ตอน...มนุษย์ผู้โชคดี
 สัญญาณชีวิตแรกอุบัติขึ้น...มันรู้สึกอึดอัดเหลือเกิน
หรือเพราะทุกชีวิตที่เกิดมา...ล้วนเพื่อชดใช้กรรม
ร่างของมันขดเป็นวงกลมอยู่ในเยื่อบางเบา
ได้แต่นอนนิ่งๆรอคอยอีกสัญชาตญาณมากระตุ้นเตือน
หลายวันให้หลังร่างกายของมันโตขึ้นจนคับเยื่อบางๆที่ห่อหุ้ม
มันไม่สามารถทนอยู่ในสถานที่แคบๆเยี่ยงนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
หากหาทางออกจากสภาพเช่นนี้ไม่ได้...ชีวิตต้องดับสูญลงอย่างแน่นอน
ปากของมันจึงกัดเยื่อบางนั้นจนเป็นช่อง...จึงค่อยคืบคลานออกมาได้
แต่ตอนนี้ท้องหิวโหยจนสุดทานทน...รู้แต่ว่าต้องกินอะไรสักอย่างหนึ่ง
เริ่มจากสีเขียวที่อยู่ใกล้ตัวก่อน...มันเริ่มกัดกินอย่างบ้าคลั่ง
เวลานอนเท่านั้นมันถึงจะยอมหยุดกิน
ผ่านไปอีกเจ็ดวัน...ร่างกายของมันโตขึ้นหลายร้อยเท่าจากแรกเกิด
ตอนนี้มันอิ่มแล้ว...ความรู้สึกง่วงนอนอย่างหนักเข้ามาแทนที่
มันต้องหาสถานที่ที่ปลอดภัยจากอันตราย...เพื่อจะหลับสักหลายวัน
เมื่อได้ที่เหมาะสม...มันพ่นใยเกาะเอาไว้แล้วห้อยตัวลงใช้ใยถักทอเป็นรังหุ้มตัวไว้
มันหลับใหลไปหลายวัน...แล้วค่อยๆกัดรังไหมออกมาอีกครั้งหนึ่ง
คราวนี้หน้าตาของมันเปลื่ยนไปมาก...หนวดยาวขึ้น
ปากเป็นขดยื่นยาวได้
สิ่งที่พิเศษคือ
บนหลังของมันมีปีกที่ยังไม่แห้งติดมาคู่หนึ่ง
มันค่อยๆขยับคลี่กางออกช้าๆไม่น่าเชื่อ...จากหนอนแมลงที่น่าเกลียดน่ากลัว

มาบัดนี้...มันกลายเป็นผีเสื้อที่สวยสดงดงามมากที่สุดตัวหนึ่งของโลก
เป็นผีเสื้อหายาก...มีเฉพาะตามธารน้ำตกในป่าลึกที่อุดมสมบูรณ์
ผีเสื้อหางติ่งพญามังกร
มันขยับปีกผึ่งลมจนแห้งดีแล้ว...ขยับอีกทีคราวนี้ร่างก็โผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเบี้องบน
โลกช่างสดใสเหลือเกิน...มันเองก็แทบไม่เชื่อว่าตัวเองสามารถบินได้
มันบินร่อนฉวัดเฉวียนอยู่บนท้องฟ้าจนสาสมแก่ใจแล้ว
สัญชาตญาณแห่งการดำรงเผ่าพันธุ์ก็เริ่มทำงาน
มันจึงบินต่ำลัดเลาะไปตามพุ่มไม้เตี้ย...หยุดเกาะยอดไม้เป็นระยะ
เพื่อให้ตัวเมียสามารถมองเห็นสีสันงดงามของมันอย่างชัดเจนจากมุมสูง
ขณะที่มันเกาะอยู่ที่พุ่มไม้หนึ่ง...ขยับปีกไปมาช้าๆดึงดูดสายตาของตัวเมีย
มันรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นผีเสื้อแสนสวยเป็นอย่างมาก
วันแรกที่มันโตเต็มวัยเปลื่ยนไปจากดักแด้...ช่างสวยสดงดงามอะไรเช่นนี้
วันต่อไปของชีวิตคงมีความสุขมากกว่านี้อย่างแน่นอน
ปีกที่สวยงามของมัน...คงทำให้ได้เจอคู่ครองที่งดงามเช่นกัน
ลูกหลานของมันคงได้เติบโตแต่งแต้มสีสันไปทั่วทั้งผีนป่า
ทันใดนั้น...สายลมหอบหนึ่งพัดวูบผ่านมา
มันรู้สึกตัวอีกครา...พลันพบว่าตัวเองตกอยู่ในตาข่ายอันหนึ่ง
ก่อนที่มันจะดิ้นรนหลบหนีเอาชีวิตรอด...ได้ปรากฎมือมนุษย์ข้างหนึ่งขึ้น
ค่อยๆบรรจงจับตัวมันอย่างทะนุถนอมอ่อนโยนแผ่วเบา
แล้วจึงวางลงอย่างนุ่มนวลประณีตบนกล่องไม้เล็กๆใบหนึ่ง
ภายในกล่องปูรองด้วยสำลีสีขาวหนานุ่ม
เมื่อตั้งสติได้...กำลังจะบอกกับมนุษย์ที่จับตัวมันมาว่า
มันเป็นผีเสื้อหายากของโลก...วันนี้เป็นวันแรกที่มันบินได้
และกำลังจะสืบทอดเผ่าพันธุ์ลูกหลานที่สวยงามใว้เป็นมรดกโลก
เพื่อที่มนุษย์จะได้ชื่นชมความสวยงามของเหล่าพวกมัน
ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร...ที่หน้าอกของมันพลันรู้สึกเย็นเสียววาบ
เข็มเล็กแหลมปักตรึงมันไว้กับแผ่นสำลีหนานุ่มนั้น
มันพยายามแข็งใจอีกเฮือก...เพื่อจะบอกภารกิจสำคัญที่มันต้องกระทำให้โลก
แต่แล้วสติสัมปชัญญะของมันก็ดับวูบไปตลอดกาล
เนิ่นนานให้หลัง...มีเสียงมนุษย์แว่วดังลอยมากับสายลม
ไม่เสียทีที่บุกป่าฝ่าดงดิบเข้ามา...ได้หางติ่งพญามังกรนับว่าสุดคุ้ม
คนคนหนึ่งโชคดีสุดคุ้ม...แต่โลกได้สูญเสียบางเผ่าพันธุ์ไป
ความจริง...มันเป็นผีเสื้อหางติ่งพญามังกรตัวผู้ตัวสุดท้ายในโลกกลมๆใบนี้
ปีกฝันโผบิน...ล่องลอย
คนถ่อยหัวใจ...มีศิลป์
นึกอยากครอบครอง...ยลยิน
คร่าสิ้น...เผ่าพันธุ์...อนันตกาล
หมายเหตุ:
ข้าพเจ้าถ่ายทอดเรื่องนี้จากความประทับใจเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว
จากการอ่านเรื่องสั้นแปลของต่างประเทศ
จากนิตยสารฟ้าเมืองไทยหรือ
มติชนสุดสัปดาห์
นำมาถ่ายทอดใหม่จากความทรงจำ
.......ปุถุชน |