|
พระสูตร
วัจฉสูตร [๗๙๔]
ครั้งนั้นแล วัจฉโคตรปริพาชก
ได้เข้าไปเฝ้าท่านพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ
ได้ปราศรัยกับท่านพระผู้มีพระภาค
ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว
จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า
ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ
โลกเที่ยงหรือ [๗๙๕]
พ. ดูกรวัจฉะ
พวกปริพาชกผู้ถือลัทธิอื่น
ย่อมเห็นรูปโดยความเป็นตน
ย่อมเห็นตนว่ามีรูป
ย่อมเห็นรูปในตน
หรือย่อมเห็นตนในรูป ฯลฯ
ย่อมเห็นวิญญาณโดยความเป็นตน
ย่อมเห็นตนว่ามีวิญญาณ
ย่อมเห็นวิญญาณในตน
หรือย่อมเห็นตนในวิญญาณ
เพราะฉะนั้น
พวกปริพาชกผู้ถือลัทธิอื่น
เมื่อถูกถามอย่างนั้นแล้ว
จึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า
โลกเที่ยงบ้าง ฯลฯ
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว
ย่อมเกิดอีกก็หามิได้
ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้บ้าง [๗๙๖]
ครั้งนั้นแล
วัจฉโคตรปริพาชกลุกขึ้นจากที่นั่งแล้ว
ได้เข้าไปหาท่านพระมหาโมคคัลลานะถึงที่อยู่
ได้ปราศรัยกับท่านพระมหาโมคคัลลานะ
ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว
จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
ครั้นแล้ว
ได้ถามท่านมหาพระโมคคัลลานะว่า
ดูกรท่านโมคคัลลานะ
โลกเที่ยงหรือ
ท่านพระมหามคคัลลานะตอบว่า
ดูกรวัจฉะ
ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์
ฯลฯ [๗๙๗] ม. ดูกรวัจฉะ
พวกปริพาชกผู้ถือลัทธิอื่น
ย่อมเห็นรูปโดยความเป็นตน
ย่อมเห็นตนว่ามีรูป
ย่อมเห็นรูปในตน
หรือย่อมเห็นตนในรูป ฯลฯ
ย่อมเห็นวิญญาณโดยความเป็นตน
ย่อมเห็นตนว่ามีวิญญาณ
ย่อมเห็นวิญญาณในตน
หรือย่อมเห็นตนในวิญญาณ
เพราะฉะนั้น
พวกปริพาชกผู้ถือลัทธิอื่น
เมื่อถูกถามอย่างนั้น
จึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า
โลกเที่ยงบ้าง ฯลฯ
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว
ย่อมเกิดอีกก็หามิได้
ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้บ้าง [๗๙๘] ว. ดูกรท่านโมคคัลลานะ น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมี ในข้อที่อรรถกับอรรถ พยัญชนะกับพยัญชนะ ของศาสดากับของสาวก ย่อมเทียบกันได้ สมกันได้ ไม่ผิดเพี้ยนในบทที่สำคัญ ดูกรท่านโมคคัลลานะ เมื่อกี้นี้ ข้าพเจ้าได้เข้าไปเฝ้าพระสมณโคดมแล้ว ได้ทูลถามเรื่องนี้ แม้พระสมณโคดม ก็ได้ทรงพยากรณ์เรื่องนี้ ด้วยบทเหล่านี้ ด้วยพยัญชนะเหล่านี้ แก่ข้าพเจ้า ดุจท่านโมคค้ลลานะเหมือนกัน ดูกรท่านโมคคัลลานะ น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมี ในข้อที่อรรถกับอรรถ พยัญชนะกับพยัญชนะ ของพระศาสดากับของสาวก ย่อมเทียบกันได้ สมกันได้ ไม่ผิดเพี้ยนในบทที่สำคัญ |