โดย : จอมยุทธ
ณ ริมฝั่งแม่น้ำคาน


หน้า 1 | 2 | 3 | 4 | 5

13 ม.ค. 2551


ยอดภูษียามสาย แถวหน้าเรือนพัก

      ตื่นสายโด่ง กว่าจะใส่กางเกงยีนส์เสื้อแขนยืดยาว สวมหมวกสะพายกล้องย่างออกจากเรือนพักได้ ก็ปาเข้าไปหลัก 10 กว่าๆ  อากาศยังค่อนข้างเย็น  แสงแดดอ่อนๆ กำลังเหมาะแก่การซึมซับรับวิตามินดี สูดหลวงพระบางจนลึกสุดใจ แล้วแต่ขาจะพาไป แผนที่อันหนึ่ง แผนการณ์เที่ยวไปหาเอาดาบหน้า รักขาตัวเองชมัด ไม่มีมันจะยลโฉมนิ่มนวลหลวงพระบาง ยังไง...
         เดินทอดน่องเลาะขวามาได้สัก 35 ก้าวครึ่งหน่อยๆ ก็ถึงหน้าวัดอาไพ เห็นฝรั่งสูงอายุชายหญิงจับกลุ่มยืนฟังไกด์บรรบายอยู่ที่ลานหน้าโบสถ์ ก็เลยเข้าไปแจมด้วย เดินซุกซนสำรวจรอบบริเวณ จึงรู้ว่าทางที่เข้ามาเป็นด้านหลังโบสถ์ ด้านหน้าอยู่ติดริมแม่น้ำมีบันใดปูนถาวรสามารถเดินลงไปถึงท่าน้ำได้ ตอนแรกนึกว่าเป็นแม่น้ำโขง ปรากฎว่าไม่ใช่ เหมือนคลองเล็กๆมากกว่า แถมน้ำแห้งอีกต่างหาก มองไปฝั่งตรงข้ามเห็นเป็นดงดอกไม้ กับแปลงปลูกผักเขียวไปหมด ถัดไปหน่อยไม่ไกลมีสะพานไม้ไผ่ทอดข้ามไป สะดุดตาอยู่ที่สะพานนี่แหละ ทีแรกก็กะว่าจะเดินลุยลงคลองข้ามไป ตามประสาอยากรู้อยากเห็น ไม่เอาดีกว่า...เดินขึ้นมาหาทางไปดีกว่า


วัดอาไพ

 

          จากหัวบันไดท่าน้ำเดินตามทางแคบๆ ผ่านบ้านเรือนไปจนถึงปากทางก็เห็นซุ้มทางลงสะพานไม้ไผ่อยู่ทางขาวมือ "ดอนสะหวันยินดีต้อนรับ" ที่แท้เป็นสะพานทางเข้าสวนอาหารดอนสะหวัน และฝั่งตรงข้ามที่มองเห็นจากวัดอาไพนั้นเป็นเกาะหรือสันดอนกลางน้ำ เพียงแต่ว่าด้านหนึ่งช่วงนี้น้ำแห้ง(ด้านสะพานไม้ไผ่) ส่วนอีกด้านเป็นแม่น้ำตื้นกว้างกว่า สามารถลงไปลุยกระแสน้ำเชี่ยวเดินเล่นได้ ถ้ามากับแฟนและอยากโรแมนติก (แต่ข่อยมาคนเดียว) และถ้าดูจากแผนที่จะเห็นดอนสะหวันเป็นเกาะกลางแม่น้ำคานชัดเจนมาก เนื้อที่ส่วนหนึ่งจัดเป็นสวนอาหาร ที่เหลือส่วนมากเป็นแปลงผัก

          ฝากท้องไว้ที่นี่แหละ เกิดหิวขึ้นมาทันทีทันใด ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ สั่งข้าวกระเพราะเนื้อไข่เจียวไป แล้วเดินชมวิว ถ่ายรูป ดูวิถีชีวิตชาวบ้านกับสายน้ำคาน พบนักท่องเที่ยวผู้หญิงไทยคู่หนึ่งที่นี่ ก็ทักทายพุดคุยตามประสาคนบ้านเดียวกัน พวกเธอมาดอนสะหวันเพราะคำบอกเล่า ส่วนผมบังเอิญอย่างเหลือเกิน


ดอกคะน้า ผสมผักกวางตุ้ง ทางสวนอาหารปลูกไว้


หงอนไก่ กับสี่สาวน้อยริมตลิ่ง


สะพานศรีสว่างวงศ์ ข้ามแม่น้ำคาน มองจากดอนสะหวัน


วิถีชีวิตริมแม่น้ำคาน


สองสาวเพื่อนร่วมชาติ ณ ต่างแดน

           สักพักใหญ่อาหารที่สั่งไว้ก็ลำเลียงมาวางไว้บนโต๊ะ ข้าวเปล่าจานหนึ่ง ผัดอะไรสักอย่างอันมีหอมหัวใหญ่ พริกชี้ฟ้าและเนื้อเป็นส่วนประกอบหลัก ไข่เจียวพับเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนจานหนึ่ง สั่งน้ำเปล่าเพิ่มไปขวดหนึ่ง ขอซอสมะเขือเทศเพิ่มหน่อยหนึ่ง แถมข้าวเปล่าอีกจานแบบเสียดายกับ 36,000 กีบ (ประมาณ  128 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท) เล่นเอาพุงกลาง

         ร่ำลาเพื่อนคนไทย ถ่ายรูปเป็นที่รำลึกพอหอมปากหอมคอ แล้วก็ได้เวลาจรลี เดินไปตามถนนเลียบภูษี ฝั่งหนึ่งแม่น้ำคาน มองลงไปที่แม่น้ำเห็นสะพานแบบเดียวกันอีก คราวนี้ข้ามแม่น้ำคานไปฝั่งตรงข้ามที่เป็นหาดทรายยาว เดินลงบันไดจะข้ามไปเดินย่อยอาหารเสียหน่อย ปรากฎว่ามีด่านต้องเสียค่าผ่านทางครับท่าน ไป-กลับ 4,000 กีบ (ประมาณ  14 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท) ไปไม่กลับ 2,000 กีบ (ประมาณ  7 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท) ให้เป็นที่แปลกอกแปลกใจเป็นยิ่งนัก


ดอนสะหวันระยะไกล จากถนนเลียบแม่น้ำคาน


ด้านซ้ายเลียบภูษี ด้านขวาเลียบแม่น้ำคาน


ด่านเก็บเงิน

          กวาดตาสูงหน่อยมอง เห็นโบสถ์วัดหนึ่งตั้งอยู่บนฝั่งตรงข้าม หญิงท้องแก่ผู้คุมด่านบอกว่าอยู่ไปไกล ก็เลยเสียเงินข้ามไป แต่เมื่อเดินไปถึงตรงกลางสะพาน ก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาข้างหน้า เจ้าสะพานไม้ไผ่อันนี้สามารถยกเปิดได้ พระเจ้า.... เข้าใจว่าน่าจะใช้วิศวกรรมการสร้างแบบเดียวกันกับสะพานกรุงเทพฯ หรือสะพานพุทธฯ ที่กรุงเทพฯ(เมืองหลวงของประเทศไทย) ภูมิปัญญาชาวบ้านช่างบรรเจิดแท้


สะพานข้ามแม่น้ำคาน ยอบแยบๆ เวลาเดิน ที่เห็นไม้หน้าสามพาดอยู่สามารถเปิดได้ โดยดึงลวดสลิงทางซ้ายมือ
ตรงโคนเสาสะพานใช้หินถ่วงน้ำหนักเป็นระยะๆ


จากการสอบถามได้ความว่า สาวน้อยคนนี้กับแม่กำลังเก็บหินกวดก้อนสวยๆ ล้างน้ำใส่กระสอบไปขาย


แปลงผักขั้นบันไดแบบนี้มีให้เห็นอยู่ทั่วไปตลอดริมแม่น้ำคาน และแม่น้ำโขง


วัดพันหลวงราดสุดาราม

  


ภาพเขียนสีรอบผนังโบสถ์ด้านนอก

อ่านต่อหน้า 2 >>>


<<< อ่านย้อนหลัง <<< | >>> ติดตามตอนต่อไป >>>

Agoda เสนอราคาที่ดีที่สุดสำหรับโรงแรมใน ลาว โดยมี 52 โรงแรม พร้อมให้จองทันทีผ่านโปรแกรมการจองห้องพักออนไลน์ที่เชื่อถือได้ ทางศูนย์บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน Khong Island
Lao Ngam
Luangnamtha
Pakbeng
Pakse
Phonesavanh
Vang Vieng
เวียงจันทน์
หลวงพระบาง