|
|
11 ม.ค. 2551
หลับสบายม้วนเดียวจบ
ไม่ได้รู้สึกแปลกที่แปลกถิ่นแต่อย่างใด
ตื่นตีห้าอาบน้ำอาบท่า(น้ำอุ่น)
ที่เวียงจันทน์ช่วงเช้าอากาศค่อนข้างเย็นมาก
วันนี้จะเที่ยวเวียงจันทน์และค้างคืนที่นี่อีกสัก
1 คืน
พรุ่งนี้ค่อยต่อรถไปหลวงพระบาง
หรือเชียงขวาง
ไม่แน่อาจจะแวะเที่ยวระหว่างทางที่วังเวียง
ค้างคืนหนึ่งแล้วค่อยเดินทางต่อ
จุดหมายปลายทางคงเป็นที่ไหนสักแห่งข้างหน้านั่น...
ถึงตลาดเช้า อยู่ติดกับห้างสรรพสินค้าอะไรสักอย่าง ฝากรถแล้วก็เดินดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยๆ ยังไม่มีอะไรน่าสนใจ จนถึงชั้น 3 เป็นศูนย์อาหาร ปรี่เข้าไปแลกคูปองมา 20,000 กีบ ชี้เอาจากเมนูที่แสดงอยู่หน้าร้านหนึ่ง ได้ผัดซีอิ๊วกุ้งมาจานหนึ่ง ราคา 13,000 กีบ (ประมาณ 46 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท) น้ำดื่มขวดหนึ่ง 4,000 กีบ (ประมาณ 14 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท) ที่เหลือแลกคืน
ออกจากห้างฯ ชมตลาดเช้าต่อ สินค้าส่วนมากเป็นพวกหัตถกรรมพื้นบ้าน งานฝีมือ งานเย็บปักถักร้อย เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเก่า ฯลฯ ก็ประมาณว่าจตุจักรบ้านเรา ได้โพสต์การ์ดมา 2 ใบ 10,000 กีบ (ประมาณ 35 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท) เข้าห้องน้ำ 1,000 กีบ (ประมาณ 3 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท) รับรถออกจากลานที่รับฝากจ่าย 2,000 กีบ (ประมาณ 7 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท) ดูแผนที่วางแผนเที่ยวหอพระแก้วต่อ
ถึงสามแยก เห็นหอคำเด่นเเป็นสง่าอยู่ข้างหน้าพอดี จอดรถถ่ายรูปตรงเสาไฟสัญญาณไฟจราจรนั่นแหละเป็นมุมที่ดีที่สุด เลี้ยวซ้ายหัวมุมเป็นวัดสีสะเกด ตรงข้ามคือหอพระแก้ว 12.00 น. ได้เวลาพักเที่ยงพอดี และพักเที่ยงคือพักเที่ยง หอพระแก้วปิดประตูห้ามเข้า เปิดทำการอีกครั้ง 13.00 น. ข้ามฝั่งมาวัดสีสะเกดประตูกำแพงโบสถ์ก็ปิดเช่นกัน เที่ยวชมได้เฉพาะภายนอกเท่านั้น บรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลายจึงหาที่พักพิง นั่ง-นอน หลบแดดกันอยู่แถวใต้ร่มไม้ภายในวัด รอเวลาเปิดทำการ ส่วนผมเดินท่อมๆ หาถ่ายภาพไปเรื่อย อากาศร้อนมากอย่างไม่น่าเชื่อ... ที่สุดก็ต้องมาหาที่นั่งพักหน้าซุ้มขายเครื่องดื่มใต้ต้นไม้ภายในวัด คลายร้อนด้วยเป๊ปซี่ 1 กระป๋อง 5,000 กีบ (ประมาณ 17 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท) เขียนโพสต์การ์ดส่งถึงใครสัก 2 คน ฆ่าเวลา....
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างเชื่องช้าและอบอ้าว 13.00 น. แป๊ะ.... ประตูกำแพงโบสถ์วัดสีสะเกิดค่อยๆแง้มเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้าชมภายในอุโบสถ ค่าตั๋วเข้าชม(ปี้) 5,000 กีบ (ประมาณ 17 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท) โดยไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพในโบสถ์
จากนั้นก็ข้ามฝั่งถนนหน้าวัดสีสะเกดไปหอพระแก้ว (ก็พระแก้วมรกตที่อัญเชิญมาไว้เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองบ้านเรานี่แหละ) ไม่อนุญาติให้ถ่ายภายในหอพระแก้วอีกเหมือนกัน โดยภายในจัดเป็นพิพธภัณฑ์ มีพระพุทธรูปน้อยใหญ่มากมาย เก่ามาก... เก่าชนิดที่ว่าสามารถสัมผัสและรับรู้ได้ด้วยประสาทตากันเลยทีเดียว พยายามที่จะสังเกตมองหาว่าพระแก้วมรกตเดิมน่าจะประดิษฐานอยู่ตรงมุมไหน ณ ภายในวิหาร จนแล้วจนรอดก็สุดปัญญาจะดาดเดา นึกอยากจะถามเจ้าหน้าที่เหมือนกัน แต่อย่าเลย... บางเรื่องไม่ต้องไปสอดรู้สอดเห็น ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปทำร้ายสามัญสำนึกตัวเองเล่น แค่เสพเท่าที่พอจะเสพได้ให้มากที่สุด ก็น่าเพียงพอ...
|
||
ฐานพระพุทธรูป ที่ระเบียงด้านหน้า
|
||
|
||
ออกจากหอพระแก้ว ถ่ายภาพอยู่บริเวณรอบนอก มีคณะนักเรียนกลุ่มหนึ่งเข้ามาทัศนศึกษา ได้ยินเสียงอธิบายเป็นภาษาลาวผ่านโทรโข่งของคุณครูผู้ชายชัดเจนมาก กับคำว่า "พระเจ้ากรุงธนบุรี" ณ บัดนั้น ที่ลึกลงไปในจิตใจไม่อาจหยั่งรู้ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องบอกกับตัวเองและเน้นย้ำคือ ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อปวดแปลบ...
จากนั้นบึ่งไปต่อที่หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
ค่าเข้าชม 10,000 กีบ (ประมาณ 35 บาท
อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท)
ไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพ
และไม่ห้ามธรรมดา
ต้องเก็บกล้องไว้ในล็อคเกอร์
โดยเก็บลูกกุญแจไว้และมาไขรับคืนออกตอนออก
เป็นอันว่าดูได้แต่ตา
แล้วบันทึกไว้ในสมอง
ไม่ค่อยจะมีผู้คนให้ความสนใจสักเท่าไรสำหรับที่พิพิธภัณฑ์ฯ
เดินไปดูมาเหมือนจะมีผมคนเดียว
ว่ากันตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์
วิถีชีวิตก่อนประวัติศาสตร์
วิวัฒนาการ เครื่องใช้ไม้สอย
จำพวกเครื่องปันดินเผา
เครื่องประดับ สมัยชาวถ้ำ
ประวัติศาสตร์ อะไรทำนอง
ดูไปเรื่อยๆ พอเพลินๆ ในช่วงแรก
อ่านคำอธิบายออกบ้างไม่ออกบ้าง
มาสะดุดอยู่ตรงแผนที่ประเทศลาวฉบับเก่าอันหนึ่ง
ครอบคลุมถึงดินแดนภาคอิสานของไทยทั้งภาค
ว่ากันถึงปากช่องเลยทีเดียว
ส่วนอีกอันหนึ่งถัดมารวมเอาภาคเหนือทั้งภาคของไทยเข้าไปด้วยอีกจนสุดชายแดนเขมรกันเลย
แบบมีจารึกหลักฐาน ไม่ได้โม้...
ทางเหนือเรียกว่าอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง
ตอนกลางเรียกว่าอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์
ทางใต้เรียกว่าอาณาจักรจำปาสัก
เป็นครั้งแรกที่ประวัติศาสตร์สามารถทำให้ผมถึงกับอึ้งได้ขนาดนี้
แถมตอนนั้นทางตอนใต้ของเราก็ยังไม่ใช่ของเราเสียทั้งหมดอีก
พระเจ้า...
แผนที่ประเทศไทยเหลืออยู่กระจึ๋งหนึ่ง
และอ่าวไทยในแผนที่ลาวระบุว่า
"อ่าวสะหยาม"
ออกจากอาคารพิพิธภัณฑ์ฯ ข้ามไปฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นหอวัฒนธรรมแห่งชาติ เห็นผู้คนเนื่องแน่นเต็มไปหมด นึกว่ามีงานอะไร ปรากฎว่าเป็นนักศึกษารับปริญญาบัตร ก็เลยเข้าไปสังเกตการณ์ แอบๆร่วมแสดงความยินดีด้วยเล็กน้อย ทำตัวให้พอกลมกลืนๆ บรรยากาศก็เหมือนบ้านเรา แสดงความยินดี หอบช่อดอกไม้ถ่ายรูป ไม่เหมือนกันตรงที่ไม่เห็นมีใครเขียนคิ้วทาปากพอกหน้าขาววอก เนี่ยแหละ..
จากนั้นถีบรถปั่น เอ๊ย...ปั่นรถถีบ ปั่นจักรยานนี่แหละกลับเรือนพัก 4 โมงเย็นแล้วคงไปไหนไม่ได้อีก เพราะสถานที่ราชการเขาปิดทำการกัน 16.00 น. แถมตรงเวลามาก ก่อนถึงเรือนพักแวะซัดก๊วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำชามหนึ่ง อันที่จริงน่าจะเรียกว่าเฝอ ก็ชี้ๆเอา เป็ปซี่ น้ำแข็ง 9,000 กีบ (ประมาณ 32 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท) 1 อิ่ม
ตกเย็นทุ่มกว่าๆ
ได้เวลาออกหากิน(อีกแล้ว)
เที่ยวนี้มีพาหนะ
ก็เลยไปไกลหน่อย
แถวๆหอวัฒนธรรมฯโน่น ผัดไทยลาว
เป๊ปซี่ 13,000 กีบ (ประมาณ 46 บาท
อัตราแลกเปลี่ยน 280 กีบ ต่อ 1 บาท)
วกไปวนมาแถวๆนั้น
พอสมควรแก่เวลาก็ตรงแน่วกลับที่พัก
วางแผนเดินทางต่อพรุ่งนี้ |
||
|
|
|
| Agoda เสนอราคาที่ดีที่สุดสำหรับโรงแรมใน ลาว โดยมี 52 โรงแรม พร้อมให้จองทันทีผ่านโปรแกรมการจองห้องพักออนไลน์ที่เชื่อถือได้ ทางศูนย์บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน |