บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก พระสูตร

พระไตรปิฎกฉบับประชาชน
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖

เล่มที่ ๓๙ ชื่อยมก ภาคที่ ๒ เป็นอภิธัมมปิฎก ( เล่ม ๖ )

    ( ได้กล่าวแล้วว่า ในเล่มที่ ๓๙  นี้ มีหัวข้อแห่งยมกเพียง ๓   คือ      ๑. จิตตยมก   ( ธรรมที่เป็นคู่คือจิต )    ๒. ธัมมยมก   ( ธรรมที่เป็นคู่คือธรรม )     ๓. อินทริยยมก   ( ธรรมที่เป็นคู่คืออินทรีย์ คือธรรมที่เป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน )    วิธีอธิบายทั้งสามหัวข้อไม่เหมือนกัน    ดังจะกล่าวต่อไปเมื่อถึงหัวข้อนั้น ๆ ) .

๑. จิตตยมก

ธรรมเป็นคู่คือจิต

   หัวข้อใหญ่ของจิตยมก คือ  อุทเทส หรือบทตั้ง   กับ  นิทเทส หรือบทอธิบาย   แล้วมีหัวข้อย่อยที่บทตั้ง    และคำอธิบายเกี่ยวข้องด้วย ๔ วาระ คือ     ๑. ปุคคลวาร   วาระว่าด้วยบุคคล    ๒. ธัมมวาร   วาระว่าด้วยธรรม    ๓. ปุคคลธัมมวาร   วาระว่าด้วยบุคคลและธรรม     ๔. มิสสกวาร   วาระว่าด้วยจิตที่ผสมด้วยกิเลส.

ก. อุทเทสหรือบทตั้ง

    ๑. ปุคคลวาร  วาระว่าด้วยบุคคล    จิตของบุคคลใดย่อมเกิดขึ้น    ยังไม่ดับ    จิตของบุคคลนั้นจักดับ จักไม่เกิดขึ้น     อนึ่ง  จิตของบุคคลใดจักดับ    จักไม่เกิดขึ้น    จิตของบุคคลนั้นย่อมเกิดขึ้น    ยังไม่ดับ   ฯ ล ฯ

    ๒. ธัมมวาร วาระว่าด้วยธรรม    จิตย่อมเกิดขึ้นยังไม่ดับ    จิตนั้นจักดับ    จักไม่เกิดขึ้น      อนึ่ง   จิตใด    จักดับ   จักไม่เกิดขึ้น    จิตนั้นย่อมเกิดขึ้น  ยังไม่ดับ ฯ ล ฯ

    ๓. ปุคคลธัมมวาร วาระว่าด้วยบุคคลและธรรม    จิตใดของบุคคลใดย่อมเกิดขึ้น    ยังไม่ดับ    จิตนั้นของบุคคลนั้นจักดับ    จักไม่เกิดขึ้น      อนึ่ง    จิตใดของบุคคลใดจักดับ    จักไม่เกิดขึ้น    จิตนั้นของบุคคลนั้น    ย่อมเกิด   ยังไม่ดับ .    ฯลฯ

    ๔. มิสสกวาร วาระว่าด้วยจิตที่ผสมด้วยกิเลส    จิตอันมีราคะของผู้ใดย่อมเกิดขึ้น ;    จิตปราศจากราคะของผู้ใดย่อมเกิดขึ้น ;   ฯ ล ฯ   จิตนั้น ๆ    ของผู้นั้นจักดับ    จักไม่เกิดขึ้น      อนึ่ง   จิตนั้น ๆ    ของผู้ใดจักดับ    จักไม่เกิดขึ้น   จิตนั้น ๆ   ของผู้นั้นย่อมเกิดขึ้น    ยังไม่ดับ  ฯ ล ฯ

ข. นิทเทส  หรือบทอธิบาย

   ๑. บทนำตั้งในปุคคลวารมาตั้งคำถามว่า    เป็นเช่นนั้นใช่หรือไม่    แล้วตอบว่า    ในขณะเกิดขึ้น  แห่งจิตสุดท้าย    จิตของผู้นั้นย่อมเกิดขึ้น    ยังไม่ดับ ( แต่ )   จักดับ    จักไม่เกิดขึ้น.    ในขณะเกิดขึ้นแห่งจิตของบุคคลนอกนี้    จิตของเขาย่อมเกิดขึ้น    ยังไม่ดับ ( แต่ )    จักดับด้วย    จักเกิดขึ้นด้วย   ฯ ล ฯ

   ๒. บทนำตั้งในธัมมวารมาตั้งเป็นคำถามว่า    เป็นเช่นนั้นใช่หรือไม่    แล้วตอบว่า   ใช่    แต่ในกรณีที่ว่าจิตใดย่อมไม่เกิดขึ้น    ย่อมดับ    จิตนั้นจักไม่ดับ  จักเกิดขึ้น    ดังนี้  ตอบว่า  ไม่ใช่อย่างนั้น    และในกรณีที่ว่าจิตใด    จักไม่ดับ   จักเกิดขึ้น    จิตนั้นย่อมไม่เกิด   ( แต่ ) ย่อมดับ   ดังนี้    ตอบว่า   ไม่มี .

   ๓. นำบทตั้งในปุคคลธัมมวารมาตั้งเป็นคำตอบแล้วตอบเช่นเดียวกับในธัมมวาร.

   ๔. บทอธิบายในมิสสกวาร    มิได้ตั้งเป็นคำถามตอบ    แต่กล่าวว่า    เมื่ออธิบายถึงจิตของบุคคลใดโดยภาวะของตน    เมื่ออธิบายถึงจิตใดและจิตของบุคคลใด    โดยอรรถอันเดียวกัน   ( กล่าวย้อนไปถึงวารทั้งสามข้างต้น )    บุคคลใดมีจิตประกอบด้วยราคะ    ฯ ล ฯ    มีธรรมอันไม่มีข้าศึก    ธรรมที่เป็นคู่   ( ยมก ) ๓ ประการ   คือ  มูลยมก   ( ธรรมที่เป็นคู่อันเป็นมูล )  จิตตตยมก   ( ธรรมที่เป็นคู่คือจิต )  ธัมมยมก   ( ธรรมที่เป็นคู่คือธรรม )    ย่อมเป็นไป    จนถึงธรรมที่มีข้าศึกและไม่มีข้าศึก    ( คือเมื่อกล่าวถึงจิตของบุคคลมีราคะ    จนถึงไม่มีข้าศึก    ย่อมเข้าในลักษณะยมก ๓    ประการ )

๒. ธัมมยมก

ธรรมที่เป็นคู่คือธรรม ๑. ปัณณัตติวาร    วาระว่าด้วยบัญญัติ

ก. อุทเทสหรือบทตั้ง

   กุศล   เป็นกุศลธรรม    กุศลธรรม   เป็นกุศล. อกุศล   เป็นอกุศลธรรม    เป็นอกุศล.     อัพบากฤต    เป็นอัพยากตธรรม    อัพยากตธรรม    เป็นอัพยากฤต   ฯ ล ฯ

ข. นิทเทส    หรือบทอธิบาย

   กุศล    เป็นกุศลธรรมใช่หรือไม่ ?    ใช่ .     กุศลธรรม    เป็นกุศลใช่หรือไม่ ?    ใช่.     อกุศล    เป็นอกุศลธรรมใช่หรือไม่ ?    ใช่ .     อกุศลธรรม เป็นอกุศลใช่หรือไม่   ใช่ .      อัพยากฤต    เป็นอัพยากตธรรมใช่หรือไม่ ?    ใช่.     อัพยากตธรรม    เป็นอัพยากฤติใช่หรือไม่ ?    ใช่   ฯ ล ฯ

๒. ปวัตติวาร    วาระว่าด้วยความเป็นไป

ก. อุปปาทวาร    วาระว่าด้วยความเกิดขึ้น

   กุศลเกิดขึ้นแก่ผู้ใด อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นใช่หรือไม่ ?   ไม่ใช่.     อนึ่ง    อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่ผู้ใด    กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นใช่หรือไม่ ?   ไม่ใช่.

   กุศลเกิดขึ้นแก่ผู้ใด อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นใช่หรือไม่ ?    ในขณะเกิดขึ้นแห่งกุศลทั้งหลายในอรูป    ( ซึ่งมีขันธ์ ๔ )    กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้น อัพยากตธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น.    ในขณะเกิดขึ้นแห่งกุศลทั้งหลายในขันธ์ ๕    ทั้งกุศลธรรมและอัพยากตธรรมย่อมเกิดแก่ผู้นั้น.      อนึ่ง    อัพยกตธรรมเกิดขึ้นแก่ผู้ใดกุศลธรรมย่อมเกิดแก่ผู้นั้นใช่หรือไม่ ?    ในขณะที่เกิดขึ้นแห่งจิตที่ไม่ประกอบด้วยกุศลอันเป็นไปแก่สัตว์ทั้งปวงผู้กำลังเกิด    อัพยากตธรรมย่อมเกิดแก่สัตว์เหล่านั้น    กุศลธรรมย่อมไม่เกิด    แต่ในขณะที่เกิดขึ้นแห่งกุศลทั้งหลายในขันธ์ ๕  ทั้งอัพยากตธรรมและกุศลธรรมย่อเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น.

   กุศลเกิดขึ้นแก่ผู้ใด    อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นใช่หรือไม่ ?    ในขณะเกิดขึ้นแห่งอกุศลทั้งหลายในอรูป    ( ซึ่งมีขันธ์ ๔ )    อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้น    อัพยากตธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น.    ในขณะเกิดขึ้นแห่งอกุศลทั้งหลายในขันธ์ ๕    ทั้งกุศลธรรมและอัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้น .     อนึ่ง    อัพยากตธรรมเกิดขึ้นแก่ผู้ใด    อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นใช่หรือไม่ ?    ในขณะเกิดขึ้นแห่งจิตที่ไม่ประกอบด้วยอกุศล    อันเป็นไปแก่สัตว์ทั้งปวงผู้กำลังเกิด    อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น    อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น .    แต่ในขณะที่เกิดขึ้นแห่งอกุศลทั้งหลายในขันธ์ ๕    ทั้งอัพยากตธรรมทั้งอกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น    ฯ ล ฯ

ข. นิโรธวาร    วาระว่าด้วยความดับ

   กุศลเกิดขึ้นแก่ผู้ใด อกุศลธรรมของผู้นั้นย่อมดับใช่หรือไม่ ?   ไม่ใช่ .     อนึ่ง    อกุศลธรรมของผู้ใดดับ    กุศลธรรมของผู้นั้นย่อมดับใช่หรือไม่ ?   ไม่ใช่.

   กุศลธรรมของผู้ใดดับ    อัพยากตธรรมของผู้นั้นย่อมดับใช่หรือไม่ ?    ในขณะดับแห่งกุศลทั้งหลายในอรูป    กุศลธรรมของผู้นั้นย่อมดับ    อัพยากตธรรมย่อมไม่ดับ.    ในขณะดับแห่งกุศลทั้งหลายในขันธ์ ๕    ทั้งกุศลธรรมทั้งอัพยากตธรรมย่อมดับ.      อนึ่ง  อัพยากตธรรมของผู้ใดดับ    กุศลธรรมของผู้นั้นย่อมดับใช่หรือไม่ ?    ในขณะดับแห่งจิตอันไม่ประกอบด้วยกุศลที่เป็นไปแก่สัตว์ทั้งปวง    ผู้กำลังเคลื่อน ( จุติ )    อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับ    กุศลธรรมย่อมไม่ดับ .    แต่ในขณะดับแห่งกุศลทั้งหลายในขันธ์ ๕    ทั้งอัพยากตธรรมทั้งกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับ.

   กุศลธรรมของผู้ใดดับ อัพยากตธรรมของผู้นั้นย่อมดับใช่หรือไม่ ?    ในขณะดับแห่งอกุศลทั้งหลายในอรูป    อกุศลธรรมของผู้นั้นย่อมดับ    อัพยากตธรรมย่อมไม่ดับ    ในขณะดับแห่งอกุศลทั้งหลายในขันธ์ ๕    ทั้งอกุศลธรรมทั้งอัพยากตธรรมของผู้นั้นย่อมดับ .     อนึ่ง    อัพยากตธรรมของผู้ใดดับ    อกุศลธรรมของผู้นั้นย่อมดับใช่หรือไม่ ?    ในขณะดับแห่งจิตอันไม่ประกอบด้วยอกุศลที่เป็นไปแก่สัตว์ทั้งปวง    ผู้กำลังเคลื่อน ( จุติ )    อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับ    อกุศลธรรมย่อมไม่ดับ    แต่ในขณะดับแห่งอกุศลทั้งหลายในขันธ์ ๕    ทั้งอัพยากตธรรมทั้งอกุศลธรรมของสัตว์นั้นย่อมดับ    ฯ ล ฯ

ค. อุปปาทนิโรธวาร    วาระว่าด้วยความเกิดขึ้นและความดับ

   กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่ผู้ใด    อกุศลธรรมของผู้นั้นย่อมดับใช่หรือไม่ ?   ไม่ใช่ .     อนึ่ง    อัพยากตธรรมของผู้ใดดับ    กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นใช่หรือไม่ ?   ไม่ใช่ .

   กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่ผู้ใด    อัพยากตธรรมของผู้นั้นย่อมดับใช่หรือไม่ ?  ไม่ใช่ .     อนึ่ง   อัพยากตธรรมของผู้ใดดับ    กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นใช่หรือไม่ ?  ไม่ใช่ .

   กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่ผู้ใด    อัพยากตธรรมของผู้นั้นย่อมดับใช่หรือไม่ ?   ไม่ใช่ .     อนึ่ง อัพยากตธรรมของผู้ใดดับ    อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นใช่หรือไม่ ? ไม่ใช่ .

๓. ภาวนาวาร    วาระว่าด้วยการทำให้เกิด

   ผู้ใดทำกุศลธรรมทำให้เกิดขึ้น    ผู้นั้นย่อมละอกุศลธรรมได้ใช่หรือไม่ ?   ใช่ .     อนึ่ง    ผู้ใดละอกุศลธรรมได้    ผู้นั้นย่อมทำกุศลธรรมให้เกิดใช่หรือไม่ ?   ใช่ .      ผู้ใดไม่ทำกุศลธรรมให้เกิด    ผู้นั้นย่อมละอกุศลธรรมไม่ได้ใช่หรือไม่ ?   ใช่ .     อนึ่ง   ผู้ใดละอกุศลธรรมไม่ได้ ผู้นั้นย่อมทำกุศลธรรมให้เกิดไม่ได้ใช่หรือไม่ ?   ใช่   ฯ ล ฯ

๓. อินทริยยมก

( ธรรมที่เป็นคู่คืออินทรีย์ ได้แก่ธรรมที่เป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน )

๑. ปัณณัตติวาร    วาระว่าด้วยบัญญัติ

   อินทรีย์มี ๒๒    มีอินทรีย์คือตา    เป็นต้น    มีอินทรีย์ของพระอรหันต์ผู้ตรัสรู้สัจจธรรมเป็นที่สุด    ( ดูรายละเอียดที่พระอภิธรรมเล่ม ๒ ) ในหัวข้อ ๕. อินทริยวิภังค์ แจกอินทรีย์

ก. อุทเทส    หรือบทตั้ง

    ตา เป็นอินทรีย์คือตา อินทรีย์คือตา เป็นตา ;  หู   เป็นอินทรีย์คือหู อินทรีย์คือหู เป็นหู ;  จมูก   เป็นอิทรีย์คือจมูก อินทรีย์คือจมูก เป็นจมูก ฯ ล ฯ.

ข. นิทเทส    หรือบทอธิบาย

    ตา เป็นอิทรีย์คือตาใช่หรือไม่ ?   ตา   คือตาทิพย์    ตาปัญญา    มิใช่อินทรีย์คือตา    ส่วนอินทรีย์คือตา    เป็นตาด้วย    เป็นอินทรีย์คือตาด้วย .    อินทรีย์คือตา    เป็นตาใช่หรือไม่ ?   ใช่ .   หู   เป็นอินทรีย์คือหูใช่หรือไม่ ?    หูที่เป็นหูทิพย์    ที่เป็น  ตัณหาโสตะ   ( กระแสคือตัณหา )   ไม่ใช่อินทรีย์คือหู ส่วนอินทรีย์คือหู    เป็นหูด้วยเป็นอินทรีย์คือหูด้วย .   อินทรีย์คือหู    เป็นหูใช่หรือไม่ ?   ใช่   จมูก   เป็นอินทรีย์คือจมูกใช่หรือไม่ ?   ใช่ .   อินทรีย์คือจมูก    เป็นจมูกใช่หรือไม่ ?    ใช่   ฯ ล ฯ

๒. ปวัตติวาร    วาระว่าด้วยความเป็นไป

   อินทรีย์คือ  ตา   เกิดขึ้นแก่ผู้ใด    อินทรีย์คือ  หู   ย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นใช่หรือไม่ ?  ผู้กำลังเกิดเป็นสัตว์ที่มีตา แต่ไม่มีหู    อินทรีย์คือตาย่อมเกิดขึ้น    แต่อินทรีย์คือหูย่อมไม่เกิดขึ้น.    ผู้กำลังเกิดเป็นสัตว์ที่มีทั้งตาทั้งหูทั้งอินทรีย์คือตาอิทรีย์คือหูย่อมเกิดขึ้น .     อนึ่ง   อินทรีย์  หู   เกิดขึ้นแก่ผู้ใด    อินทรีย์คือ  ตา   ย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นใช่หรือไม่ ?    ผู้กำลังเกิดเป็นสัตว์ที่มีทั้งหู    แต่ไม่มีตา    อินทรีย์คือหูย่อมเกิดขึ้น    แต่อินทรีย์คือตาย่อมไม่เกิดขึ้น.    ผู้กำลังเกิดเป็นสัตว์ที่มีทั้งหูทั้งตา  ทั้งอินทรีย์คือหูทั้งอินทรีย์คือตาย่อมเกิดขึ้น    ฯ ล ฯ

๓. ปริญญาวาร วาระว่าด้วยการกำหนดรู้

   ผู้ใดกำหนดรู้อินทรีย์คือ    ตา ผู้นั้นย่อมกำหนดรู้อินทรีย์คือ   หู   ใช่หรือไม่ ?    ใช่     อนึ่ง    ผู้ใดกำหนดรู้อินทรีย์คือ   หู   ผู้นั้นย่อมกำหนดรู้อินทรีย์คือ   ตา   ใช่หรือไม่    ? ใช่ .

   ผู้ใดกำหนดรู้อินทรีย์คือ   ตา   ผู้นั้นย่อมละได้ซึ่งอินทรีย์คือ   โทมนัส   ( ความเสียใจ )   ใช่หรือไม่ ?    ไม่ใช่ .     อนึ่ง    ผู้ใดละได้ซึ่งอินทรีย์คือ   โทมนัส   ผู้นั้นย่อมกำหนดรู้อินทรีย์คือ   ตา   ใช่หรือไม่ ?  ไม่ใช่   ฯ ล ฯ

จบพระไตรปิฎก    เล่มที่ ๓๙

'๑' . พึงสังเกตว่า    คำว่า   บุคคล    กับคำว่า  ธรรม    ในวาระทั้งสองนี้ต่างกันอย่างไร

'๒' . ตรงนี้เป็นการเล่นคำ    เพราะโสตะ   แปลว่า   หู    ก็ได้   แปลว่า  กระแส    ก็ได้

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐
พระะอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๑
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๒

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook