Custom Search
|
|
|
|
หน้าบ้านจอมยุทธ
>> หอพระไตร
>>
พระสูตร >> สารีปุตตโกฏฐิตสูตร
ที่ ๔ |
|
พระสูตร
สารีปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๔ [๗๗๙]
สมัยหนึ่ง
ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโกฏฐิตะ
อยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
ใกล้เมืองพาราณสี ครั้งนั้นแล
เป็นเวลาเย็น
ท่านพระสารีบุตรออกจากที่หลีกเร้นแล้ว
ได้เข้าไปหาท่านพระมหาโกฏฐิตะถึงที่อยู่
ได้ปราศรัยกับท่านพระมหาโกฏฐิตะ
ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว
จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
ครั้นแล้วท่านพระสารีบุตร
ได้ถามท่านพระมหาโกฏฐิตะว่า [๗๘๐] ท่านพระมหาโกฏฐิตะตอบว่า ดูกรท่าน ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้า แต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมไม่เกิดอีกก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดก็มีก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมเกิดมีแก่บุคคล ผู้มีรูปเป็นที่มายินดี ผู้ยินดีแล้วในรูป ผู้หมกมุ่นแล้วในรูป ผู้ไม่รู้ไม่เห็นความดับแห่งรูป ตามความเป็นจริง ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมเกิดอีกก็ดี ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมเกิดมีแก่บุคคล ผู้มีเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณเป็นที่มายินดี ผู้ยินดีแล้วหมกมุ่นแล้วในเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ผู้ไม่รู้ไม่เห็นความดับแห่งเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณตามความเป็นจริง [๗๘๑] ดูกรท่าน ความเห็นว่า
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว
ย่อมเกิดอีกก็ดี ฯลฯ
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว
ย่อมเกิดอีกก็หามิได้
ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี
ย่อมไม่เกิดมีแก่บุคคล
ผู้ไม่มีรูปเป็นที่มายินดี
ผู้ไม่ยินดีแล้วในรูป
ผู้ไม่หมกมุ่นแล้วในรูป
ผู้รู้ผู้เห็นความดับแห่งรูปตามความเป็นจริง
[๗๘๒]
ท่านพระสารีบุตรถามว่า
ดูกรท่าน ก็ปริยายแม้อื่น
ซึ่งเป็นเหตุให้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาข้อนั้นพึงมีหรือ
[๗๘๓] ดูกรท่าน ความเห็นว่า
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว
ย่อมเกิดอีกก็ดี ฯลฯ
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว
ย่อมเกิดอีกก็หามิได้
ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี
ย่อมไม่เกิดมีแก่บุคคล
ผู้ไม่มีภพเป็นที่มายินดี
ผู้ไม่ยินดีแล้วในภพ
ผู้ไม่หมกมุ่นแล้วในภพ
ผู้รู้ผู้เห็นความดับแห่งภพตามความเป็นจริง
[๗๘๔] ท่านพระสารีบุตรถามว่า
ดูกรท่าน ก็ปริยายแม้อื่น
ซึ่งเป็นเหตุให้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาข้อนั้นพึงมีหรือ
[๗๘๕] ดูกรท่าน ความเห็นว่า
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว
ย่อมเกิดอีกก็ดี ฯลฯ
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว
ย่อมเกิดอีกก็หามิได้
ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี
ย่อมไม่เกิดมีแก่บุคคล
ผู้ไม่มีอุปาทานเป็นที่มายินดี
ผู้ไม่ยินดีแล้วในอุปาทาน
ผู้ไม่หมกมุ่นแล้วในอุปาทาน
ผู้รู้ผู้เห็นความดับแห่งอุปาทาน
ตามความเป็นจริง [๗๘๖] ท่านพระสารีบุตรถามว่า
ดูกรท่าน ก็ปริยายแม้อื่นอีก
ซึ่งเป็นเหตุให้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาข้อนั้นพึงมีหรือ
[๗๘๗] ดูกรท่าน ความเห็นว่า
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว
ย่อมเกิดอีกก็ดี ฯลฯ
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว
ย่อมเกิดอีกก็หามิได้
ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี
ย่อมไม่เกิดมีแก่บุคคล
ผู้ไม่มีตัณหาเป็นที่มายินดี
ผู้ไม่ยินดีแล้วในตัณหา
ผู้ไม่หมกมุ่นแล้วในตัณหา
ผู้รู้ผู้เห็นความดับแห่งตัณหา
ตามความเป็นจริง |
|
|