|
ท่าแขก เมืองลาว
7 ก.พ.
51 
ฝั่งนครพนม ยามเช้า
ตื่น 6 โมงครึ่ง อาบน้ำเสร็จออกไปเดินชมเมือง หากาแฟกิน
ที่สุดก็กลับมากินข้าวผัดหมูที่เกสต์เฮ้าส์ ราคา 10000 กีบ ( ประมาณ 35 บาท
อัตราแลกเปลี่ยน 278 กีบต่อ 1 บาท)
ช่วงรออาหารสอบถามเส้นทางจากพนักงานชายที่ดูแลเกสต์เฮ้าส์
ก็ได้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มอีก 3 ถ้ำ คือ ถ้าพระอินทร์ ถ้ำเชียงเลียบ
และบ้านถ้ำ จากเดิมที่มีแค่
ถ้ำนางแอ่น ถ้ำปาผา
ก็เลยกลายเป็น 5 ถ้ำไป แถมอยู่ใกล้ๆกันอีก
ประมาณว่าไปถามทางเอาข้างหน้าก็คงจะได้

วัดนาโบสีพัดทะนาลาม ติดกับที่พัก

ถนนเลียบฝั่งโขงอยู่ระหว่างปรับปรุง (บน)
หนังสือพิมพ์ลาว (ซ้าย) อุบัติเหตุ (ขวา)
8 โมง มอเตอร์ไซต์มาส่ง
จ่ายเงินค่าเช่า 100000 กีบ
( ประมาณ 359 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 278 กีบต่อ 1 บาท)
พร้อมให้ยึดพาสปอรต์ไว้ เป็นอันเสร็จพิธีการรับมอบ
น้ำมันครึ่งถัง หมวกกันสมองไหลพร้อมลุย
เริ่มจากวัดสีโคตบูน 6 กิโลเมตร
จากตัวเมืองท่าแขกไปตามถนนเลียบแม่น้ำโขง จากนั้นย้อนกลับเข้าเมืองท่าแขก
ลัดเลาะออกนอกเมืองไปทางเมืองมหาไชย เที่ยวถ้ำต่างๆ แวะเติมน้ำมันอีก 20000 กีบ
(ประมาณ 71 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 278 กีบต่อ 1 บาท)
รวมของเก่าที่ติดถังมาก็เกือบเต็มถัง

วัดสีโคตบูน

อุโบสถ

ที่เห็นเป็นกองดินคือ ซากเจดีย์เก่า

เพิ่งค้นพบเมื่อเร็วๆนี้เอง แต่ก่อนเป็นเนินดินที่พังทะลายลงมา
เผยให้เห็นพระสังขะจาย อย่างที่เห็น
จากนั้นขับมอเตอร์ไซต์
กินลมชมวิวสองข้างทาง ทัศนียภาพเหมือนกุ้ยหลินย่อยๆ คล้ายกับที่วังเวียง
บรรยากาศทุ่งนา ป่าเขา แสงแดดอ่อนๆ สายลมเย็นๆ นักเดินทาง กับอิสระภาพไร้ขัดจำกัด
เหนือคำบรรยาย....






จอดรถถ่ายรูปเป็นระยะๆ
ถามทางไปถ้ำนางแอ่นเป็นช่วงๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้เริ่มจากถ้ำนี้
สักชั่วโมงก็ถึงถ้ำนางแอ่น ห่างจากถนนใหญ่ เลี้ยวขวาไปสัก 1 กิโลเมตร ค่าเข้าชม
5000 กีบ (ประมาณ 17 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 278 กีบต่อ 1 บาท)

บริเวณลานด้านหนึ่งจัดเป็นสวนสัตว์ขนาดย่อม มีลิง
กวาง และเลียงผา



จิตกรรมฝาฝนังของพวกซุกซน ไม่ปรากฎว่ามีสัญชาติไทย







ที่เห็นแสงสว่างเป็นบริเวณปล่องถ้ำ
จัดว่าเป็นถ้ำที่งดงามถ้ำหนึ่ง ปัญหาคือไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลย
แม้จะติดไฟฟ้าสว่างทั้งถ้ำ ก็ยังวังเวงอยู่ดี
ประกอบกับลมสามารถพัดผ่านได้เอื่อยๆ เพราะมีปล่องถ้ำด้านใน
ทำให้เย็นยะเยือกเข้าไปอีก ภายในถ้ำมีทางน้ำไหลผ่านโขดหินน้อยใหญ่ เสียงน้ำไหล
น้ำหยด ชวนให้ต้องหวาดระแวง มีร่องรอยแผ่นหินด้านบนกระเทาะตกลงมาจากเพดาน
เห็นแล้วน่าหวาดเสียว
จากการสังเกตพบว่ามีรอยร้าวของชั้นหินซึ่งพร้อมจะร่อนหล่นลงมาเมื่อไหร่ก็ได้
เล่นเอาขนลุก....เสียวหัว

เพดานถ้ำด้านบน ช่วงต้นๆ

จากภายในสู่ภายนอกถ้ำ


ส่วนหนึ่งจัดเป็นที่พักนักท่องเที่ยว

บริเวณโดยรอบ

ออกจากถ้ำนางแอ่น
ถามลุงคนเก็บค่าปี้ (ตั๋ว) หน้าถ้ำ หาทางไปถ้ำต่างๆ เท่าที่มีข้อมูล
ปรากฏว่าเลยมาแล้วทุกถ้ำ ไม่น่าเชื่อว่าจะรอดหูรอดตามาได้
จากปากทางเข้าถ้ำนางแอ่น ย้อนกลับทางเดิม แวะถ้ำเชียงเลียบ
เห็นมีเด็กจับกลุ่มเล่นกันอยู่กลุ่มใหญ่
ยังไม่ทันได้จอดรถสนิทก็กรูกันเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง
จากประสบการณ์ที่ถ้ำนางแอ่น ทำให้ต้องเอ่ยปากชวนเด็กๆ ไปเป็นเพื่อนด้วย โดยมี 2
คนอาสา ทราบชื่อภายหลังว่า ตุ้งกับน้อย ถามว่าไม่เรียนหนังสือกันหรือก็ว่า ครูป่วย
วันนี้ไม่เรียน มันโดดเรียนกันนะสิ นึกในใจ...

จากนั้นเจ้า 2 เสือ
ก็พาเดินไปตามทางเล็กๆ ข้างศาลา ข้ามรั้ว บุกป่าฝ่าดงเข้าไปสัก 500
เมตรก็ถึงปากถ้ำ เป็นถ้ำธารน้ำไหลผ่านได้ งดงามไปอีกแบบ
เดินลัดเลาะปีนป่ายไปตามโขดหินน้อยใหญ่เข้าไปจนสุดปล่องถ้ำอีกด้านหนึ่ง
แล้วก็ออกมาเล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน

บุกป่าฝ่าดงเข้าไปกันแบบนี้


ด้านหน้าถ้ำ

ไกด์เถื่อนเจ้าถิ่น

ต้องลอดตรงนี้เข้าไป

ทางขวาสุดแคบมาก

หินงอกหินย้อยคล้ายพระพุทธรูป เจ้าตุ้งบอกว่าถ่ายรูปไม่ติด


ภายในถ้ำ

ขากลับเดินเลียบลำธารออกมาทางอีกฝั่งหนึ่ง จนถึงถนนใหญ่
ทางสะดวกกว่าตอนเข้าไปมาก ปรากฎว่าลงไปผิดทางถึงได้เจอเด็กพวกนี้
และที่เห็นเป็นศาลานั้น ที่แท้เป็นโรงเรียน ก็เลยเก็บภาพมาเป็นที่ระลึก



ร่องรอยการตัดไม้ทำลายป่า แบบทิ้งๆขว้างๆ



โรงเรียน
|