บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มิลินทปัญหา
ฉบับแปลในมหามกุฏราชวิทยาลัย


เมณฑกปัญหา

วรรคที่เจ็ด

3 อภิสมยันตรายกรปัญหา
 
            พระราชาตรัสถามว่า "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ในศาสนานี้คฤหัสถ์ผู้ใดผู้หนึ่งพึงเป็นผู้ต้องปาราชิกแล้ว, คฤหัสถ์นั้นพึงบวชโดยสมัยอื่น, บุคคลนั้นไม่รู้แม้ด้วยตนว่า 'เราเป็นคฤหัสถ์ เป็นผู้ต้องปาราชิกแล้ว,' ทั้งบุคคลอื่นไร ๆ ไม่บอก แม้แก่บุคคลนั้นว่า  'ท่านเป็นคฤหัสถ์ต้องปาราชิกแล้ว,' ก็ถ้าบุคคลนั้นปฏิบัติเพื่อความเป็นอย่างนั้น,ธรรมาภิสมัยความตรัสรู้ธรรม พึงมีแก่บุคคลนั้นบ้างหรือ"
            พระเถรเจ้าทูลว่า "ขอถวายพระพร ธรรมาภิสมัยไม่มีแก่บุคคลนั้น"
            ร "เพราะเหตุไร พระผู้เป็นเจ้า"
            ถ "ขอถวายพระพร สิ่งใดเป็นเหตุแห่งธรรมาภิสมัย ของบุคคลนั้น สิ่งนั้นอันบุคคลนั้นเลิกถอนเสียแล้ว, เพราะเหตุนั้น ธรรมาภิสมัยจึงไม่มี"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน พระผู้เป็นเจ้ากล่าวอยู่ว่า 'ความรำคาญย่อมมีแก่บุคคลที่รู้ เมื่อความรำคาญมีอยู่, ความห้ามธรรมาภิสมัยย่อมมี, เมื่อจิตอันธรรมดาห้ามแล้ว ธรรมาภิสมัยย่อมไม่มี' พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ก็เมื่อบุคคลนั้นไม่รู้อยู่ไม่มีความรำคาญเกิดแล้วมีจิตสงบแล้วอยู่ ธรรมาภิสมัยย่อมไม่มีแก่บุคคลนั้น เพราะเหตุไร ปัญหานั้นเป็นไปโดยอาการไม่เสมอ ๆ พระผู้เป็นเจ้าจงคิดแล้วจึงวิสัชนา"
            ถ "ขอถวายพระพร พืชอันให้ผลเป็นสาระ อันบุคคลหมักแล้วดี ย่อมขึ้นในนาอันเตียน อันบุคคลไถดีแล้ว มีเทือกดีหรือไม่"
            ร "ขึ้นซิ พระผู้เป็นเจ้า"
            ถ "ขอถวายพระพร พืชนั้นนั่นเทียว พึงขึ้นในพื้นศิลาบนเขาเป็นแท่งทึบหรือ"
            ร "หาไม่ พระผู้เป็นเจา"
            ถ "ขอถวายพระพร ก็พืชนั้นนั่นเทียว ย่อมขึ้นในเทือกเพื่อเหตุอะไร, ย่อมไม่ขึ้นเหนือหลังศิลาบนภูเขาเป็นแท่งทึบ เพื่อเหตุอะไร"
            ร "เหตุในศิลาเป็นแท่งทึบ เพื่อจะงอกของพืชนั้น ย่อมไม่มี, พืชย่อมไม่ขึ้น โดยไม่มีแห่งเหตุ พระผู้เป็นเจ้า"
            ถ "ขอถวายพระพร พืชนั้นย่อมขึ้นในเทือก ย่อมไม่ขึ้นในพื้นศิลาบนภูเขาเป็นแท่งทึบ ฉันใด, ธรรมาภิสมัย พึงมีแก่บุคลนั้นด้วยเหตุใด เหตุนั้นอันบุคคลนั้นเลิกถอนเสียแล้ว, ธรรมาภิสมัยย่อมไม่มีโดยไม่มีแห่งเหตุ ฉันนั้นนั่นเทียวแล
            อีกประการหนึ่ง ท่อนไม้ ก้อนดิน ไม้ค้อนและตะบองทั้งหลาย ย่อมเข้าถึงซึ่งอันตั้งอยู่ได้ในแผ่นดิน, ท่อนไม้ก้อนดินไม้ค้อนและตะบองทั้งหลายเหล่านั้นนั่นเทียว ย่อมเข้าถึงซึ่งอันตั้งอยู่ในอากาศได้หรือ"
            ร "หาไม่ พระผู้เป็นเจ้า"
            ถ "ขอถวายพระพร ท่อนไม้ก้อนดิน และไม้ค้อน และตะบองทั้งหลาย ย่อมเข้าถึงซึ่งอันตั้งอยู่ได้ ในแผ่นดินอย่างเดียวด้วยเหตุใด อะไรเป็นเหตุนั้น ในความตั้งอยู่ได้นั้น, ตั้งอยู่ในอากาศไม่ได้เพราะเหตุไร"
            ร "เหตุในอากาศ เพื่อความอาศัยตั้งอยู่แห่งท่อนไม้ ก้อนดิน ไม้ค้อน และตะบองทั้งหลายเหล่านั้นไม่มี, ท่อนไม้ ก้อนดิน ไม้ค้อนและตะบองทั้งหลายนั้น ตั้งอยู่ในอากาศไม่ได้โดยไม่มีแห่งเหตุ"
            ถ "ขอถวายพระพร ข้อนั้นฉันใด, เหตุแห่งอภิสมัยความตรัสรู้ของบุคคลนั้น อันโทษนั้นเลิกถอนเสียแล้ว, ครั้นเมื่อเลิกถอนเหตุเสียอภิสมัยย่อมไม่มี โดยอันไม่มีแห่งเหตุ ฉันนั้นนั่นเทียวแล
            อีกนัยหนึ่ง ไฟย่อมชัชวาลโพลงได้แต่บนบก, เพลิงนั้นย่อมชัชวาลโพลงได้ในน้ำด้วยหรือ"
            ร "หาไม่ พระผู้เป็นเจ้า เหตุในน้ำเพื่อความที่ไฟจะโพลงขึ้นไม่มี, ไฟย่อมไม่โพลงขึ้นโดยไม่มีแห่งเหตุ"
            ถ "ขอถวายพระพร เหตุในน้ำเพื่อความที่ไฟจะโพลงขึ้นไม่มี ไฟย่อมไม่โพลงขึ้นโดยไม่มีแห่งเหตุ ฉันใด, เหตุแห่งอภิสมัยของบุคคลนั้น อันโทษนั้นเลิกถอนเสียแล้ว, เมื่อเลิกถอนเหตุเสีย ธรรมาธิสมัยความตรัสรู้ธรรมย่อมไม่มี โดยอันไม่มีแห่งเหตุ ฉันนั้นนั่นเทียว"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน ท่านจงคิดเนื้อความนั่นแม้อีก, จิตตสัญญัตติ ความเข้าใจในปัญหานั้น ย่อมไม่มีแก่ข้าพเจ้าว่า 'เมื่อความรำคาญไม่มี ความห้ามมรรคและผลและสวรรค์ ย่อมมีแก่บุคคลเมื่อไม่รู้' ดังนี้; เพราะฉะนั้น พระผู้เป็นเจ้าจงให้ข้าพเจ้าหมายรู้ด้วยเหตุเถิด"
            ถ "ขอถวายพระพร เออก็ ยาพิษกล้าเกิน อันบุคคลแม้ไม่รู้เคี้ยวกินแล้ว ย่อมผลาญชีวิตเสียหรือไม่"
            ร "ย่อมผลาญซิ"
            ถ "ขอถวายพระพร บาปอันบุคคลแม้เมื่อไม่รู้กระทำแล้ว ย่อมกระทำอันตายแก่อภิสมัย ฉันนั้นนั่นเทียว เออก็ ไฟย่อมเผาบุคคลไม่รู้แล้วเหยียบไปหรือไม่"
            ร "ย่อมเผาซิ"
            ถ "ขอถวายพระพร ไฟย่อมเผาบุคคลไม่รู้แล้วเหยียบไป ฉันใด, บาปอันบุคคลแม้เมื่อไม่รู้กระทำแล้ว เป็นกรรมกระทำอันตรายแก่อภิสมัย ฉันนั้นนั่นเทียวแล เออก็ อสรพิษกัดบุคคลไม่รู้แล้ว ย่อมผลาญชีวิตเสียหรือไม่"
            ร "ย่อมผลาญซิ"
            ถ "อสรพิษกัดบุคคลไม่รู้แล้ว ย่อมผลาญชีวิตเสีย ฉันใด, บาปอันบุคลแม้เมื่อไม่รู้กระทำแล้ว ย่อมเป็นกรรมกระทำอันตรายแห่อภิสมัย ฉันนั้นนั่นเทียวแล"
            ขอถวายพระพร พระเจ้ากาลิงคราชสมณะโกลัญญะ เกลื่อนกล่นแล้วด้วยรัตนะเจ็ด ทรงรัตนะคชาธารเสด็จไปเพื่อจะทอดพระเนตรตระกูล แม้เมื่อไม่รู้ ไม่อาจแล้วเพื่อจะเสด็จโดยเบื้องบนแห่งโพธิมัณฑะประเทศเป็นที่ผ่องใสแห่งญาณชื่อโพธิ บาปอันบุคคลแม้เมื่อไม่รู้กระทำแล้ว ย่อมเป็นกรรมกระทำอันตรายแก่อภิสมัย ด้วยเหตุใด เรื่องพระเจากาลิงคราชนี้  เป็นเหตุนั้นในความที่บาปอันผู้ไม่รู้กระทำแล้ว เป็นกรรมกระทำอันตายแก่อภิสมัยนี้"
            ร "พระผู้เป็นเจ้านาคเสน เหตุเป็นชินภาสิตอันใคร ๆ ไม่อาจเพื่อจะคัดค้าน, เนื้อความนั่นแหละ เป็นเนื้อความของชินภาสิตนั้น, ข้าพเจ้ายอมรับรองอย่างนั้น"

 


วรรคที่ 1
วรรคที่ 2
วรรคที่ 3
วรรคที่ 4
วรรคที่ 5
วรรคที่ 6
วรรคที่ 7
หีนายวัตตนปัญหา
อรหโตกายิกเจตสิกเวทนาปัญหา
อภิสมยันตรายกรปัญหา
สมณทุสสีลคีหิทุสสีลปัญหา
อุทกสัตตชีวปัญหา
โลกนัตถิภาวปัญหา
สติสัมโมสปัญหา
นิพพานอัตถิภาวปัญหา
กัมมชากัมมชปัญหา
วรรคที่ 8
วรรคที่ 9
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook