หลวงจีนรูปนี้ท่าจะบ้า...เดี๋ยวให้ศึกษาเดี๋ยวให้ลืม
มันคลุ้มคลั่งเตะฝุ่นทรายแตกกระจาย...ใช้ปลายเท้าเขียนลงไปว่า
ทำไม
มันครุ่นคิดไม่เข้าใจ...จนรุ่งสางขอบฟ้าเรื่อเลือนลางกลับพบอักษรใหม่ในพื้นดินคิดเท่าไรๆ ก็ไม่รู้
ต่อเมื่อหยุดคิดได้จึงรู้
แต่ต้องอาศัยความคิดนั่นแหละจึงรู้
................... (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
ตัวอักษรเหล่านี้กระตุ้นความสนใจของมันอย่างมาก
หลวงจีนยิ่งมายิ่งแปลก...อักษรวาจายิ่งมายิ่งพิศดาร
ไหนๆอย่างไรเสียเราจะทำตามสักครา...ลืมทุกอย่างให้หมดสิ้นหยุดความคิดลงทั้งมวล
สิ่งที่ยากลำบากในชีวิตผู้คนความจริงล้วนมีไม่ใช่น้อย
ตอนนี้นับว่ามันได้เผชิญหน้ากับความยากลำบากชนิดหนึ่งแล้ว
นั่นคือหยุดความคิดตนเอง...ผู้ไม่ลองไม่เข้าใจไฉนถึงหยุดยากลำบากสาหัสสากรรจ์นัก
มันใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด...แต่ก็กระทำได้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม
หลวงจีนคล้ายจับตามองดูมันอยู่...แต่มิรู้ท่านแอบแฝงตัวอยู่
ณ. ที่แห่งใด
เมื่อมันติดขัดอับจนปัญญา...อักษรแก้ปัญหาจะปรากฎบนผืนดินในเวลาที่เหมาะสม
ปล่อยว่างความคิด
สมาธิจิตรวมเป็นหนึ่ง
ทุกอย่างเกิดอยู่ที่จิต
เพ่งลงไปที่จิต
................. (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
กาลเวลากลืนกินตัวมันเองอย่างช้าๆ
แต่สม่ำเสมอมิได้ขาดวรรคขาดตอน
จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี...
ณ.หอพระไตรแห่งนี้มีผู้ไม่สนใจกาลเวลา
ปริศนาธรรมบนผืนดิน...ยิ่งขบคิดยิ่งเพลิดเพลินสนุกสนาน
พอแก้ไขผ่านพ้นไปได้...คล้ายนำความอิ่มเอิบเบิกบานมาสู่มันเป็นที่ยิ่ง
ครั้งหนึ่งขบคิดปัญหาเพลิดเพลินไม่หลับไม่นอน...ซ้ำไม่กินจนป่วยไข้
หลวงจีนเห็นท่าไม่ไหว...เขียนดินตักเตือนมันไปด้วยพุทธพจน์
ดูกร...โสณะ อันความเพียรที่บุคคลปรารภจัดเกินไป
ย่อมเป็นไป เพื่อความฟุ้งซ่าน
ที่หย่อนยานเกินไป
ย่อมเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน
โสณะ...เพราะเหตุนั้นแล
เธอจงตั้งความเพียรแต่พอดีเถิด
จงเข้าใจ ความเป็นอินทรีย์ทั้งหลาย ย่อมเป็นธรรมชาติเสมอๆกัน
เมื่อหายป่วยไข้มันได้สติ...ดำเนินอยู่บนทางสายกลางตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ธรรมในใจก็เจริญก้าวหน้า
สมาธิแกร่งกล้าเปี่ยมพลัง
ปัญญาลึกล้ำแหลมคม
มีอยู่คราวหนึ่งเมื่อมันออกจากสมาธิใหม่ๆ...ลืมตามองออกไปต้องประหลาดใจยิ่งนัก
เมื่อพบว่าบนศรีษะของผู้คนมีสัตว์ประหลาดตัวใสน่าขยะแขยงเกาะอยู่
มันรีบวิ่งไปที่บ่อน้ำชะโงกก้มลงไปดู...บนศรีษะมันก็มีอยู่ตัวหนึ่งเช่นกัน
หางของตัวประหลาดฝังลึกลงไปในสมอง...คอยบัญชาการกระทำของมนุษย์
สิ่งชั่วช้าลามกบนโลกใบนี้...ล้วนเป็นตัวประหลาดยุแหย่แทบทั้งสิ้น
มันกระทำต่อมนุษย์ยิ่งกว่าข้าทาสบริวาร...อุจจาระราดรดลงบนศรีษะผู้คน
กระทืบเท้าจิกทึ้งให้เดินหน้าหรือถอยหลัง...ดั่งที่ใจมันต้องการ
มันหว่านล้อมให้คนกระทำเรื่องชั่วช้า...พวกมันจะหัวเราะร่าสำราญใจ
แต่ที่แปลกไม่เข้าใจ...ไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถเห็นตัวมัน
หรือว่าเรานัยน์ตาฝ้าฟางสมองมึนงง...มันถึงกับขยี้ตาอยู่หลายครา
ภาพที่ปรากฏอยู่เบี้องหน้ายังคงเป็นอยู่อย่างนั้นไม่เปลื่ยนแปลง
เดินกลับมายังหอพระไตรข้อความบนดินเขียนไว้
....ญาณทัสสนะ
หลายเดือนผ่านไป
ด้วยคำแนะนำของหลวงจีนมันสามารถฟื้นฟูพลังยุทธ์ได้ในที่สุด
โคจรพลังสวนทาง
เดินลมปราณสวนกลับ
สูงสุดเพื่อสู่สามัญ
สามัญแท้จึงหาขอบเขตสิ้นสุดมิได้
แต่ทั้งนี้มีเงื่อนไข...ห้ามมันใช้วิชาฝีมือที่เที่ยวขโมยมาโดยเด็ดขาด
ด้วยสติปัญญาปฎิภาณของเจ้า...สามารถมีเคล็ดวิชาที่น่าภาคภูมิเป็นของตนเอง
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ...ประสปการณ์ความรอบรู้ได้ถูกทุ่มเทอย่างเต็มที่
ประกอบกับหลายเดือนมานี้...จิตใจมันสงบนิ่งจากพลังสมาธิ
มันสามารถคิดค้นเคล็ดวิชาที่ลึกล้ำพิศดารเป็นของตนเองได้สำเร็จ
เดีอนเพ็ญกระจ่างฟ้า...ฉาบแสงเหลืองหล้าทาทาบเขางั่วซัว
ค่ำคืนนี้มันรู้สึกแจ่มใสเป็นพิเศษ...จิตนึกประหวัดถึงหลวงจีน
สองปีมานี้...นับว่ามันได้รับการเมตตากรุณาจากหลวงจีนอย่างมากมาย
แม้ไม่ได้เจอท่าน...แต่อักษรที่ทรงคุณค่ากลับบ่งบอกถึงความโอบเอื้ออย่างชัดเจน
นึกได้ดังนี้จึงเดินออกไปยังลานหน้าหอพระไตร...หมายใจเขียนข้อความหนึ่ง
ผู้น้อยน้อมขอโอกาสพบพานอาวุโสสักครั้ง
มิคาดบนลานดินกลับปรากฏข้อความหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว |