อนิยตกัณฑ์
(ว่าด้วยอาบัติอันไม่แน่ว่า
จะควรปรับในข้อไหน)
สิกขาบทที่
๑
(วิธีปรับอาบัติเพราะนั่งในที่ลับตากับหญิงสองต่อสอง)
เริ่มเรื่องเล่าว่า
พระผู้มีพระภาคประทับ ณ
เชตวนาราม ใกล้กรุงสาวัตถี
สมัยนั้น พระอุทายี
เป็นผู้เข้าสู่สกุลมากด้วยกัน
ในกรุงสาวัตถี
วันหนึ่งเข้าไปนั่งในห้องลับตาสองต่อสองกับหญิงสาว
สนทนาบ้าง กล่าวธรรมบ้าง.
นางวิสาขาได้รับเชิญไปสู่สกุลนั้น
เห็นเข้า
จึงทักท้วงว่าเป็นการไม่สมควร
ก็ไม่เอื้อเฟื้อ เชื่อฟัง.
ความทราบถึงพระผู้มีพระภาค
จึงทรงเรียกประชุมสงฆ์
ทรงไต่สวนได้ความเป็นสัตย์แล้ว
จึงทรงติเตียน
และทรงบัญญัติสิกขาบท ใจความว่า
ภิกษุนั่งในที่ลับตาสองต่อสองกับหญิงเป็นที่อันพอจะประกอบกรรมได้
ถ้าอุบาสิกา๑
ผู้มีวาจาควรเชื่อได้ กล่าวว่า
ภิกษุต้องอาบัติอย่างใดอย่างหนึ่งใน
๓ อย่าง คือ อาบัติปาราชิก
(เพราะเสพเมถุน) ก็ตาม ,
อาบัติสังฆาทิเสส
(เพราะถูกต้องกายหญิง
หรือเกี้ยวหญิง เป็นต้น) ก็ตาม,
อาบัติปาจิตตีย์
(เพราะนั่งในที่ลับสองต่อสองกับหญิง)
ก็ตาม.
ถ้าภิกษุผู้นั่งในที่ลับตารับสารภาพอย่างไร
ในอาบัติ ๓ อย่าง
ก็พึงปรับอาบัติเธอตามสารภาพนั้น
หรือปรับตามที่ถูกกล่าวหานั้น
(สุดแต่อย่างไหนจะเหมาะสม).
สิกขาบทที่
๒
(วิธีปรับอาบัติเพราะนั่งในที่ลับหูกับหญิงสองต่อสอง)
เล่าเรื่องสืบมาจากสิกขาบทก่อน.
พระอุทายีเห็นว่าพระผู้มีพรภาคทรงบัญญัติสิกขาบท
ห้ามนั่งในที่ลับตากับหญิงสองต่อสอง
จึงนั่งในที่ลับสองต่อสองกับหญิงนั้น
(ไม่ลับตา แต่ลับหู) สนทนาบ้าง
กล่าวธรรมบ้าง.
นางวิสาขาไปพบเข้าอีก
จึงทักท้วงว่าไม่สมควรเช่นเคย
พระอุทายีก็ไม่เอื้อเฟื้อเชื่อฟัง.
ความทราบถึงพระผู้มีพระภาค
จึงทรงเรียกประชุมสงฆ์
ทรงไต่สวนได้ความเป็นสัตย์แล้ว
จึงทรงติเตียน
และทรงบัญญัติสิกขาบท ใจความว่า
ภิกษุนั่งในที่ลับ (หู)
สองต่อสองกับหญิง
ถ้าอุบาสิกาผู้มีวาจาควรเชื่อได้
กล่าวว่าภิกษุต้องอาบัติอย่างใดอย่างหนึ่งใน
๒ อย่าง คืออาบัติสังฆาทิเสส
(เพราะพูดเกี้ยวหญิง
หรือพูดล่องหญิงให้บำเรอตนด้วยกาม)
ก็ตาม, อาบัติปาจิตตีย์
(เพราะนั่งในที่ลับหูกับหญิงสองต่อสอง)
ก็ตาม.
ถ้าภิกษุผู้นั่งในที่ลับหูรับสารภาพอย่าไร
ในอาบัติ ๒ อย่าง
ก็พึงปรับอาบัติเธอตามที่สารภาพนั้น
หรือปรับตามที่ถูกกล่าวหานั้น
(สุดแต่อย่างไหนจะเหมาะสม).
(หมายเหตุ : เรื่องของอนิยต
หรือสิกขาบทอันไม่กำหนดแน่ว่าจปรับอาบัติอย่างไร
ใน ๒-๓ อย่าง ทั้งสองสิกขาบทนี้
หนักไปในทางแนะวิธีตัดสินอาบัติ
แต่ก็บ่งอยู่ว่า
ห้ามภิกษุนั่งในที่ลับตาก็ตาม
ลับหู (แม้ไม่ลับตา) ก็ตาม
กับหญิงสองต่อสอง
เว้นแต่ในที่ลับตาจะมีชายผู้รู้เดียงสาอยู่ด้วย,
แต่ในที่ลับหูหญิงหรือชายผู้รู้เดียวสานั่งเป็นเพื่อนอยู่ด้วย
ก็พ้นจากความเป็นที่ลับหูไป).
๑.
ที่เป็นอริยบุคคล เช่น นางวิสาขา
แต่โดยใจความ
หมายถึงผู้ที่พบเห็น
เป็นผู้มีวาจาควรเชื่อได้เป็นหลักฐาน
|