| 15 ม.ค. 2551 


ตื่นแต่เช้า และหนาวอีกวัน
ออกจากเรือนพัก 8 โมง
บรรยากาศเหมือนเมื่อวาน
หมอกขาวปกคลุมทั่วไป
เดินลัดเลาะฝ่าสายหมอกไปตามถนนเลียบฝั่งแม่น้ำคาน
หาเก็บตกบรรยากาศ สถานที่
วิถีชีวิตผู้คน
และสัจธรรมที่ตกหล่นเกลื่อนกลาดริมทาง
ดูจากแผ่นที่มีวัดหนึ่งอยู่ตรงโค้งถนนใกล้ปากแม่น้ำคาน
ชื่อวัดปากคาน
วันก่อนข้ามไปเพราะลงไปเดินลุยอยู่ข้างล่างริมตลิ่งโน่น




จารึกประกาศ
ให้หลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลก
โดยยูเนสโก้
ตรงสามแยกสุดถนนเลียบภูษี
ที่แม่น้ำคาน
จากนั้นข้ามแม่น้ำคานตรงสะพานไม้ไผ่ที่เห็นเมื่อวาน
จากข้อมูลมีวัดเล็กอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ไกล
ข้ามไปได้ก็เลยไปเลยปากแม่น้ำคานจึงได้เห็นแม่น้ำสองสี
ตรงที่แม่น้ำคานไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง
โดยน้ำจากแม่น้ำคานจะออกสีเขียวใส
ส่วนน้ำจากแม่น้ำโขงออกจะสีขุ่นๆ
ตัดกันชัดเจน

จากด้านหลังหลักประกาศเมืองมรดกโลก
สามารถเดินลงเพื่อข้ามฟากไปฝั่งตรงข้ามได้


เสาวัดระดับน้ำในแม่น้ำโขง


แม่น้ำสองสี
มองจากปากแม่น้ำคาน
แล้วเดินย้อนกลับไปตามทางเดินเล็กๆ
ผ่านหมู่บ้านมาได้สักระยะก็เจอวัดโพนสะอาด
ถ่ายรูปเสร็จก็ข้ามฝั่งกลับทางเก่า
ตรงไปตามถนนเลียบภูษีผ่ากลางเมืองกลับไปคืนห้อง




ส่วนหนึ่งของพระพุทธรูปแตกหัก
ที่ชาวบ้านนำมาวางไว้ที่โคนต้นไม้ในวัด




 
สภาพบ้านเรือนระหว่างทาง


แอบดูนักเรียนประถม

แอบดูนักเรียนอนุบาล

ขอทานคนแรกที่พบในหลวงพระบาง

สองข้างทางถนนหน้าทางขึ้นภูษี

สามแยกตรงตลาดม้ง
ตอนแรกก็สงสัยว่าอะไร
ที่แท้ก็หมูป่านั่นเอง
สักพักก็มีคนขับมอเตอร์ไซต์มาซื้อไป
แบบซื้อง่ายขายคล่อง
ร่ำลาเจ้เจ้าของเรือนพักจันสะหว่าง
กับเจ้ขายอาหารตามสั่งหน้าเรือนพักเรียบร้อย
ก็แบกเป้เดินย้อนกลับมาที่สี่แยกตรงตลาดม้งข้างๆภูษีนั่นแหละ
ขึ้นรถสองแถวจะไปเที่ยวน้ำตกตาดกวางสี
|