บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มิลินทปัญหา
ฉบับแปลในมหามกุฏราชวิทยาลัย


เมณฑกปัญหา

วรรคที่สาม

7 คาถาภีคีตโภชนทานกถากถนปัญหา
 
            พระราชาตรัสถามว่า "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน แม้พระพุทธพจน์นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วว่า 'โภชนะที่เราขับแล้วด้วยพระคาถาไม่ควรจะบริโภค, แน่ะพราหมณ์ ความบริโภคโภชนะที่ตนขับด้วยพระคาถานั้น ไม่เป็นธรรม คือ ไม่เป็นจารีตของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้พิจารณาเห็นรอบคอบอยู่, พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมบรรเทา คือ ห้ามเสีย ไม่เสวยโภชนะที่พระองค์ขับแล้วด้วยพระคาถา, ดูก่อนพราหมณ์เมื่อธรรมมีอยู่ คือ อาชีวปาริสุทธิธรรม หรือสุจริตธรรมสิบอย่างหรือจารีตธรรมของพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีอยู่ คือ ว่าเป็นไปอยู่ ความแสวงหาเสมอด้วยเหยียดมือในโอกาสขอโดยส่วนเดียว เป็นเครื่องเลี้ยงพระชนมชีพของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ดังนี้"
            อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงแสดงธรรมแก่บริษัทจะตรัสอนุปุพพิกถา ตรัสทานกถาทีแรกก่อน ตรัสสีลกถาในภายหลัง, เทพดาและมนุษย์ทั้งหลายฟังภาสิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นอิสสระในโลกทั้งปวง แล้วจึงตกแต่ง แล้วจึงให้ทาน, พระสาวกทั้งหลายของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ย่อมบริโภคทานที่พระผู้มีพระภาคเจ้าส่งไปแล้วนั้นอีก
            พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ถ้าว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วว่า 'โภชนะที่เราขับแล้วด้วยพระคาถา ไม่ควรเราจะบริโภค' ดังนี้, ถ้าอย่างนั้น คำที่ว่า 'พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสทานกถาก่อน' ดังนี้ นั้นผิด ถ้าว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสทานกถาก่อน, ถ้าอย่างนั้น คำที่ว่า 'โภชนะที่เราขับแล้วด้วยพระคาถา ไม่ควรเราจะบริโภค' ดังนี้ แม้นั้นก็ผิด
            ข้อนั้นมีอะไรเป็นเหตุ พระผู้เป็นเจ้า ทักขิเณยยบุคคลกล่าววิบากของบิณฑบาตแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย คฤหัสถ์เหล่านั้นฟังธรรมกถาแล้ว เป็นผู้มีจิตเลื่อมใสแล้ว ให้ทานเนือง ๆ, ทักขิเณยยบุคคลเหล่าใด บริโภคทานนั้น ทักขิเณยยบุคคคลเหล่านั้นทั้งปวง ย่อมบริโภคทานที่ทักขิเณยยบุคคลขับแล้วด้วยพระคาถา ปัญหาแม้นี้สองเงื่อน ละเอียดลึก มาถึงพระผู้เป็นเจ้าแล้ว, พระผู้เป็นเจ้าพึงจะแก้ไขขยายให้แจ้งชัดเถิด"
            พระเถรเจ้าทูลว่า "ขอถวายพระพร พระพุทธพจน์นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วว่า 'โภชนะที่เราขับแล้วด้วยพระคาถา ไม่ควรเราจะบริโภค, แน่ะพราหมณ์ ความบริโภคโภชนะที่ตนขับด้วยพระคาถานั้น ไม่เป็นธรรม คือ ไม่เป็นจารีตของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้พิจารณาเห็นรอบคอบอยู่, พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมบรรเทา คือ ห้ามเสียไม่เสวยโภคชนะที่พระองค์ขับแล้วด้วยพระคาถา, ดูก่อนพราหมณ์ เมื่อธรรมมีอยู่ คือ อาชีวปาริสุทธิธรรม หรือสุจริตธรรมสิบอย่างหรือจารีตธรรมของพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีอยู่ คือ ว่าเป็นไปอยู่ ความแสวงหาเสมอด้วยเหยียดมือในอากาศขอโดยส่วนเดียว เป็นเครื่องเลี้ยงชีพพระชนมชีพของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย' ดังนี้
            อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสทานกถาก่อน ก็และความตรัสทานกถาก่อนนั้น เป็นกิริยาของพระตถาคตทั้งปวง: พระตถาคตทั้งปวงยังจิตของทายกทั้งหลายให้ยินดียิ่งแล้วในทานนั้น ด้วยตรัสทานก่อนย่อมประกอบในศีลต่อภายหลัง เปรียบเหมือนมนุษย์ทั้งหลายให้ภัณฑะเครื่องเล่นทั้งหลายแก่ทารกรุ่นทั้งหลาย คือ ไถน้อย ๆ หม้อน้อย ๆ กังหันน้อยๆ ทะนานน้อย ๆ รถน้อยๆ ธนูน้อย ๆ, ทารกทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมประกอบในการงานของตน ๆ ต่อภายหลัง ฉันใด: พระตถาคตยังจิตของทายกทั้งหลายให้ยินดียิ่ง ด้วยทานกถาทีแรกก่อนแล้ว จึงประกอบในศีลต่อภายหลัง ฉันนั้นนั่นเทียว
            อีกประการหนึ่ง เปรียบเหมือนหมอ ธรรมดาว่าหมอเมื่อเยียวยารักษาไข้ ยังคนเป็นไข้กระสับกระส่ายอยู่ทั้งหลาย ให้ดื่มน้ำมันเพื่อจะสมาน กระทำให้มีกำลังสี่วันห้าวันก่อนแล้ว จึงรุนยาต่อภายหลังฉันใด: พระตถาคตคราวแรกทรงยังจิตของทายกทั้งหลาย ให้ยินดียิ่งด้วยทานกถาแล้ว จึงประกอบในศีลต่อภายหลัง ฉันนั้นนั่นเทียว จิตของทายกทานบดีทั้งหลายเป็นจิตอ่อน มีความเป็นของอ่อนสนิทแล้ว, ทายกทานบดีทั้งหลายเหล่านั้น จักตามถึงฝั่งแห่งสาคร คือ สงสาร ด้วยสะพานคือทาน ด้วยเรือคือทานนั้น ด้วยประการดังนี้, เพราะเหตุนั้น พระตถาคตทรงสั่งสอนภูมิแห่งกรรมแก่ทายกทั้งหลายเหล่านั้น, ก็แต่ว่าจะต้องทรงวิญญัติ เพราะสั่งสอนนั้นก็หาไม่"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน พระผู้เป็นเจ้ากล่าววิบัญญัติอันใดว่า 'วิญญัติ' ก็วิญญัติทั้งหลายเหล่านั้นมีเท่าไร"
            ถ "ขอถวายพระพร วิญญัติมีสองคือ: กายวิญญัติ ให้เขารู้แจ้งด้วยกายหนึ่ง วจีบัญญัติ ให้เขารู้แจ้งด้วยวาจาหนึ่ง ในวิญญัติสองเหล่านั้น กายวิญญัติที่มีโทษก็มี ที่ไม่มีโทษก็มี; วจีวิญญัติที่มีโทษก็มี ที่ไม่มีโทษก็มี กายวิญญัติที่มีโทษอย่างไร ในศาสนานี้ภิกษุบางองค์เข้าไปใกล้ตระกูลทั้งหลายแล้วจึงยืนอยู่ในโอกาสไม่ควรยืนเสพการยืนนั้น, กายวิญญัตินี้มีโทษ; ก็พระอริยะทั้งหลาย ย่อมไม่บริโภคโภชนะที่ภิกษุนั้นขอแล้วด้วยกายวิญญัตินั้น, ส่วนบุคคลนั้นเป็นผู้อันบัณฑิตดูหมิ่นดูแคลนติเตียน ไม่เคารพแล้ว, ในสมัย คือ ลัทธิของพระอริยะทั้งหลาย ถึงซึ่งความนับว่า 'ผู้มีอาชีวะอันทำลายแล้ว' ทีเดียว
            คำที่จะพึงกล่าวยังมีอีก: ในศาสนานี้ ภิกษุบางองค์เข้าไปใกล้ตระกูลทั้งหลายแล้วจึงยืนอยู่ในโอกาสไม่ควรยืน น้อมคอไปเพ่งแล้วดังเพ่งแห่งนกยูง ด้วยคิดว่า 'ชนทั้งหลายเหล่านี้จักเห็น ด้วยการยืนอย่างนี้,' ชนเหล่านั้นเห็นภิกษุนั้น ด้วยการยืนนั้น, กายวิญญัติแม้นี้มีโทษ; พระอริยเจ้าทั้งหลายไม่บริโภคโภชนะที่ภิกษุนั้นขอแล้วด้วยกายวิญญัตินั้น, ส่วนบุคคลนั้นเป็นผู้อันบัณฑิตดูหมิ่นดูแคลนติเตียน ไม่เคารพแล้ว ในสมัยคือลัทธิของพระอริยเจ้าทั้งหลาย ย่อมถึงซึ่งความนับว่า 'ผู้มีอาชีวะทำลายแล้ว' ทีเดียว
            คำที่จะพึงกล่าวยังมีอีก; ในศาสนานี้ ภิกษุบางองค์ให้เขารู้แจ้งด้วยคางบ้าง ด้วยคิ้วบ้าง ด้วยแม่มือบ้าง, วิญญัติแม้นี้มีโทษ; พระอริยะทั้งหลาย ย่อมไม่บริโภคโภชนะที่ภิกษุนั้นขอแล้วด้วยกายวิญญัตินั้น, ส่วนบุคคลนั้นเป็นผู้อันบัณฑิตดูหมิ่นดูแคลนติเตียน ถึงซึ่งความนับว่า 'เป็นผู้มีอาชีวะทำลายแล้ว' ทีเดียว
            ขอถวายพระพร แม้พระเถระชื่อสารีบุตร เมื่อพระอาทิตย์อัสดงคตแล้ว เป็นไข้ในส่วนราตรี อันพระเถระชื่อมหาโคคัลลานะ ถามถึงเภสัชจึงเปล่งวาจา, เภสัชเกิดขึ้นด้วยวจีเภทนั้น; ครั้งนั้น พระเถระชื่อ สารีบุตร ละเภสัชนั้น ไม่อาศัยเลี้ยงชีพ เพราะกลัวแต่ความทำลายแห่งอาชีวะว่า "เภสัชนี้เกิดขึ้นแล้วด้วยวจีเภทของเรา, อาชีวะของเราอย่าแตกเลย" ดังนี้ มิใช่หรือ วจีวิญญัติแม้อย่างนี้ เป็นไปกับด้วยโทษ; ก็พระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมไม่บริโภคโภชนะที่ภิกษุนั้นขอแล้วด้วยวจีวิญญัตินั้น, ส่วนบุคคลนั้นเป็นผู้อันบัณฑิตดูหมิ่นดูแคลนติเตียนไม่เคารพแล้ว ในสมัย คือ ลัทธิของพระอริยเจ้าทั้งหลาย บุคคลนั้นย่อมถึงซึ่งความนับว่า 'มีอาชีวะทำลายแล้ว' ทีเดียว
            วจีวิญญัติอย่างไรไม่มีโทษ ขอถวายพระพร ในศาสนานี้ ภิกษุเมื่อปัจจัยมี ขอเภสัชในตระกูลทั้งหลายที่เป็นญาติและผู้ปวารณา, วจีวิญญัตินี้ไม่มีโทษ; พระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมบริโภคปัจจัยที่ภิกษุนั้นขอแล้วด้วยวจีบัญญัตินั้น, ส่วนบุคคลนั้นเป็นผู้อันบัณฑิตยกย่องชมเชยสรรเสริญแล้ว ในสมัย คือ ลัทธิของพระอริยเจ้าทั้งหลาย, เธอนั้นย่อมถึงซึ่งความนับว่า 'เป็นผู้มีอาชีวะบริสุทธิ์แล้ว' นั่นเทียว อันพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายทรงอนุมัติแล้ว
            ขอถวายพระพร พระตถาคตทรงละโภชนะของกสิภารทวาชพราหมณ์อันใดเสีย โภชนะนั้นเกิดแล้วด้วยความแค่นได้และผูกพันและฉุดคร่า และข่ม และโต้ตอบ, เพราะเหตุนั้น พระตถาคตจึงทรงห้ามบิณฑบาตนั้นเสีย ไม่อาศัยเป็นอยู่"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน เมื่อพระตถาคตเสวยอยู่ เทพดาทั้งหลายแทรกโอชะทิพย์ลงในบาตรสิ้นกาลทั้งปวงหรือ หรือว่าเทพดาทั้งหลายแทรกโอชะทิพย์ลงในบิณฑบาตทั้งหลายสอง คือ มังสะสุกรอ่อนหนึ่ง มธุปายาสหนึ่ง สองอย่างเท่านั้น"
            ถ "ขอถวายพระพร เมื่อพระตถาคตเสวยอยู่ เทพดาทั้งหลายถือโอชะทิพย์ บำรุงแทรกโอชะทิพย์ลงในคำข้าวที่ทรงยกขึ้นแล้ว และยกขึ้นแล้วสิ้นกาลทั้งปวง เปรียบเหมือนคนครัว (คนเครื่อง) ของพระมหากษัตริย์ เมื่อพระมหากษัตริย์เสวยอยู่ คนเครื่องมือนั้นถือแกงบำรุงแทรกแกงลงในคำข้าวทุกองค์ ฉันใด, เมื่อพระตถาคตเสวยอยู่เทพดาทั้งหลายถือโอชะทิพย์ บำรุงแทรกโอชะทิพย์ลงในคำข้าวที่พระองค์ทรงยกขึ้นแล้วและทรงยกขึ้นแล้วทุก ๆ เวลา ฉันนั้นนั่นเทียวแล แม้เมื่อพระตถาคตเสวยข้าวยวปูลกะแห้ง ที่ในเมืองเวรัญชา เทพดาทั้งหลายให้ชุ่มแล้วให้ชุ่มแล้วด้วยโอชะทิพย์น้อมเข้าไปแล้ว, เพราะเหตุนั้น พระกายของพระตถาคตจึงได้เป็นอวัยวะเจริญแล้ว"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน เทพดาทั้งหลายเหล่าใด ถึงซึ่งความขวนขวายในการประคับประคองพระสรีรกายของพระตถาคตแล้วเนือง ๆ ลาภทั้งหลายของเทพดาทั้งหลายเหล่านั้นหนอ
            ดีละ พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ข้อวิสัชนาปัญหาของพระผู้เป็นเจ้านั่นสมอย่างนั้น, ข้าพเจ้ายอมรับรองอย่างนั้น"

 


วรรคที่ 1
วรรคที่ 2
วรรคที่ 3
วัตถคุยหทัสสนปัญหา
ตถาคตผรุสวาจนัตถีติปัญหา
รุกขเจตนาเจตนปัญหา
เทวปิณฑปาตมหัปผลภาวปัญหา
พุทธปูชานุญญาตปัญหา
ภควโตปาทปัปปฏิกปติตปัญหา
คาถาภีคีตโภชนทานกถากถนปัญหา
ภควโตธัมมเทสนายอัปโปสุกตภาวปัญหา
พุทธอาจริยานาจริยปัญหา
อัคคานัคคสมณปัญหา
วรรคที่ 4
วรรคที่ 5
วรรคที่ 6
วรรคที่ 7
วรรคที่ 8
วรรคที่ 9
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook