บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน
โดย :: เจือจันทน์ อัชพรรณ (มิสโจ)

ข้อที่สาม วิธีสร้างความดี

3

        มีซิวจ๋ายท่านหนึ่ง แซ่ชื้อ บิดาเป็นผู้มั่งคั่งในเมืองซูโจว มีอยู่ปีหนึ่งฝนแล้งมาก ท่านจึงให้ชาวนาทำนาของท่านฟรี ไม่เก็บค่าเช่านาเลย เป็นตัวอย่างอันดีงาม ที่เจ้าของนาทั้งหลายก็ปฏิบัติตามเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น ท่านยังนำข้าวที่เก็บไว้ มาแจกจ่ายแก่คนยากไร้อีกด้วย พอตกกลางคืน ก็ได้ยินเสียงปีศาจมาร้องว่า แม้จะพูดสักพันครั้งหรือสักหมื่นครั้ง ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเป็นความจริง ที่ซิวจ๋ายในตระกูลชื้อนี้จะได้เป็นกือหยินแล้ว ปีศาจร้องอยู่ทุกคืน ติดต่อกันนาน จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อมีการสอบไล่ ซิวจ๋ายท่านนี้ก็ไปสอบกับเขาด้วย ปรากฏว่าสอบได้เป็นที่กือหยินจริงตามที่ปีศาจมาร้องบอก บิดาของท่านเห็นว่า การทำดีเพียงเท่านี้ ยังได้ผลดีถึงเพียงนี้ ท่านก็ยิ่งมุมานะทำดียิ่งๆ ขึ้น สะพานชำรุดท่านก็ให้คนไปซ่อมเสียให้ดี ถนนหนทางขรุขระสัญจรไม่สะดวก ท่านก็ให้คนไปซ่อมให้เรียบร้อย ภิกษุที่ไม่มีโยมอุปัฏฐาก ท่านก็ทำสำรับกับข้าว ไปถวายทุกวัน ใครขาดแคลนข้าวปลาอาหารเสื้อผ้า และอื่นๆ ท่านก็จุนเจืออยู่เสมอ ไม่ให้อดอยากยากไร้ ไม่ว่าใครจะมีเรื่องทุกข์ร้อนอย่างไร ท่านช่วยได้เป็นช่วยทันที ต่อมาปีศาจก็มาร้องอีกทุกคืนว่า แม้จะพูดสักพันครั้งหรือสักหมื่นครั้ง ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเป็นความจริงที่กือหยินในตระกูลชื้อนี้ จะได้เป็นขุนนางผู้ใหญ่ ที่มีตำแหน่งสูงสุดในภูธร ต่อมาก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
        มีขุนนางอีกท่านหนึ่งแซ่ถู รับราชการอยู่ในเรือนจำที่เมืองเกียฮง ท่านพักอยู่ในเรือนจำ มีเวลาว่าง ท่านก็จะไปคุยกับพวกนักโทษ เพื่อจะได้รู้ความจริงว่า นักโทษนั้นทำความผิดจริงหรือเปล่า ปรากฏว่ามีนักโทษหลายคน ที่ไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา ท่านจึงทำบันทึกไปมอบให้ผู้บังคับบัญชา การพิจารณาโทษในสมัยนั้น ก็ต้องผ่านการพิจารณาคดีสามขั้นตอนด้วยกัน เมื่อสอบสวนได้ความอย่างไรในท้องที่ที่เกิดเหตุแล้ว ก็ส่งตัวนักโทษ มายังคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง เพื่อสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง เมื่อได้ความอย่างไรแล้ว ก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายฮ่องเต้ให้ทรงวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง โดยแยกเสนอนักโทษออกเป็นสามประเภท คือประเภทที่หนึ่งกระทำความผิดจริง ประเภทที่สองเป็นนักโทษที่รอการลงอาญาไว้ ประเภทที่สามเป็นนักโทษ ที่ควรให้อภัยโทษ ทั้งหมดนี้ก็สุดแล้วแต่ฮ่องเต้จะทรงวินิจฉัยอย่างไร ถ้ารับสั่งให้ประหารก็ประหารทันที ส่วนพวกที่รอการลงอาญาถ้าโชคดี ก็อาจจะได้รับพระราชทานอภัยโทษในวันสำคัญของฮ่องเต้ ท่านแซ่ถูนี้ เมื่อท่านสอบสวนได้ความจริงจากนักโทษแล้ว ท่านก็ทำบันทึกส่งให้ผู้บังคับบัญชา ธรรมเนียมในสมัยนั้น ถ้าผู้ใดสามารถสืบได้ความจริงว่า นักโทษไม่ผิดแต่ถูกปรักปรำ ก็จะได้รับความดีความชอบ แต่ท่านแซ่ถูนี้ ท่านมิได้คิดเอาดีเอาชอบ กลับยกความดีความชอบให้แก่ผู้บังคับบัญชา มีความประสงค์แต่จะช่วยแก้ทุกข์ ให้กับนักโทษเท่านั้น นักโทษถูกปลดปล่อยเพราะท่านในขณะนั้นสิบกว่าคน ราษฎรต่างพากันชื่นชมยินดี โดยไม่ทราบว่าที่แท้เป็นการปิดทองหลังพระ ของท่านแซ่ถูนั่นเอง ท่านแซ่ถูยังเสนอต่อผู้บังคับบัญชาว่า ในเมืองหลวงแท้ๆ ยังมีผู้ถูกปรักปรำมากมายเช่นนี้ ถ้าหัวเมืองที่ไกลปืนเที่ยงออกไป จะได้รับความอยุติธรรมขนาดไหน ควรที่จะแต่งตั้งคนดี มีความยุติธรรมเป็นผู้ตรวจการ ต่างพระเนตรพระกรรณ ทุกๆ ห้าปี ควรมีผู้ตรวจการไปรื้อฟื้นคดีมาพิจารณากันใหม่ ถ้าเป็นการกระทำผิดจริง ก็ยังจะต้องพิจารณาว่า ได้พิพากษาลงโทษสมควรแก่โทษหรือเปล่า ถ้าหนักไป ก็ควรผ่อนให้เบาขึ้น ถ้าเบาไปก็ต้องเพิ่มให้หนักขึ้นไปอีก เพื่อทรงความยุติธรรมไว้ ผู้ใดมิได้กระทำผิดก็สมควรปล่อยตัวไปเสีย ฮ่องเต้ทรงเห็นชอบด้วย จึงทรงแต่งตั้งขุนนางแยกย้ายกันไปตามหัวเมืองน้อยใหญ่ ท่านแซ่ถูก็ได้รับการแต่งตั้งด้วย อยู่มาคืนหนึ่ง ท่านฝันไปว่า มีเทวดามาชมเชยท่านว่า การกระทำของท่าน เป็นที่ถูกใจของฟ้าดินเป็นอันมาก ความจริงท่านแซ่ถูมีชะตาชีวิตที่ไร้บุตรสืบสกุล แต่เนื่องจากความดีครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ฟ้าดินจึงประทานบุตรชายให้ท่านสามคน ต่อไปจะได้เป็นขุนนางผู้ใหญ่ทั้งสิ้น ต่อมาความฝันนั้นก็กลายเป็นความจริง


        มีอีกท่านหนึ่งแซ่เปา บิดาของท่านเป็นขุนนางตำแหน่งข้าหลวง ท่านมีพี่น้องเจ็ดคน ท่านเป็นลูกคนสุดท้อง แต่งงานแล้วก็ไปอยู่บ้านพ่อตาแม่ยาย ท่านชอบพอกับท่านบิดาของพ่อมาก ไปมาหาสู่กันเสมอ ท่านเป็นคนเก่ง มีความรู้มากมาย แต่เสียดายที่สอบเป็นกือหยินตกทุกปี ท่านสนใจพระพุทธศาสนา และลัทธิเต๋ามาก วันหนึ่ง ท่านไปเที่ยวที่ทะเลสาบแห่งหนึ่ง ไปพบศาลเจ้าเก่าๆ มีสภาพทรุดโทรมมาก เข้าไปในศาลก็เห็นรูปพระโพธิสัตว์กวนอิม ยืนตากฝนเปียกอยู่ ท่านจึงรีบหยิบเงินในกระเป๋าของท่านซึ่งมีอยู่สิบตำลึง ถวายท่านเจ้าอาวาส ให้ซ่อมแซมศาลเจ้าให้ดีด้วย ท่านเจ้าอาวาสบอกว่า เงินเพียงเท่านี้ ไม่เพียงพอที่จะซ่อมแซมได้หมด ท่านจึงหยิบผ้าที่เพิ่งซื้อมาสี่พับ กับเสื้อผ้าที่ติดตัวมาอีกเจ็ดชุดถวายแด่ท่านเจ้าอาวาส คนใช้ได้ห้ามขึ้นว่า เสื้อผ้าเหล่านี้ล้วนเพิ่งทำมาใหม่ๆ แล้วท่านจะใช้อะไรมาแทนเล่า ท่านบอกว่า ช่างเถิด ขอให้พระโพธิสัตว์กวนอิม ไม่ต้องตากแดดตากฝนก็พอใจแล้ว เราไม่มีเสื้อใส่จะเป็นไรไป ท่านเจ้าอาวาสได้ฟังแล้ว ประทับใจมาก ร้องไห้พลางพูดว่า ของที่ให้มานั้นหาไม่ยากดอก แต่น้ำใจเช่นนี้สิจะหาได้จากที่ไหน ครั้นซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว ท่านแซ่เปาก็ชวนท่านบิดาให้ไปไหว้เจ้าด้วยกัน คืนนั้นค้างอยู่ที่วัด ตกดึก ก็มีเทพเจ้ามาเข้าฝันท่านบิดาว่า ขอบใจที่มาช่วยให้ไม่ต้องเปียกฝนอีกแล้ว ต่อไปบุตรหลานของท่าน จะได้เป็นใหญ่เป็นโตในราชการมากมาย ต่อมาก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
        อีกท่านหนึ่งแซ่จือ ท่านบิดารับราชการอยู่ในกรมราชทัณฑ์ อยู่มาวันหนึ่ง มีนักโทษประหารคนหนึ่ง ซึ่งถูกปรักปรำโดยไม่ได้ทำผิดอันใดเลย ท่านบิดาสงสารมาก จึงปลอบใจนักโทษว่า อย่าเป็นทุกข์ไปเลยจะช่วยเหลือ นักโทษจึงปรับทุกข์กับภรรยาว่า เราซาบซึ้งในบุญคุณอันนี้ยิ่งนัก แต่น่าละอายใจ ที่เรายากจนมาก ไม่มีสิ่งของอันใดพอที่จะนำมาตอบแทนพระคุณท่าน ก็เห็นมีแต่เจ้าเท่านั้นที่จะช่วยเหลือเราได้ พรุ่งนี้เมื่อท่านไปทำการสอบสวนที่บ้าน เจ้าจงบอกกับท่านตามตรงว่า เราขอยกเจ้าให้เป็นภรรยาของท่าน นางไม่อยากทำเช่นนี้ ก็ได้แต่ร้องไห้พลาง รับปากไปพลาง ด้วยความเศร้าสลดใจยิ่ง แต่การณ์กลับผิดคาด ท่านบิดาของท่านแซ่จือไม่ยอมรับ และช่วยเหลือจนสำเร็จ เมื่อออกจากที่คุมขังแล้ว สองสามีภรรยา ก็เดินทางมาขอบพระคุณท่าน และพูดว่า คุณธรรมของท่านที่มีต่อข้าพเจ้านั้น หายากยิ่งแล้วในโลกนี้ หากข้าพเจ้า ไม่สามารถตอบแทนพระคุณของท่านเสียบ้าง คงจะไม่สบายใจไปตลอดชาติ จึงใคร่ขอยกลูกสาวให้เป็นทาสช่วงใช้ ขอท่านอย่าได้ปฏิเสธเลย ท่านบิดาของท่านจือก็รับไว้ แต่มิได้ให้เป็นทาสรับใช้ ทำพิธีแต่งงานกันตามประเพณีนิยม ต่อมาจึงได้ให้กำเนิดท่านแซ่จือ พออายุได้ ๒๐ ปี ท่านแซ่จือก็สอบไล่ได้เป็นขุนนางในกรมประวัติศาสตร์ ต่อมา ลูกหลานก็ได้เป็นขุนนางทั้งนั้น

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

ประวัติท่านเหลี่ยวฝาน
ข้อที่หนึ่ง การสร้างอนาคต
ข้อที่สอง วิธีแก้ไขความผิดพลาด
ข้อที่สาม วิธีสร้างความดี
ข้อที่สี่ ความถ่อมตน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook