จับมันมัดมือผูกตาแล้วนำพาไปยังสถานที่หนึ่ง
เมื่อถึงที่หมายก็ปลดเปลื้องพันธนาการ...แสดงความเคารพอย่างสูงแล้วจากไป
มันพินิจสถานที่นี้รู้สึกคุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง...กลับเป็นหน้าผาแห่งหนึ่ง
ที่แท้เป็นสถานที่เดียวกันที่มันกรีดเลือดร่วมสาบานเป็นพี่น้องกับตัวเล็ก
ในความมืดกลับมีเงาคนผู้หนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ก่อนแล้ว...เสนาบดียุติธรรม
มันประคองดาบขึ้นเหนือศรีษะ...สองมือน้อมส่งมายังเสนากลาโหม
เราผิดต่อท่านแล้ว...ชีวิตท่านขอชดใช้ด้วยชีวิตเรา
ตัวใหญ่กระชากดาบเงื้อง่า...ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นอีกคราไม่อาจควบคุม
มันขว้างดาบลงหน้าผา...น้ำตาหลั่งไหลเป็นสายเลือด
เบือนหน้าไปทางอื่นขบกรามพูดว่า...เราฆ่าท่านไม่ได้หรอกน้องรัก
เพราะท่านเป็นสหายเรา...เมื่อเป็นสหายแล้ว...ย่อมเป็นชั่วชีวิต
สหายไหนเลยฆ่าสหายได้...น้ำเสียงมันรันทดหดหู่บาดลึกลงไปในจิตใจ
ตัวเล็กถึงกับกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง
น้ำตาชายชาตรีทะลักปานทำนบแตก...หยาดหยดลงมาไม่ขาดสายเช่นกัน
ทันใดนั้นตัวเล็กใช้มีดพกประจำตัว...มันกลับใช้เชือดคอตนเอง
เสนากลาโหมถลันปราดเข้าประคองเพื่อนรัก...ท่านทำเช่นนี้เพื่ออะไร
ตัวเล็กใช้นิ้วชี้เปื้อนเลือดขีดเขียนข้อความหนึ่งลงบนแขนเสื้อก่อนสิ้นใจ
เพื่อแผ่นดิน !!!
อาญาแผ่นดินเมื่อตัดสินแล้วไม่อาจเปลื่ยนแปลง
เสนากลาโหมเดินเข้าสู่หลักประหารอย่างองอาจสง่าผ่าเผย
มุมปากกลับปรากฏรอยยิ้มเยือกเย็นสงบ...มือขวากำเศษผ้าแขนเสื้อไว้แนบแน่น
การดำรงคงอยู่อย่างยิ่งใหญ่นับว่ายากลำบากมากแล้ว
การตายให้ยิ่งใหญ่...นับว่ายากลำบากมากกว่าหลายเท่านัก
เรื่องราวเหล่านี้แพร่สะพัดไปทั่วหังโจอย่างรวดเร็ว
การตายของสองวีรบุรุษยิ่งใหญ่...นับว่าได้เรียกสติสามัคคีของผู้คนทั่วแผ่นดิน
ทิฎฐิมานะอัตตาความแตกแยก...ถูกล้างด้วยเลือดของสหายคู่หนึ่ง
สหายผู้รับใช้แผ่นดิน...ตราบลมหายใจสุดท้าย
ความสงบสุข สันติ
มั่งคงของบ้านเมือง...บางทีกว่าจะได้มา
ต้องให้เลือดหลั่งนองไหลทาปฐพี...ผู้คนจึงจะมีสติทบทวน
ทำใมต้องเป็นเช่นนี้หนอ...............
ฤามันเป็นเช่นนั้นเอง !!!
หากท่านผ่านไปทางเมืองหังโจ...ท่านจะมองเห็นอนุสาวรีย์สองสหายเล็กใหญ่
ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าประตูเมือง...คอยปกปักรักษาหังโจตราบชั่วกาลนาน

.......ปุถุชน
|