รู้
มันไปตามที่ปริยัติรู้นั่นเอง แต่มันก็ไปนอกปริยัติด้วย
มันไม่บอกว่าตรงนี้เป็นอวิชชา ตรงนี้เป็นสังขาร ตรงนี้เป็นวิญญาณ
ตรงนี้เป็นนามรูป มันไม่ได้ให้ท่านมหาอ่านอย่างนั้นหรอก
เหมือนกับการตกต้นไม้
ท่านพูดถึงขณะจิตอย่างเต็มที่ของมันจริง ๆ อาตมาจึงมีหลักเทียบว่า
เหมือนกับการตกจากต้นไม้ เมื่อมันพลาดจากต้นไม้ไปปุ๊บ
มิได้คณนาว่ามันกี่นิ้วกี่ฟุต เห็นแต่มันตูมถึงดินเจ็บแล้ว << ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

การปล่อยวาง
จิตที่ตื่นรู้
ตามดูจิต
สมถวิปัสสนา
บัว 4 เหล่า
ธาตุ 4
มรรค 8
ทางพ้นทุกข์
บ้านที่แท้จริง
ฝึกจิตให้มีกำลัง
ตุจโฉโปฏฐิละ
การทำจิตให้สงบ
อ่านใจธรรมชาติ
สองหน้าของสัจธรรม
ทางสายกลาง
ธรรมะกับธรรมชาติ
นอกเหตุเหนือผล
อยู่กับงูเห่า
ภาวนาพุทโธ
อยู่เพื่ออะไร
อยากเกิดแต่ไม่อยากตาย
ไม่มีอะไรได้ไม่มีอะไรเสีย
ปลาไม่เห็นน้ำ
สงบจิตได้ปัญญา
สมาธิภาวนา
ธรรมะเชิงอุปมาอุปมัย
  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook