ขยายความ
๑.
ปาราชิกกัณฑ์
(ว่าด้วยอาบัติปาราชิก
๘ สิกขาบท)
ปาราชิกสิกขาบทที่
๑
(ห้ามกำหนัดยินดีการจับต้องของบุรุษ)
มีเรื่องเล่าว่า
นางภิกษุณีชื่อสุนทรีนันทา
มีความกำหนัดยินดีการจับต้องการแห่งหลานชายของนางวิสาขา
ผู้มีนามว่าสาฬหะ
ความทราบถึงพระผู้มีพระภาค
จึงทรงบัญญัติสิกขาบท ความว่า
นางภิกษุณีมีความกำหนัดยินดีการลูบ,
การคลำ, การจับ, การต้อง, การบีบ,
ของชายผู้มีความกำหนัด
เบื้องบนตั้งแต่ใต้รากขวัญ๑ลงไป
เบื้องต่ำตั้งแต่เข่าขึ้นมา
ต้องอาบัติปาราชิก.
ปาราชิกสิกขาบทที่
๒
(ห้ามปกปิดอาบัติปาราชิกของนางภิกษุณีอื่น)
นางถุลลนันทาภิกษุณีรู้ว่านางสุนทรีนันทาภิกษุณีมีครรภ์กับสาฬหะมาณพ
ก็ไม่โจทท้วงบอกกล่าว.
นางสุนทรีนันนทาปกปิดการมีครรภ์ของตน
จนครรภ์แก่จึงสึกไปคลอด
พระผู้มีพระภาคทรงทราบ
จึงทรงบัญญัติสิกขาบท ความว่า
นางภิกษีณีรู้ว่านางภิกษุณีอื่นต้องอาบัติปาราชิก
ไม่โจทด้วยตนเอง
ไม่บอกแก่หมู่คณะ
ต้องอาบัติปาราชิก.
ปาราชิกสิกขาบทที่
๓
(ห้ามเข้าพวกภิกษุที่สงฆ์ขับจากหมู่)
นางถุลลนันทาภิกษุณีประพฤติตามภิกษุชื่ออริฏฐะผู้ประพฤติไม่๒ดี
สงฆ์จึงสวดประกาศยกเสียจากหมู่
(ไม่ให้ร่วมกินร่วมนอน).
พระผู้มีพระภาคทรงทราบ
จึงทรงบัญญัติสิกขาบท ความว่า
นางภิกษุณีประพฤติตามภิกษุที่สงฆ์สวดประกาศยกเสียจากหมู่
เป็นผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ไม่ทำคืน
ไม่ทำตนให้เป็นสหายกับพระธรรม
พระวินัย คำสอนของพระศาสดา.
นางภิกษุณีนั้น
อันสงห์พึงตักเตือน
เมื่อไม่เชือ่ฟัง
จึงสวดประกาศตักเตือนชี้แจง
ถ้าสวดประกาศครบ ๓ ครั้ง
ยังไม่ละเลิก ต้องอาบัติปาราชิก.
ปาราชิกสิกขาบทที่
๔
(ห้ามเกี่ยวข้องนัดหมาย
เป็นต้น กับบุรุษ)
นางภิกษุณีที่เป็นคณะเดียวกัน ๖
รูป ประพฤติตนไม่สมควร
มียินดีการจับมือบ้าง
การจับชายสังฆาฏิบ้าง ของบุรุษ
ยืนกับบุรุษบ้าง
พูดจากับเขาบ้าง
นัดหมายกับเขาบ้าง
ยินดีการมาตามนัดหมายของเขาบ้าง
เข้าไปสู่ที่มุงด้วยกันบ้าง
ทอดกายให้เขาเพื่อเสพอสัทธรรมบ้าง
พระผู้มีพระภาคทรงทราบ
จึงทรงบัญญัติสิกขาบท
ปรับอาบัติปาราชิกแก่นางภิกษุณีผู้ประพฤติเช่นนั้น.
(หมายเหตุ : ปาราชิกอีก ๔ ข้อ
คือตั้งแต่ข้อ ๕ ถึงข้อ ๘
อนุโลมตามของภิกษุ
๑. รากขวัญ
คือไหปลาร้าหรือหลุมคอ
๒.
ภิกษุหรือภิกษุณีที่ไม่เห็นอาบัติ
ไม่ทำคืนอาบัติ จะต้องถูกลงโทษ
ที่เรียกว่าอุขเขปนียกรรม
คือการประกาศไม่ให้ร่วมกินร่วมนอน
ไม่ให้เข้าหมู่
เมื่อประพฤติดีแล้ว
จึงถอนประกาศนั้น |